คอลัมน์ : สำนักข่าวพระพยอม
โดย : พระพยอม กัลยาโณ
คลิกฟังเสียง
เมืองไทยต่อไปถ้าใครต้องการที่จะเอาชนะกัน จะเอาชนะอย่างไหน วิธีไหน ไม่สำคัญเท่ากับว่าขอให้ได้ชัยชนะอย่างเดียว ทำทุกรูปแบบโดยไม่คำนึงถึงความทุกข์ยากลำบากของคนอื่น เช่นเวลานี้ก็เห็นแล้ว รถแท็กซี่ รถตู้ ผู้ทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำ ต้องลำบากลำบนต่อการปิดถนน ปิดการจราจร ทำให้ฝ่ายที่ต้องทำมาหากินเดือดร้อนแน่นอน เพราะจะไปยังไงในเมื่อปิดกั้นกัน การหากินก็ติดขัด ฝ่ายที่ต้องการเอาชนะฟังคำพูดแล้วก็น่าอนาถใจ ที่บอกว่า “ถ้าขับตรงไหนไม่ได้ก็ให้ไปขับที่อื่น”
ต่อไปการต้องการเอาชนะจะไม่มีวัฒนธรรมในการเกรงใจใคร ขอให้ได้ชนะอย่างเดียว ใครจะเดือดร้อนอย่างไรไม่สำคัญ และต้องเป็นชัยชนะบนความทุกข์ยากลำบากของคนอื่น พูดง่ายๆก็คือ สนุกบนความทุกข์ของใครก็ได้ ขอให้ได้สนุก แม้ว่าจะสร้างความเดือดร้อน คนที่จัดม็อบนี่มีความสนุกอย่างหนึ่งคือตอนที่คนมาเชียร์ มาไชโยโห่ร้อง แล้วเดี๋ยวนี้ยิ่งมีวัฒนธรรมเกิดใหม่คือ มีคนบริจาค มีคนให้ อันนี้เป็นความสุขของคนธรรมดา มนุษย์ทั่วไปที่มีใครให้ ใครเชียร์ก็มีความสุข
แต่คนที่ติดขัดไปไหนไม่ได้ ทำมาหากินไม่ได้ และถ้าไปทำแบบนี้แล้วได้ชัยชนะก็จะเป็นแบบอย่าง เป็นวัฒนธรรมต้นแบบ ถ้าต้องการเอาชนะมีทางเดียวคือทำให้คนอื่นลำบาก ต้องปิดถนนหนทาง สร้างความอึดอัดทรมานใจจนใครต่อใครทนไม่ได้ ทนไม่ไหวก็ต้องยอม นี่เริ่มเห็นแล้วว่าน่าอเนจอนาถใจ ถ้าคิดเอาชนะกันบนความทุกข์ยากของใครต่อใคร โดยไม่คำนึงว่าเราได้ชัยชนะ แต่เขาได้ความหายนะ เขาทำมาหากินไม่ได้ เขาเดือดร้อน ถ้าขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆจะกลายเป็นวัฒนธรรมอยากเอาชนะบนความ ทุกข์ยาก ลำบากยากเข็ญของคนอื่น
อาตมาคิดว่าจะต้องเกิดการเลียนแบบกันอย่างแน่นอน ฝ่ายนี้ทำได้ ฝ่ายโน้นทำบ้าง ทำมาทำไปก็เลยกลายเป็นเรื่องชอกช้ำระกำใจของคนที่ทำมาหากิน คนทำม็อบไม่เป็นไร คนทำการเมืองแทนที่จะทำให้ประชาชนสบายใจกลับกลายทำให้ เป็นทุกข์ เดือดร้อน เกิดความลำบากยุ่งยาก อย่างนี้เรียกว่าการเอาชนะบนความยุ่งยาก ลำบากของใครต่อใคร แล้ววิธีอย่างนี้ถ้าเป็นต้นแบบได้ คนอื่นก็จะไม่คิดหาวิธีอื่นอีก นอกจากใช้วิธีบีบอย่างเดียว ปิดอย่างเดียว กั้นอย่างเดียว แล้วก็จะได้ชัยชนะไป
นั่นคือลางร้ายของประเทศชาติอย่างหนึ่ง และคงต้องมีวันหนึ่งที่มนุษย์เรามีขีดจำกัดในความอดกลั้น อดทน เมื่อเกิดมีใครสักหนึ่งดับเครื่องชน เอาอะไรบรรทุกใส่เข้าไปในรถแล้ววิ่งฝ่าเข้าไปในฝูงชน อะไรจะเกิดขึ้น การบาดเจ็บล้มตายต้องมีแน่นอนในระยะไม่น่าจะเกิน 10 ปี ถ้าขืนเมืองไทยยังทำกันอย่างนี้ไปเรื่อยๆต้องมีคนคิดแปลกแตกหัก เพราะเดี๋ยวนี้ก็เริ่มมีแล้ว คนที่เป็นไทยเฉย แท็กซี่ก็มีเอียงบ้าง ไม่เอียงบ้าง แต่คราวนี้ออกอาการชัดๆว่าทนไม่ได้ รับสภาพไม่ได้ ต้องออกมาร้องขอให้ตำรวจทำหน้าที่ช่วยจัดการให้ เจรจาให้
ถ้าเจรจาแล้ว โดยเฉพาะการไปเจรจากับคนที่กำลังย่ามใจ กำลังเห็นชัยชนะต่อหน้า ฝูงชนให้การสนับสนุนคับคั่งเต็มถนน เขาจะยอมเจรจาง่ายๆคงยาก เวลานี้ใครให้ความร่วมมือกับใคร ใครบริจาคอะไรให้ใคร ลองนึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าบ้างว่าควรใคร่ครวญให้รอบคอบถ้วนถี่แล้วค่อย ให้ คิดกันบ้างว่าให้ไปแล้วเกิดผลดีหรือผลเสีย หรือคิดลบกลบแล้วสร้างปัญหาหรือสิ้นปัญหากันแน่
ช่วยกันหาทางคิดแก้ไขกันต่อไปให้ดี อย่ามีวิธีเดียวคือ บีบ ปิด กั้นเท่านั้น แล้วจะชนะ เพราะจะไม่มีสมองไปคิดทางอื่นอีก สมองคนไทยก็แคบ ขณะที่ประเทศชาติก็คับขัน คับแคบ แล้วก็จะล้าหลังเขาไปเรื่อยๆอย่างแน่นอน
เจริญพร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น