ที่มา blablabla
ดวงตะวัน ยิ้มแฉ่ง ทอแสงสวย
วันอาทิตย์ สถิตด้วย ช่วยเติมฝัน
หอบดวงใจ ข้ามฟ้า ส่งหากัน
สื่อสัมพันธ์ วันอบอุ่น คนคุ้ยเคย....
คำเรียงร้อย ถ้อยวลี ที่ส่งถึง
จากมุมหนึ่ง ไม่อำพราง อย่างเปิดเผย
จะหนาวร้อน ลม แดด ฝน ไม่บ่นเลย
คำแสนเชย แต่ก็รัก ปักดวงใจ....
ขอให้สุข สมหวัง ดั่งที่ฝัน
ร้อยคำมั่น ส่งมา วันฟ้าใส
ให้เข้มแข็ง แกร่งเกิน ก้าวเดินไป
จับมือไว้ แนบแน่น แสนผูกพัน....
แตกต่าง..ไม่แตกแยก ให้แตกหัก
ด้วยประจักษ์ เป้าหมาย ที่คล้ายนั่น
สามัคคี รวมเป็นหนึ่ง ใช่ดึงดัน
กันและกัน ก้าวไป ให้มั่นคง....
สุขสันต์วันอาทิตย์ครับ
๓ บลา / กลุ่มรักษ์เพื่อน รักษ์มาเฟีย
๓ ก.พ.๕๖ กรุงเทพมหานคร
แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี
บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที
พุทธวจนคืออะไร
วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 01/02/56 ยิ้มของจ่าเฉย..เมื่อตำรวจไม่มีโรงพัก
ที่มา blablabla
จากผลงาน เลวระยำ ใครทำไว้
พอหางโผล่ คนจัญไร แสร้งไขสือ
เดนมนุษย์ สุดโสมม สมคำลือ
พวกซื่อบื้อ ก็ใบ้บ้า ตั้งตาเชียร์....
ผลงานโกง ยัดใส้ ไทยเข้มแข็ง
พวกตะแบง ยังอุบาทว์ ทำสาดเสีย
กี่หมื่นล้าน อร่ิอยลิ้น กินนัวเนี่ย
สันดานเหิ้ย ไม่ลดละ ตะกละตะกลาม....
ฮั้วประมูล คอรัปชั่น หวังฟันฟาด
แล้วผูกขาด ผู้รับเหมา อย่าเฝ้าถาม
งบก้อนโต โถ..จัดไว้ กำไรงาม
มันลุกลาม จดจ้อง หาช่องโกง....
เหลือจ่าเฉย ยิ้มแฉ่ง หมดแรงขำ
พวกระยำ มันหนีหาย เหมือนตายโหง
กี่โรงพัก ต้องร่วมด้วย ช่วยเปิดโปง
ตอกฝากโลง แก๊งค์ฉ้อฉล พวกคนเลว....
๓ บลา / ๑ ก.พ.๕๖
จากผลงาน เลวระยำ ใครทำไว้
พอหางโผล่ คนจัญไร แสร้งไขสือ
เดนมนุษย์ สุดโสมม สมคำลือ
พวกซื่อบื้อ ก็ใบ้บ้า ตั้งตาเชียร์....
ผลงานโกง ยัดใส้ ไทยเข้มแข็ง
พวกตะแบง ยังอุบาทว์ ทำสาดเสีย
กี่หมื่นล้าน อร่ิอยลิ้น กินนัวเนี่ย
สันดานเหิ้ย ไม่ลดละ ตะกละตะกลาม....
ฮั้วประมูล คอรัปชั่น หวังฟันฟาด
แล้วผูกขาด ผู้รับเหมา อย่าเฝ้าถาม
งบก้อนโต โถ..จัดไว้ กำไรงาม
มันลุกลาม จดจ้อง หาช่องโกง....
เหลือจ่าเฉย ยิ้มแฉ่ง หมดแรงขำ
พวกระยำ มันหนีหาย เหมือนตายโหง
กี่โรงพัก ต้องร่วมด้วย ช่วยเปิดโปง
ตอกฝากโลง แก๊งค์ฉ้อฉล พวกคนเลว....
