อ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ แห่งรัฐศาสตร์
จุฬาฯฟันธงวันแรกชัตดาวน์กรุงเทพฯ "กรุงเทพฯชนะสุเทพ" และ
วิเคราะห์วงจรขึ้นลงของม็อบสุเทพ ณ กปปส.
%%%%%%%%%%%%%%
รายการ Wake Up Thailand ทาง Voice TV เช้าวันนี้ อ.พิชญ์
พงษ์สวัสดิ์วิเคราะห์การชัตดาวน์กรุงเทพฯของม็อบสุเทพ ณ
กปปส.ไว้น่าคิดตามและคิดต่อมาก ๒ ประเด็นหลักด้วยกัน (พูดจากความจำ http://shows.voicetv.co.th/wakeup-thailand/93962.html)
๑) กรุงเทพมหานครฯ แผ่กว้างใหญ่โตมหาศาล
และไม่มีผังเมืองที่เชื่อมต่อเป็นระบบเรียบร้อย
ในภาวะภูมิทัศน์เมืองในทางเป็นจริงแบบนี้ ม็อบชัตดาวน์กรุงเทพฯของสุเทพ ณ
กปปส. จึงส่งผลชัตดาวน์จริง ๆ จำกัด คือปิดจริง ๗ - ๘ จุดได้แค่ downtown
หรือส่วนศูนย์กลางธุรกิจการค้าใจกลางกรุงเท่านั้น
กรุงเทพฯส่วนที่เหลือซึ่งแผ่กว้างออกไปสู่เมืองปริมณฑลทั้งที่อยู่อาศัย
ย่านการค้าย่อย สถานที่ราชการ ฯลฯ ไม่กระทบเท่าไหร่
สามารถดำรงชีวิตปกติสุขได้
เพราะใช้ที่ดินเพื่อหลายอย่างผสมปนเปกันไม่เป็นระบบมาแต่เดิม (mixed land
use) มีตลาดของสด ซูเปอร์มาร์เก็ต ชอปปิ้ง
มอลในละแวกย่านใกล้เคียงให้พึ่งพาดำรงชีวิตปกติสุขต่อไปได้ตามสมควร
ชาวกรุงเทพฯส่วนใหญ่จึงปรับตัวอยู่ต่อได้ในภาวะ
"ชัตดาวทาวน์" ทำงานจากบ้าน หยุดงานชั่วคราว
เหมือนที่เคยทำในภาวะใกล้เคียงกันหลายปีหลังนี้
ยกเว้นธุรกิจใหญ่ที่ต้องประสบภาวะขาดการค้าขายรายได้มากหน่อย
ในทางกลับกัน เมื่อกปปส.ขยายที่ชุมนุมไป ๗ - ๘ จุด
ก็เท่ากับเพิ่มค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาโสหุ้ยม็อบขึ้น ๘ เท่า สิ้นเปลืองมาก
ถ้ารับบริจาคจากผู้คน ก็ต้องบริจาคเพิ่มกัน ๘ เท่า
น่าสงสัยว่าจะอยู่ได้ยืดเยื้อนานเพียงใดในทางเป็นจริง?จะอึดทนกว่าคนกรุงที่
ปรับตัวหรือไม่อย่างไร?
๒) อ.พิชญ์ตั้งข้อสังเกตว่า ม็อบยืดเยื้อสุเทพ ณ
กปปส.ซึ่งมี "สงครามครั้งสุดท้าย" มาแล้วหลายรอบ ไม่สิ้นสุดยุตินั้น
ดูจะมีวงจรพลวัตของมันอยู่ ๓ ขั้นตอน คือ
ก) ช่วงฮึกเหิม ระดมคนมาได้มากมหาศาล
จะถีบข้อเรียกร้องจากรัฐบาลขึ้นสูง
เร่งเร้ามวลชนให้ตั้งความหวังในชัยชนะและผลสำเร็จสูงลิบลิ่ว
แต่ไม่มีผลเป็นชัยชนะชัดเจน
เพราะไม่อาจแปรพลังมวลชนบนท้องถนนไปหยุดการทำงานของสถาบันรัฐและหน่วยราชการ
ต่าง ๆ ที่เดินหน้าของมันไปตามระบบอย่างรูตีนอัตโมมัติทุกเมื่อเชื่อวันได้
(ชัตดาวน์กรุงเทพฯกำลังอยู่ในขั้นตอนนี้)
ข) ช่วงยึดสถานที่ราชการ
ฉะนั้นในที่สุดก็ต้องพามวลชนไปบุกยึดสถานที่ราชการ
ซึ่งก็พอทำได้จำนวนหนึ่งชั่วคราวหรือนานหน่อยก็ตาม
ผลของมันก็คือเริ่มลดทอนความชอบธรรมของการชุมนุมลง
สร้างความไม่พอใจของทั้งข้าราชการและประชาชนที่ต้องการรับบริการสาธารณะจาก
รัฐให้คุกรุ่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ยังไม่นับพฤติกรรมเหนือการควบคุมเช่นทำลาย
ลักทรัพย์สินของราชการและเจ้าหน้าที่ ฯลฯ
ค) ช่วงปะทะด้วยกำลัง
เพื่อหยุดการทำงานของหน่วยราชการยุทธศาสตร์บางแห่งให้ได้เพื่อผลทางการเมือง
เฉพาะหน้าสำคัญ
ในที่สุดม็อบกปปส.ก็จะใช้กำล้งเข้าบุกโจมตีปะทะกับเจ้าหน้าที่อย่างซึ่งหน้า
รุนแรง นำไปสู่การทำลายทรัพย์สินสาธารณะ ทำร้ายผู้คนเจ้าหน้าที่
ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั่วไป กระทั่งเกิดกรณีเสียชีวิตขึ้น
ถึงจุดนั้น ความชอบธรรมของการชุมนุมก็จะลดฮวบ
ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมและสื่อ ต้องขยับถอยออก
แล้ววกกลับไปเริ่มต้นแคมเปน ก) รอบใหม่

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น