แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557

Wake up Thailand: วันแรกชัตดาวน์กรุงเทพฯ "กรุงเทพฯชนะสุเทพ"

ที่มา Thai E-News



อ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ แห่งรัฐศาสตร์ จุฬาฯฟันธงวันแรกชัตดาวน์กรุงเทพฯ "กรุงเทพฯชนะสุเทพ" และ วิเคราะห์วงจรขึ้นลงของม็อบสุเทพ ณ กปปส.
%%%%%%%%%%%%%%
รายการ Wake Up Thailand ทาง Voice TV เช้าวันนี้ อ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์วิเคราะห์การชัตดาวน์กรุงเทพฯของม็อบสุเทพ ณ กปปส.ไว้น่าคิดตามและคิดต่อมาก ๒ ประเด็นหลักด้วยกัน (พูดจากความจำ http://shows.voicetv.co.th/wakeup-thailand/93962.html)
๑) กรุงเทพมหานครฯ แผ่กว้างใหญ่โตมหาศาล และไม่มีผังเมืองที่เชื่อมต่อเป็นระบบเรียบร้อย ในภาวะภูมิทัศน์เมืองในทางเป็นจริงแบบนี้ ม็อบชัตดาวน์กรุงเทพฯของสุเทพ ณ กปปส. จึงส่งผลชัตดาวน์จริง ๆ จำกัด คือปิดจริง ๗ - ๘ จุดได้แค่ downtown หรือส่วนศูนย์กลางธุรกิจการค้าใจกลางกรุงเท่านั้น กรุงเทพฯส่วนที่เหลือซึ่งแผ่กว้างออกไปสู่เมืองปริมณฑลทั้งที่อยู่อาศัย ย่านการค้าย่อย สถานที่ราชการ ฯลฯ ไม่กระทบเท่าไหร่ สามารถดำรงชีวิตปกติสุขได้ เพราะใช้ที่ดินเพื่อหลายอย่างผสมปนเปกันไม่เป็นระบบมาแต่เดิม (mixed land use) มีตลาดของสด ซูเปอร์มาร์เก็ต ชอปปิ้ง มอลในละแวกย่านใกล้เคียงให้พึ่งพาดำรงชีวิตปกติสุขต่อไปได้ตามสมควร
ชาวกรุงเทพฯส่วนใหญ่จึงปรับตัวอยู่ต่อได้ในภาวะ "ชัตดาวทาวน์" ทำงานจากบ้าน หยุดงานชั่วคราว เหมือนที่เคยทำในภาวะใกล้เคียงกันหลายปีหลังนี้ ยกเว้นธุรกิจใหญ่ที่ต้องประสบภาวะขาดการค้าขายรายได้มากหน่อย
ในทางกลับกัน เมื่อกปปส.ขยายที่ชุมนุมไป ๗ - ๘ จุด ก็เท่ากับเพิ่มค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาโสหุ้ยม็อบขึ้น ๘ เท่า สิ้นเปลืองมาก ถ้ารับบริจาคจากผู้คน ก็ต้องบริจาคเพิ่มกัน ๘ เท่า น่าสงสัยว่าจะอยู่ได้ยืดเยื้อนานเพียงใดในทางเป็นจริง?จะอึดทนกว่าคนกรุงที่ ปรับตัวหรือไม่อย่างไร?
๒) อ.พิชญ์ตั้งข้อสังเกตว่า ม็อบยืดเยื้อสุเทพ ณ กปปส.ซึ่งมี "สงครามครั้งสุดท้าย" มาแล้วหลายรอบ ไม่สิ้นสุดยุตินั้น ดูจะมีวงจรพลวัตของมันอยู่ ๓ ขั้นตอน คือ 
ก) ช่วงฮึกเหิม ระดมคนมาได้มากมหาศาล จะถีบข้อเรียกร้องจากรัฐบาลขึ้นสูง เร่งเร้ามวลชนให้ตั้งความหวังในชัยชนะและผลสำเร็จสูงลิบลิ่ว แต่ไม่มีผลเป็นชัยชนะชัดเจน เพราะไม่อาจแปรพลังมวลชนบนท้องถนนไปหยุดการทำงานของสถาบันรัฐและหน่วยราชการ ต่าง ๆ ที่เดินหน้าของมันไปตามระบบอย่างรูตีนอัตโมมัติทุกเมื่อเชื่อวันได้ (ชัตดาวน์กรุงเทพฯกำลังอยู่ในขั้นตอนนี้)
ข) ช่วงยึดสถานที่ราชการ ฉะนั้นในที่สุดก็ต้องพามวลชนไปบุกยึดสถานที่ราชการ ซึ่งก็พอทำได้จำนวนหนึ่งชั่วคราวหรือนานหน่อยก็ตาม ผลของมันก็คือเริ่มลดทอนความชอบธรรมของการชุมนุมลง สร้างความไม่พอใจของทั้งข้าราชการและประชาชนที่ต้องการรับบริการสาธารณะจาก รัฐให้คุกรุ่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ยังไม่นับพฤติกรรมเหนือการควบคุมเช่นทำลาย ลักทรัพย์สินของราชการและเจ้าหน้าที่ ฯลฯ

ค) ช่วงปะทะด้วยกำลัง เพื่อหยุดการทำงานของหน่วยราชการยุทธศาสตร์บางแห่งให้ได้เพื่อผลทางการเมือง เฉพาะหน้าสำคัญ ในที่สุดม็อบกปปส.ก็จะใช้กำล้งเข้าบุกโจมตีปะทะกับเจ้าหน้าที่อย่างซึ่งหน้า รุนแรง นำไปสู่การทำลายทรัพย์สินสาธารณะ ทำร้ายผู้คนเจ้าหน้าที่ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั่วไป กระทั่งเกิดกรณีเสียชีวิตขึ้น ถึงจุดนั้น ความชอบธรรมของการชุมนุมก็จะลดฮวบ ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมและสื่อ ต้องขยับถอยออก แล้ววกกลับไปเริ่มต้นแคมเปน ก) รอบใหม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น