๓ บลา / ๑ ก.พ.๕๖
ขนลุก! แปรอักษรบอลประเพณีจุฬา - ธรรมศาสตร์ปี 2522
ที่มา Thai E-News
3 กุมภาพันธ์ 2556
ที่มา Tone Tipayanon
การแปรอักษรที่ต้องมีการตระ เตรียมหนีสันติบาลเมื่อ สามสิบปีก่อน
(จากบันทึกของ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์)
ปี พ.ศ.๒๕๒๒ เป็นปีแรกที่ผมเข้าเป็นนักศ ึกษาปี ๑ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ช่วงเวลานั้นเพิ่งผ่านเหตุก ารณ์สังหารหมู่ใูนธรรมศาสตร ์ ๖ ตลุาคม ๒๕๑๙ ได้เพียง ๓ ปี บรรยากาศในมหาวิทยาลัยยังอย ู่ในช่วงฟื้นไข้จากเหตุการณ ์หฤโหด กิจกรรมนักศึกษาเพิ่งกลับมา แต่ยังซบเซา ปกคลุมไปด้วยความหวาดระแวง อึมครึม มีเรื่องต้องห้ามมากมายที่ห ้ามพูดห้ามเอ่ยถึงจำได้ว่าบ ริเวณทางเข้าประตูท่าพระจัน ทร์มีโปสเตอร์ตีพิมพ์จดหมาย ของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จากประเทศอังกฤษ เป็นลายมือเขียนด้วยมือซ้าย ด้วยเหตุว่าท่านเพิ่งฟื้นจา กอาการเส้นโลหิตในสมองแตก พูดไม่ได้ มือขวาใช้การไม่ได้ แต่ความทรงจำยังดี อาจารย์ป๋วยเขียนคำอวยพรสั้ นๆ ถึงเพื่อนใหม่ที่เพิ่งเดินส ู่รั้วเหลืองแดงเป็นครั้งแร ก
ปรีดี พนมยงค์ ในเวลานั้น คนในสังคมรู้เพียงว่าเขาคือ หนึ่งในคณะราษฎรที่จะล้มสถา บันกษัตริย์ เป็นผู้เกี่ยวข้องกับกรณีสว รรคตในหลวงรัชกาลที่ ๘ และเป็นคอมมิวนิสต์ เกียรติคุณของท่านในเวลานั้ นรู้กันเฉพาะในหมู่คนที่สนใ จศึกษา และไม่มีใครกล้าพูดกล้าแสดง ความเห็นในที่สาธารณะ ชีวิตการทำกิจกรรมในมหาวิทย าลัยทำให้ผมมีโอกาสได้ศึกษา เรื่องราวของอาจารย์ปรีดีเป ็นประจำ จนกระทั่งปลายปี ๒๕๒๕ ผมมาช่วยเตรียมงานแปรอักษรข องชุมนุมเชียร์ในงานฟุตบอลป ระเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ที่จ ะมีขึ้นในเดือนมกราคมปีถัดไ ป ผมเห็นปฏิทินของสหกรณ์ธรรมศ าสตร์เป็นรูปปรีดี พนมยงค์ พร้อมคำกลอนบทหนึ่งว่า “พ่อนำชำติด้วยสมองและสองแข น พ่อสร้างแคว้นธรรมศาสตร์ประ กาศศรี พ่อของข้ำนามระบือชื่อ ‘ปรีดี’ แต่คนดีเมืองไทยไม่ต้องการ”
ผมได้ไปปรึกษาคุณอดุลย์ โฆษะกิจจาเลิศ ประธานชุมนุมเชียร์ซึ่งเป็น เพื่อนสนิท ว่างานบอลประเพณีฯ ที่จะมีในเดือนหน้า เราน่าจะแปรอักษรเป็นข้อควา มนี้ และเปิดรูปอาจารย์ปรีดีบนสแ ตนด์เชียร์ที่เี่ต็มพรืดด้ว ยนักศึกษาจำนวน ๒,๕๐๐ คน เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่านัก ศึกษาธรรมศาสตร์รุ่นนี้ไม่เ คยลืมอาจารย์ปรีดี
คุณอดุลย์เห็นด้วย และบอกว่าพวกเราอยู่ปี ๔ กันแล้ว น่าจะทำอะไรเป็นการตอบแทนผู ้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาส ตร์ในบั้นปลายชีวิตของท่าน เมื่อสืบจนพบว่าคนเขียนกลอน บทนี้เป็นเพื่อนคณะนิติศาสต ร์ชื่อเล่นว่า เทียน เราก็ได้ขออนุญาตนำกลอนของเ ขามาแปรอักษร ต่อมาจึงประกาศให้ทีมงานบาง คนทราบว่าการแปรอักษรครั้งน ี้จะเป็นครั้งประวัติศาสตร์ ที่ลูกแม่โดมจะเผยแพร่รูปอา จารย์ปรีดีสู่สาธารณชนเป็นค รั้งแรก เนื่องจากสถานีโทรทัศน์ช่อง ๙ ถ่ายทอดสดตลอดรายการ
เราตกลงกันว่าการแปรอักษรนี ้จะเป็นความลับ รู้กันไม่กี่คนไม่บอกอาจารย ์หรือศิษย์เก่าใดๆ เพราะกลัวว่าจะถูกผู้ใหญ่บา งคนห้ามปรามด้วยความหวาดกลั ว
พอถึงวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๖ งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรม ศาสตร์ครั้งที่ ๓๙ เริ่มขึ้น ณ สนามศุภชลาศัย เราวางแผนเตี๊ยมกับทางโฆษกส นาม ขณะที่ขบวนพาเหรดล้อการเมือ งเข้าสู่สนามได้สักพัก พอได้เวลาถ่ายทอดสดเราก็วิท ยุไปยังโฆษกบอกผู้ชมให้ตั้ง ใจดูหน้าสแตนด์เชียร์ธรรมศา สตร์เพราะจะได้พบปรากฏการณ์ ครั้งแรกและให้กล้องโทรทัศน ์เตรียมจับภาพ บนอัฒจันทร์เริ่มแปรอักษรเป ็นคำกลอนพร้อมกับที่โฆษกสนา มอ่านกลอนบทนี้ดังก้องสนามศ ุภชลาศัย ปิดท้ายด้วยภาพอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ มีฉากหลังเป็นรูปโดม สัญลักษณ์ของ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
พอแปรอักษรรูปนี้เสร็จ พวกเราที่อยู่ด้านล่างทำ หน้าที่ควบคุมสแตนด์เชียร์ต ่างสวมกอดกันด้วยความดีใจที ่สามารถทำให้อาจารย์ปรีดีออ กมาสู่พื้นที่สาธารณะได้เป็ นครั้งแรก ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาชุมนุมเช ียร์ก็ได้รับจดหมายจากอาจาร ย์ปรีดีส่งตรงจากประเทศฝรั่ งเศส ความว่ามีคนส่งภาพการแปรอัก ษรครั้งนี้ไปให้ท่านดู จึงเขียนจดหมายมาขอบใจคนที่ เกี่ยวข้องทุกคนที่ยังรำลึก ถึงท่าน
3 กุมภาพันธ์ 2556
ที่มา Tone Tipayanon
การแปรอักษรที่ต้องมีการตระ
(จากบันทึกของ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์)
ปี พ.ศ.๒๕๒๒ เป็นปีแรกที่ผมเข้าเป็นนักศ
เวลานั้นไม่มีใีครกล้าเอ่ยถึง ปรีดี พนมยงค์ ซึ่งขณะนั้นลี้ภัยอยู่ในประ เทศฝรั่งเศส ชื่อนี้เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับสังคมไทยมานานกว่า ๓๐ ปีแล้วตั้งแต่ท่านลี้ภัยการ เมืองภายหลังรัฐประหารปี ๒๔๙๐ จะมีข่าวสารเรื่องราวของท่า นในสังคมก็เพียงช่วงสั้นๆ ภายหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ แต่พอหลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เรื่องราวของท่านกลับเงียบห าย แม้ในมหาวิทยาลัยที่ท่านเป็ นผู้ก่อตั้งก็ยังไม่มีใครพู ดถึงในที่แจ้ง หนังสือเกี่ยวกับปรีดีตามชั ้นหนังสือในห้องสมุดมีแทบนั บเล่มได้
ปรีดี พนมยงค์ ในเวลานั้น คนในสังคมรู้เพียงว่าเขาคือ
ผมได้ไปปรึกษาคุณอดุลย์ โฆษะกิจจาเลิศ ประธานชุมนุมเชียร์ซึ่งเป็น
คุณอดุลย์เห็นด้วย และบอกว่าพวกเราอยู่ปี ๔ กันแล้ว น่าจะทำอะไรเป็นการตอบแทนผู
เราตกลงกันว่าการแปรอักษรนี
เวลานั้นพวกเราวางแผนกันว่าหากแปรอักษรไปแล้วเกิดมีตำร วจหรือสันติบาลมาถามหาก็นัด แนะกันว่าจะหนีไปทางไหน และจะไม่ซัดทอดกัน หากมีการจับก็ให้มีคนโดนจับ น้อยที่สุด
พอถึงวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๖ งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรม
เมื่อโฆษกสนามพูดบทกลอนซ้ำอีกครั้ง ในสนามเงียบก่อนที่เสียงปรบ มือจะดังลั่น ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ ศิษย์เก่า ต.มธก. หลายคนยืนขึ้น น้ำตาไหลด้วยความดีใจเพราะเ ป็นครั้งแรกในรอบ ๓๐ กว่าปีที่มีการพูดถึงอาจารย ์ปรีดีชัดเจนในที่สาธารณะ ขณะที่นักศึกษาบนอัฒจันทร์โ ห่ร้องด้วยความยินดีที่ตนใน ฐานะลูกแม่โดมได้ทำอะไรบางอ ย่างเพื่อผู้ก่อตั้งมหาวิทย าลัยแห่งนี้
