ที่มา Siam Intelligence
The New York Times มีบทความ
“สำรวจผลกระทบจากรถไฟความเร็วสูง” ของประเทศจีน
ว่าหลังจากเริ่มเปิดบริการรถไฟความเร็วสูงเมื่อ 5 ปีก่อนแล้วเป็นอย่างไร
ช่วงที่รถไฟความเร็วสูงของจีนเปิดบริการใหม่ๆ
ต้องเรียกว่า “ร้าง” แต่ในปัจจุบัน สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ตั๋วที่นั่งทุกเที่ยวแทบจะถูกจองเต็ม คิวซื้อตั๋วที่สถานียาวเฟื้อย
และสถานีรถไฟหลายแห่งต้องมีส่วนต่อขยายเพิ่มเพื่อรองรับผู้โดยสาร
ตอนนี้คนจีนเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงมากกว่าเครื่องบิน
โลว์คอสต์ในประเทศถึงเท่าตัว อัตราการเติบโตเฉลี่ยของผู้โดยสารในรอบ 3-4
ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 28% ต่อปี
รถไฟความเร็วสูงยังทำให้การเคลื่อนย้ายแรงงานของจีน
เปลี่ยนไป
บทความยกตัวอย่างของคนงานทำรองเท้าคนหนึ่งในกว่างโจวที่ต้องกลับไปเยี่ยมลูก
สาวที่เมืองฉางซาเป็นประจำทุกเดือน
เดิมทีเธอต้องใช้เวลาเดินทางระหว่างมณฑลเป็นวัน
แต่ตอนนี้เวลาเดินทางลดเหลือเพียง 2 ชั่วโมง 19 นาที
ผู้บริหารของตลาดหลักทรัพย์ในเสิ่นเจิ้นอีกคนหนึ่งเลือก
เดินทางไปพบลูกค้าทั่วประเทศจีนด้วยรถไฟความเร็วสูง
เขาให้เหตุผลว่าเครื่องบินมักมีปัญหาดีเลย์
เขายังบอกว่าไม่คิดว่ารถไฟความเร็วสูงจะเปลี่ยนชีวิตของคนจีนไปมากขนาดนี้
แต่ทุกวันนี้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว
ความนิยมของรถไฟความเร็วสูงในจีนส่วนหนึ่งมาจากการตั้ง
ราคาค่าโดยสารไม่แพงนัก
โดยเทียบกับการเดินทางด้วยเครื่องบินแล้วถูกกว่ากันถึงครึ่ง
และจีนก็พยายามไม่ขึ้นราคาค่าโดยสารรถไฟเลยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
ผลก็คือกระทบกับธุรกิจการบินพอสมควร
ทำให้สายการบินต้องเลิกบริการเส้นทางที่ระยะน้อยกว่า 300 ไมล์
และหันไปจับตลาดการเดินทางไกลเกิน 300 ไมล์ถึง 470 ไมล์แทน
ถึงแม้รถไฟความเร็วสูงในจีนจะมีปัญหาอุบัติเหตุและ
คอร์รัปชั่น รวมถึงก่อให้เกิดหนี้สาธารณะปริมาณมหาศาล
แต่มันก็กลายเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศจีนไปแล้ว
เช่นกัน การศึกษาของธนาคารโลกระบุว่าจังหวัดต่างๆ
ในจีนที่เชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูง (ปัจจุบันมีมากกว่า 100 เมืองแล้ว)
มีประสิทธิผลของคนทำงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากพนักงานเดินทางสะดวกขึ้น
และลูกค้าเองก็เดินทางสะดวกขึ้นด้วย
การศึกษาของธนาคารโลกพิจารณาประโยชน์ของรถไฟความเร็วสูง
หลายประการ เช่น เวลาทำงานที่เพิ่มขึ้นจากการประหยัดเวลาเดินทาง
มลภาวะที่ลดลงทั้งทางอากาศและทางเสียง
และค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง นอกจากนี้บริษัทต่างๆ
เริ่มปรับวิธีการทำธุรกิจ
โดยแรงงานฝีมือและมีการศึกษาของจีนใช้วิธีอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง
และเสิ่นเจิ้น
แล้วนั่งรถไฟความเร็วสูงไปทำงานในเมืองรอบนอกที่ค่าแรงยังถูกเหมาะกับการ
ตั้งโรงงานแทน
ผู้บริหารจากโรงงานเสื้อผ้าในฉางซาระบุว่า
เดิมทีเขาเดินทางไปพบปะลูกค้าที่กว่างโจว
ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการค้าของจีนตอนใต้ปีละสองครั้ง
แต่เมื่อมีรถไฟความเร็วสูงที่เดินทางสะดวกก็เปลี่ยนเป็นเดินทางแทบทุกเดือน
ทำให้เขาปรับตัวตามกระแสแฟชั่นได้เร็วขึ้น ผลคือยอดขายเพิ่มขึ้น 50%
การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของจีนยังทำให้เกิด
“เมืองใหม่”
ที่เกิดจากการย้ายถิ่นฐานของประชากรที่บ้านเดิมถูกเวนคืนที่เพื่อทำทาง
รถไฟ-สถานีรถไฟ
และการที่สถานีรถไฟความเร็วสูงไปตั้งที่เขตเมืองใหม่บางแห่งก็ช่วยให้
เศรษฐกิจของเมืองนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างคือรอบสถานีรถไฟฉางซาในปัจจุบันเต็มไปด้วยการก่อสร้างอาคารที่พัก
อาศัยที่มีจุดขายเรื่อง “ใกล้สถานี”
จีนยังเตรียมรองรับการขนส่งระบบรางในเมืองมาเป็นอย่างดี
โดยก่อสร้าง “รถไฟใต้ดิน”
ในเมืองใหญ่หลายแห่งเพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายการคมนาคมกับรถไฟความเร็วสูงที่
เชื่อมระหว่างเมือง นายกรัฐมนตรีจีน Li Keqiang
ยังประกาศจะลงทุนขยายโครงข่ายรถไฟเพิ่มอีก 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
แม้จะเผชิญปัญหาหนี้จากการสร้างรถไฟมาแล้ว 500,000 ล้านดอลลาร์ก็ตาม
บทความต้นฉบับจาก The New York Times


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น