13 ธันวาคม 2556
ที่มา: ประชาไท ประมวลภาพงานเผาศพแดงเหยื่อกระสุนปะทะรามฯ พร้อมปากคำเพื่อนสนิทในนาทีชีวิต
13 ธ.ค.2556
หลังจากเหตุปะทะบริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหงและสนามราชมังคลากีฬาสถาน
ระหว่างกลุ่มเสื้อแดงและกลุ่มต่อต้านเสื้อแดง ช่วงระหว่างวันที่ 30 พ.ย.- 1
ธ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก รวมทั้งมีผู้เสียชีวิต
5 คน ประกอบด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง 1 ราย
วัยรุ่นไม่ทราบฝ่ายที่พบเป็นโครงกระดูกในรถบัสที่ถูกเผา 1 ราย
และผู้ชุมนุมเสื้อแดง 3 ราย โดย 1 น 3 นั้นคือ นายวิษณุ เภาพู่
ผู้ชุมนุมเสื้อแดงวัย 26 ปีถูกยิงเข้าหน้าอกเสียชีวิตบริเวณหน้าประตู 1
กกท. เวลาประมาณ 6.00 น. ของวันที่ 1 ธ.ค. ต่อมาเมื่อวันที่ 12
ธ.ค.ที่ผ่านมาได้มีการจัดงานฌาปนกิจศพที่วัดลานบุญ ลาดกระบัง
วรวิทย์ ตรีตระกูล เพื่อนสนิทวิษณุ
ประชาไทประมวลภาพบรรยากาศงาน พร้อมบทสัมภาษณ์นายวรวิทย์ ตรีตระกูล
เพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็กและอยู่กับผู้ตายตั้งแต่ถูกยิงจนนาทีสุดท้าย
ซึ่งขณะสัมภาษณ์เขาบวชเป็นสามเณรอุทิศแด่เพื่อนของเขา
วรวิทย์ เล่าว่า เขาเป็นเพื่อนกับผู้ตายตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษา
ผู้ตายมีนิสัยเป็นคนสนุกสนานเฮฮา รักเพื่อนฝูง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
เป็นคนที่มุ่งมั่นในความต้องการของตัวเอง
สำหรับการชุมนุมของเสื้อแดงนั้ วรวิทย์
กล่าวว่าก่อนหน้านี้เขาไม่เคยไปเข้าร่วมเลย
จนกระทั่งครั้งที่เกิดเหตุนี้นับเป็นครั้งแรกที่ไปร่วมชุมนุม โดยในวันที่
30 พ.ย.เวลาประมาณ 19.00 น. เขา ผู้ตาย
และญาติของผู้ตายไปร่วมชุนุมด้วยประมาณ 10 คน
โดยขี่จักรยานยนต์จากลาดกระบังไปที่ราชมังคลาฯ เมื่อถึงสนามกีฬา
เขาอยู่กับผู้ตายตลอดเวลา และด้วยเหตุที่ผู้ตายเป็นคนมุ่งมั่น
อุดมการณ์แรงกล้าและไม่กลัวอะไร ทำให้มักจะเข้าไปอยู่ในจุดที่เสี่ยงอันตราย
เขาจึงเข้าไปช่วยดูเหตุการณ์ให้ผู้ตาย
จนกระทั่งเช้าวันที่ 1 ธ.ค.ขณะที่เขาและผู้ตายอยู่ที่บริเวณประตู 2 ตรงข้าม
FBT เวลาประมาณ 6.00 น. ประตูเปิด และมีการ์ดเสื้อแดงออกตรวจดูพื้นที่
เขาและผู้ตายจึงเดินออกไปดูเหตุการณ์และเพื่อตามหาญาติด้วย
เดินไปจนถึงหน้าประตู 1 กกท.
บริเวณทางเท้าก็พบการ์ดเสื้อแดงกับกลุ่มชายชุดดำที่มีผ้าสีเหลืองปิดปาก
กำลังปะทะกันอยู่ กลุ่มชุดดำนั้นไม่มีลักษณะบ่งบอกได้ว่าเป็นกลุ่มใด
เขาและผู้ตายอยู่ห่างจากจุดปะทะพอสมควร
จนกระทั่งฝั่งชายชุดดำไล่การ์ดเสื้อแดงวิ่งถอยหลังมา
ขณะที่เขากำลังหันหลังกลับนั้น ผู้ตายสะกิดไหล่เขาและบอกว่าถูกยิง
ขณะนั้นมีการ์ดเสื้อแดงซึ่งสวมเสื้อสีขาวขี่รถจักรยานยนต์มาพอดี
เขาจึงนำผู้ตายขึ้นรถ แต่ไม่สามารถไปพร้อมกันได้ในรอบแรก
มีเพียงผู้ตายซึ่งสวมเสื้อยีนส์สีฟ้ากับคนขับจักรยนต์ที่สวมเสื้อขาวไปกัน
เพียง 2 คน
หลังจากนั้นประมาณ 1 นาที
เขาวิ่งตามรถมอเตอร์ไซด์ไปและพบศพผู้ตายนอนกลางถนน
ขณะที่คนขับรถถูกการ์ดเสื้อแดงที่อยู่ด้านในซึ่งไม่ทราบเหตุการณ์กำลังตรวจ
สอบและไม่ให้ผ่านทางบริเวณหน้ากกท.ไปยังรพ.รามคำแหง
เพราะคนขับรถใส่เสื้อขาว ผู้ตายใส่เสื้อยีนส์
เขาซึ่งขณะนั้นสวมเสื้อสีแดงจึงแจ้งกับการ์ดที่อยู่บริเวณนั้นว่าผู้ตายเป็น
เพื่อนที่ถูกยิง จึงสามารถพากันซ้อนรถจักรยานยนต์คันเดิมไปผ่านออกมาได้
เมื่อถึงหน้า สน.หัวหมาก จึงเปลี่ยนเป็นรถกู้ภัยไปที่โรงพยาบาลต่อ
วริทย์ ยืนยันว่าผู้ตายถูกยิงด้านหน้า
และคาดว่าทิศทางกระสุนน่าจะมาจากกลุ่มชายชุดดำที่ปะทะกับการ์ดเสื้อแดงขณะ
นั้น เนื่องจากผู้ตายขณะโดนยิงหันหน้าไปทางกลุ่มดังกล่าว
สำหรับสถานการณ์การเมืองขณะนี้ วรวิทย์
มองว่านายกรัฐมนตรีนั้นต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน
และพร้อมยอมรับด้วยว่าความคิดทางการเมืองของเขาได้รับอิทธิพลจากอุดมคติของ
ผู้ตาย และหลังจากไปนี้จะยังสู้ต่อเพื่อสานต่ออุดมคติของผู้ตาย
ประมวลภาพบรรยากาศงานศพ :
ภรรยาผู้ตายที่พึ่งแต่งงานเมื่อปีที่แล้ว
สุดารัตน์ เภาพู่ (กลาง) มารดาวัย 50 ของผู้ตาย
จิตรา คชเดช ธิดา ถาวรเศรษฐ และ เหวง โตจิราการ
ประแสง มงคลศิริ
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
วรชัย เหมะ
เสื้อแดงจำนวนมากร่วมงาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น