พอแปรอักษรรูปนี้เสร็จ พวกเราที่อยู่ด้านล่างทำ หน้าที่ควบคุมสแตนด์เชียร์ต
นโยบาย (ลับ) ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีต่อประเทศไทย (สมัยประธานาธิบดี เจอรัลด์ ฟอร์ด)
ที่มา Thai E-News
2 กุมภาพันธ์ 2556
บทความแปลโดย Doungchampa Spencer
อ้างอิง: Memorandum From the President’s Assistant for National Security Affairs (Scowcroft) to President Ford, Washington, April 20, 1976.
บันทึก จากผู้ช่วยฝ่ายบัญชาการกองกำลังรักษาความมั่นคงภายใน (สโกรครอฟท์) ของประธานาธิบดี ถึงประธานาธิบดีฟอร์ด, กรุงวอชิงตัน, ลงวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2519

บันทึก
ทำเนียบขาว
วอชิงตัน
20 เมษายน 2519
บันทึกถึงประธานาธิบดี
จาก: เบรนท์ สโกรครอฟท์ (ตัวย่อ บีเอส)
หัวข้อ: บันทึกการวิเคราะห์ของกองกำลังรักษาความมั่นคงภายใน (National Security Study Memorandum หรือ NSSM) หมายเลข 225: นโยบายของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีต่อประเทศไทย
ในการตอบรับต่อบันทึกการวิเคราะห์ NSSM 225 การทบทวนเรื่องนโยบายของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีต่อประเทศไทยได้สิ้นสุดลง แล้วอย่างสมบูรณ์ ผลของการค้นคว้าจากหลายสำนักงาน (ดูรายงานแถบ B และการทบทวนวิเคราะห์จากทางสำนักงานที่แถบ D, E และ F) ได้สรุปความให้ทราบถึงผลประโยชน์ของประเทศสหรัฐอเมริกาและจุดประสงค์หลัก และแสดงให้เห็นถึงช่องทางเลือกต่อนโยบาย เพื่อบรรลุถึงความสำเร็จต่อเป้าหมายเหล่านั้น (ท่านได้ทำการตัดสินใจเรียบร้อยแล้วในคำถามเกี่ยวกับนโยบายของการเก็บกอง กำลังทางทหารและสถานที่เกี่ยวกับกิจการข่าวกรอง ยังคงให้อยู่ในประเทศไทยหลังจากวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2519 (ดูเอกสาร แถบ C))
ในปฎิกิริยาสะท้อนที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากความกดดันทางการเมืองภายในประเทศ ทางรัฐบาลไทยได้ขอร้องให้เราถอนกองกำลังทหารทั้งหมดออกไปจากประเทศไทยภายใน วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาเมื่อวันที่ 4 เมษายน นายกรัฐมนตรี (หม่อมราชวงศ์) คึกฤทธิ์ (ปราโมช) ได้สูญเสียตำแหน่งของเขาและนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะขึ้นมามีอำนาจแทน ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ก็ตาม ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ในกรุงเทพพิจารณาว่า การเปลี่ยนการตัดสินใจของฝ่ายไทยเกี่ยวกับการถอนกองกำลังทหารนั้น เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถึงแม้ว่าเรื่องอย่างนั้นจะเกิดขึ้น ทางฝ่ายสถานทูตเชื่อว่า การที่กองกำลังของเรายังคงอยู่ที่นั่นจะจุดประกายให้เกิดการประท้วงอย่าง รุนแรงในกรุงเทพ ซึ่งก็เป็นการบังคับให้เราถอนตัวออกไปเช่นเดียวกัน ถ้ารัฐบาลผสมชุดใหม่ พิสูจน์ตัวเองให้เห็นแล้วว่าเปราะบางมากและไม่สามารถที่จะแสดงภาวะผู้นำอัน เข้มแข็งแล้ว มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ที่ ทางฝ่ายกองทัพไทย (หลังจากที่ทิ้งช่วงห่างออกมาอย่างเหมาะสม) จะทำการยึดอำนาจการปกครองโดยใช้กองกำลัง ในขณะที่กลุ่มผู้นำเหล่าทัพเหล่านี้มีแนวโน้มอย่างสูงที่สุดในการอนุญาตให้ กองกำลังของเรายังคงอยู่ที่นั่นได้ การถอนกองกำลังทหารของเราควรจะเริ่มต้นล่วงหน้าเป็นอย่างดี และจากนั้น ถ้ามีการเปลี่ยนใจเกิดขึ้นมันก็กลายเป็นเรื่องยาก นอกไปจากนั้น การยึดอำนาจโดยฝ่ายกองทัพ จะทำให้รัฐบาลไทยตัดสินใจให้กองกำลังทหารสหรัฐอเมริกาอยู่ต่อได้ภายในประเทศ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความรุนแรงทางการเมืองได้ในกรุงเทพฯ

ทางเลือกของนโยบาย:
ทุกๆ องค์กรเห็นพ้องกันในเรื่องที่เราควรจะรับนำเอานโยบายที่จะกล่าวต่อไปนี้เข้ามาใช้กับประเทศไทย:

ข้อเสนอ:
กรุณาอนุมัติลายเซ็นของข้าพเจ้าในบันทึกฉบับนี้ที่ แถบ เอ
อนุมัติ (ลายเซ็น ของ ประธานาธิบดี เจอรัลด์ ฟอร์ด)
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน แต่เราจะเห็นว่า นโยบายของประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าในเวลานั้น ประเทศไทยจะเริ่มมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ตาม
เหตุการณ์การขับไล่และถอนทหารอเมริกันออกไปจากประเทศไทยนั้น ท่านผู้อ่านหลายท่านคงจะทราบดีกว่าดิฉัน ถึงแม้จะถูกตอบโต้ด้วยการเดินขบวนขับไล่ก็ตาม ทางประเทศสหรัฐอเมริกาก็ยังคิดแบบ น้ำครึ่งแก้วเต็ม หรือ Glass Half Full เพื่อที่จะดำเนินการเปลี่ยนนโยบายให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ของประเทศในเวลา นั้นได้
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทางประเทศสหรัฐอเมริกาจะคิดถึงผลประโยชน์ของนักลงทุนและการพาณิชย์เป็นหลัก เพราะมีผลกระทบหลายอย่างต่อทางการเมือง, ทางสังคม และทางเศรษฐกิจ
ที่นำเรื่องราวในอดีตมาเสนอนั้น ก็เพราะดิฉันคิดว่า นโยบายในปัจจุบัน จะไม่แตกต่างกับในสมัยอดีตเท่าไรนัก การปฎิบัติโดยการยึดหลักการให้ความช่วยเหลือทางการทหารนั้น เป็นจุดที่ "ขาย" ได้เป็นอย่างดี ต่อฝ่ายกองทัพไทย (ไม่ว่าจะอยู่ในสมัยไหน หรือ รัฐบาลไหน)
ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือในเวลานี้ ทางฝ่ายการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ให้เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการตัดสินคดีของคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข ซึ่งมีความกระทบทางจิตใจกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งทำให้ภาพพจน์ดูดีขึ้นในสายตาของชาวโลก (แต่ไม่แน่ใจว่า ทำการ "จับปลาสองมือ" กับฝ่ายอำมาตย์อยู่อย่างต่อเนื่องหรือเปล่า)
เรื่องนโยบายและการกระทำเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ควรนำมาพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง เผื่อว่าจะมีเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
2 กุมภาพันธ์ 2556
บทความแปลโดย Doungchampa Spencer
อ้างอิง: Memorandum From the President’s Assistant for National Security Affairs (Scowcroft) to President Ford, Washington, April 20, 1976.
บันทึก จากผู้ช่วยฝ่ายบัญชาการกองกำลังรักษาความมั่นคงภายใน (สโกรครอฟท์) ของประธานาธิบดี ถึงประธานาธิบดีฟอร์ด, กรุงวอชิงตัน, ลงวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2519

บันทึก
ทำเนียบขาว
วอชิงตัน
20 เมษายน 2519
บันทึกถึงประธานาธิบดี
จาก: เบรนท์ สโกรครอฟท์ (ตัวย่อ บีเอส)
หัวข้อ: บันทึกการวิเคราะห์ของกองกำลังรักษาความมั่นคงภายใน (National Security Study Memorandum หรือ NSSM) หมายเลข 225: นโยบายของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีต่อประเทศไทย
ในการตอบรับต่อบันทึกการวิเคราะห์ NSSM 225 การทบทวนเรื่องนโยบายของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีต่อประเทศไทยได้สิ้นสุดลง แล้วอย่างสมบูรณ์ ผลของการค้นคว้าจากหลายสำนักงาน (ดูรายงานแถบ B และการทบทวนวิเคราะห์จากทางสำนักงานที่แถบ D, E และ F) ได้สรุปความให้ทราบถึงผลประโยชน์ของประเทศสหรัฐอเมริกาและจุดประสงค์หลัก และแสดงให้เห็นถึงช่องทางเลือกต่อนโยบาย เพื่อบรรลุถึงความสำเร็จต่อเป้าหมายเหล่านั้น (ท่านได้ทำการตัดสินใจเรียบร้อยแล้วในคำถามเกี่ยวกับนโยบายของการเก็บกอง กำลังทางทหารและสถานที่เกี่ยวกับกิจการข่าวกรอง ยังคงให้อยู่ในประเทศไทยหลังจากวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2519 (ดูเอกสาร แถบ C))
สถานการณ์ปัจจุบันในประเทศไทย:
ในปฎิกิริยาสะท้อนที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากความกดดันทางการเมืองภายในประเทศ ทางรัฐบาลไทยได้ขอร้องให้เราถอนกองกำลังทหารทั้งหมดออกไปจากประเทศไทยภายใน วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาเมื่อวันที่ 4 เมษายน นายกรัฐมนตรี (หม่อมราชวงศ์) คึกฤทธิ์ (ปราโมช) ได้สูญเสียตำแหน่งของเขาและนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะขึ้นมามีอำนาจแทน ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ก็ตาม ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ในกรุงเทพพิจารณาว่า การเปลี่ยนการตัดสินใจของฝ่ายไทยเกี่ยวกับการถอนกองกำลังทหารนั้น เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถึงแม้ว่าเรื่องอย่างนั้นจะเกิดขึ้น ทางฝ่ายสถานทูตเชื่อว่า การที่กองกำลังของเรายังคงอยู่ที่นั่นจะจุดประกายให้เกิดการประท้วงอย่าง รุนแรงในกรุงเทพ ซึ่งก็เป็นการบังคับให้เราถอนตัวออกไปเช่นเดียวกัน ถ้ารัฐบาลผสมชุดใหม่ พิสูจน์ตัวเองให้เห็นแล้วว่าเปราะบางมากและไม่สามารถที่จะแสดงภาวะผู้นำอัน เข้มแข็งแล้ว มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ที่ ทางฝ่ายกองทัพไทย (หลังจากที่ทิ้งช่วงห่างออกมาอย่างเหมาะสม) จะทำการยึดอำนาจการปกครองโดยใช้กองกำลัง ในขณะที่กลุ่มผู้นำเหล่าทัพเหล่านี้มีแนวโน้มอย่างสูงที่สุดในการอนุญาตให้ กองกำลังของเรายังคงอยู่ที่นั่นได้ การถอนกองกำลังทหารของเราควรจะเริ่มต้นล่วงหน้าเป็นอย่างดี และจากนั้น ถ้ามีการเปลี่ยนใจเกิดขึ้นมันก็กลายเป็นเรื่องยาก นอกไปจากนั้น การยึดอำนาจโดยฝ่ายกองทัพ จะทำให้รัฐบาลไทยตัดสินใจให้กองกำลังทหารสหรัฐอเมริกาอยู่ต่อได้ภายในประเทศ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความรุนแรงทางการเมืองได้ในกรุงเทพฯ

จุดประสงค์ของประเทศสหรัฐอเมริกา:
ในการตื่นตัวต่อเหตุการณ์ต่างๆ ในคาบสมุทรอินโดจีน การค้นคว้าวิจัยได้ชี้ให้เห็นถึงจุดประสงค์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งยังคงใช้ได้อยู่ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะขอร้องให้เราถอนกองกำลังทหารที่เหลืออยู่ออกไปจากประเทศ:- ให้ประเทศไทยเป็นรัฐอิสระและไม่มีการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์
- เพิ่มการสนับสนุนกับทางการไทยเพื่อฐานะตำแหน่งของประเทศสหรัฐอเมริกาในเวที นานาชาติ เป็นต้นว่า ที่องค์การสหประชาชาติและและสมัชชาเฉพาะทางเป็นต้นว่า การประชุมเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเล
- ให้การสนับสนุนต่อทางการไทยอย่างต่อเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงอย่างสันติและเพื่อเสถียรภาพโดยทั่วไปภายในทวีปเอเซีย
- ให้การเข้าถึงการตลาดของทางการไทยอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้จัดจำหน่ายและ นักลงทุนของประเทศสหรัฐอเมริกาและรวมไปถึงการขยายการค้าของประเทศไทยและ ประเทศ สหรัฐอเมริกาต่อไปด้วย
- ให้เพิ่มความสนใจต่อทางการไทยอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับโปรแกรมการต่อต้านยาเสพติด และ สามารถเข้าถึงข้อมูลในประเทศไทยเพื่อการข่าวกรองในโปรแกรมต่อต้านยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกา
- แสดงความเป็นเพื่อนอย่างฉันมิตรและได้รับผลประโยชน์ร่วมกันต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหรัฐอเมริกา
ทุกๆ องค์กรเห็นพ้องกันในเรื่องที่เราควรจะรับนำเอานโยบายที่จะกล่าวต่อไปนี้เข้ามาใช้กับประเทศไทย:
- ให้ความช่วยเหลือในโปรแกรมเกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งเงินสนับสนุนจากโปรแกรมการช่วยเหลือทางการทหาร (Military Assistant Program หรือ MAP) จะเริ่มลดลงจากระดับของปีงบประมาณ 2518
- ไม่ทำการขัดขวางทางการไทยแต่อย่างใด ในความพยายามของพวกเขาต่อการปรับตัวให้เข้ากับความสัมพันธ์ใหม่กับประเทศ เพื่อนบ้านของพวกเขาที่มีการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์และไม่ใช่ระบอบ คอมมิวนิสต์ และรวมไปถึงฝ่ายเราด้วย
- เน้นในเรื่องของโปรแกรมช่วยเหลือทางเศรษฐกิจที่ให้กับสองฝ่ายเท่านั้น ซึ่งเกี่ยวกับปัญหาที่อยู่ตามพื้นที่ยากจนแถบชนบท
- ปรับปรุงการพาณิชย์ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย และให้นักธุรกิจกับนักลงทุนของประเทศสหรัฐอเมริกาได้เข้าถึงข้อมูลในตลาดของ ประเทศไทย ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้:
- ชี้ให้ทางการไทยได้ทราบถึงขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อสร้างบรรยากาศที่เหมาะเจาะต่อการลงทุน

- ยืนยันในข้อตกลงเกี่ยวกับการบินซึ่งกันและกันด้วยความจริงใจ และอย่าพยายามที่จะตอบแทนฝ่ายไทยเกี่ยวกับความล้มเหลวของฝ่ายเขา ต่อการแสวงหาผลประโยชน์อย่างเต็มที่เกี่ยวกับสิทธิการบินและรวมไปถึงโอกาส ต่างๆ ด้วย
- ให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่องกับทางการไทยเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าในคลัง พัสดุของเราและรวมไปถึงการขายผลิตผลทางการเกษตร PL-480 ของเราในตลาดต่างๆ ตามธรรมเนียมของไทย
- ให้การสนับสนุน กิจกรรมการต่อต้านยาเสพติดในประเทศไทยด้วยวิธีการดังต่อไปนี้:
- รวมรวมข่าวกรองให้ถึงระดับสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เกี่ยวกับการขนส่งค้าขายยาเสพติดในประเทศไทย
- ทำงานร่วมกันกับทางการไทยเพื่อลดจำนวนฝิ่นที่ผิดกฎหมาย ซึ่งผลิตในประเทศไทย
- ร่วมมือกับทางการไทยในการลดจำนวนการขนส่งยาเสพติดทั้งในและทั้งผ่านประเทศไทย
- ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการสื่อสารทางข้อมูล, การวัฒนธรรม และโปรแกรมพีซ คอร์ป (Peace Corps) ซึ่งวางแผนไว้เพื่อแสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ที่ดีต่อประเทศสหรัฐอเมริกานั้น เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับประเทศไทย
- ลดจำนวนและสร้างขนาดกับองค์กรให้กระชับยิ่งขึ้น ในการปรากฎตัวจากเจ้าหน้าที่ของฝ่ายเรา เพื่อจะสร้างความสอดคล้องกันกับจำนวนกิจกรรมของเราที่ลดลงภายในประเทศไทย
การตัดสินใจต่อบันทึกข้อความ:
ที่แถบ เอ คือ การสรุปเนื้อหาสำคัญในนโยบายของเราที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งมีรากฐานมาจากการค้นคว้าที่ได้รับการยินยอมเรียบร้อยแล้วข้อเสนอ:
กรุณาอนุมัติลายเซ็นของข้าพเจ้าในบันทึกฉบับนี้ที่ แถบ เอ
อนุมัติ (ลายเซ็น ของ ประธานาธิบดี เจอรัลด์ ฟอร์ด)
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นของผู้แปล:
ผู้นำฝ่ายรัฐบาลไทยในเวลานั้น คือ หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช ซึ่งเพิ่งชนะการเลือกตั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2519 มาประมาณ สองอาทิตย์เศษๆถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน แต่เราจะเห็นว่า นโยบายของประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าในเวลานั้น ประเทศไทยจะเริ่มมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ตาม
เหตุการณ์การขับไล่และถอนทหารอเมริกันออกไปจากประเทศไทยนั้น ท่านผู้อ่านหลายท่านคงจะทราบดีกว่าดิฉัน ถึงแม้จะถูกตอบโต้ด้วยการเดินขบวนขับไล่ก็ตาม ทางประเทศสหรัฐอเมริกาก็ยังคิดแบบ น้ำครึ่งแก้วเต็ม หรือ Glass Half Full เพื่อที่จะดำเนินการเปลี่ยนนโยบายให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ของประเทศในเวลา นั้นได้
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทางประเทศสหรัฐอเมริกาจะคิดถึงผลประโยชน์ของนักลงทุนและการพาณิชย์เป็นหลัก เพราะมีผลกระทบหลายอย่างต่อทางการเมือง, ทางสังคม และทางเศรษฐกิจ
ที่นำเรื่องราวในอดีตมาเสนอนั้น ก็เพราะดิฉันคิดว่า นโยบายในปัจจุบัน จะไม่แตกต่างกับในสมัยอดีตเท่าไรนัก การปฎิบัติโดยการยึดหลักการให้ความช่วยเหลือทางการทหารนั้น เป็นจุดที่ "ขาย" ได้เป็นอย่างดี ต่อฝ่ายกองทัพไทย (ไม่ว่าจะอยู่ในสมัยไหน หรือ รัฐบาลไหน)
ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือในเวลานี้ ทางฝ่ายการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ให้เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการตัดสินคดีของคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข ซึ่งมีความกระทบทางจิตใจกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งทำให้ภาพพจน์ดูดีขึ้นในสายตาของชาวโลก (แต่ไม่แน่ใจว่า ทำการ "จับปลาสองมือ" กับฝ่ายอำมาตย์อยู่อย่างต่อเนื่องหรือเปล่า)
เรื่องนโยบายและการกระทำเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ควรนำมาพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง เผื่อว่าจะมีเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
โพลล์: สำรวจรอบ2คุณจะเลือกใครเป็นผู้ว่ากทม.
ที่มา Thai E-News
สำรวจจากท่านผู้อ่านไทยอีนิวส์ระหว่างวันที่ 27 ม.ค. - 2 ก.พ. 53 โดยมีจำนวนโหวตทั้งสิ้น 1,882 ครั้ง
สำรวจจากท่านผู้อ่านไทยอีนิวส์ระหว่างวันที่ 27 ม.ค. - 2 ก.พ. 53 โดยมีจำนวนโหวตทั้งสิ้น 1,882 ครั้ง
โพลล์ไทยอีนิวส์: เสื้อแดงควรตั้งพรรคการเมืองเองหรือไม่
ที่มา Thai E-News
สำรวจจากท่านผู้อ่านไทยอีนิวส์ระหว่างวันที่ 27 ม.ค. - 2 ก.พ. 53 โดยมีจำนวนโหวตทั้งสิ้น 1,452 ครั้ง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




