แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ช็อตเด็ดวันนี้ : Free Hugs for Voters

ที่มา Thai E-News

Credit  Araraw Warara
ไม่ไปโหวตไม่ได้แล้ว

สปป. เพลง " Respect My Vote ฉันก็คน เธอก็คน " เพลงประชาสัมพันธ์คนไทยทุกคนเท่ากัน

ที่มา Thai E-News



Published on Jan 30, 2014

เพลง: Respect My Vote (ฉันก็คน เธอก็คน)
คำร้อง/ทำนองโดย: Boyd Suphakit

อาจจะไม่เท่ากัน ถ้าหากมองที่เงิน
แต่อยากบอกเธอเหลือเกินให้มองที่ใจ
หนึ่งสิทธิ์หนึ่งคนเท่าเทียม
แต่ละเสียงก็คือคนไทย
แค่อยากให้เธอเข้าใจ มันไม่ยากเลย

(*)
ฉันก็คน เธอก็คน
โปรดจงเคารพกันมั่ง
หนึ่งเสียงที่เธอต้องฟัง Respect My Vote

อาจเกิดมาไม่เหมือนกัน ต่างกันไปตามโชคชะตา
แตกต่างกันตามที่มาเราไม่ว่ากัน

ไม่ว่าจะมีหรือจน ก็คือคนไทยทั้งนั้น
มาแบ่งชนชั้นกัน มันไม่ใช่เลย

ซ้ำ(*)(*)

คนต้องเท่าเทียม เห็นใจกันและกัน
เคารพซึ่งกันและกันบนความเข้าใจ
เธอเองก็คือคน ฉันเองนั้นก็ใช่
ขัดแย้งไปเพื่ออะไร มีแต่ฆ่าฟัน

if you don't respect our vote, maybe a war
Please get back to vote, stop the war
Please get back to vote, stop the war


--------
การรู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น และการยอมรับความคิดเห็นแตกต่าง คือวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่เป็นทางออกให้ทุ­กๆความหลากหลายทางความคิดสามารถ อยู่ร่วมกั­นได้อย่างสันติ

NEW CULTURE: https://www.facebook.com/newculturethai

ภาพขนาดย่อ

เสียงคนกรุงเทพฯ ไปเลือกตั้ง ตลาดห้วยขวาง 1 [2014-01-31]

ที่มา Thai E-News



Published on Jan 31, 2014
มาฟังเสียงคนกรุงเทพฯ จริงๆ อีกสักคนนะครับ ว่าสาวน้อยคนนี้ เธอคิดยังไงกับการเลือกตั้ง วันที่ 2 กุมภาพันธ์ นี้ และเขาเห็นอย่างไร กับการชุมนุมต่อต้านการเลือกตั้งของม็อบปร­ะชาธิปัตย์ (สัมภาษณ์เมื่อ ศุกร์ - 31 มกราคม 2557 - ตลาดห้วยขวาง)

ภาพขนาดย่อ

คลิป : ไหว้น้องเขาซะสิ

ที่มา Thai E-News



Published on Jan 29, 2014
รายการ Divas Cafe ประจำวันที่ 30 มกราคม 2557

ดีว่าส์ชวนพูดคุยและทำความรู้จักกลุ่ม Respect My Future การเรียกร้อง คัดค้าน ต่อต้านรัฐบาล ส่งผลกระทบอย่างไรต่อเยาวชนในประเทศบ้าง
เรื่องเกี่ยวเนื่อง

ประชาไท : ‘Respect My Future’ นักเรียนวอนม็อบเคารพอนาคตเยาวชน


ภาพขนาดย่อ

ถาม-ตอบ กฎหมายเลือกตั้ง : หลัง 2 กุมภาฯก็ยังเปิดสภาไม่ได้

ที่มา Thai E-News


ที่มา iLaw
อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นกำหนดวันเลือกตั้งที่มีความสำคัญอีกครั้งหนึ่ง และหลังจากการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 26 มกราคม ที่ผ่านมา ที่มีการขัดขวางการเลือกตั้งของผู้ชุมนุมกลุ่มกปปส. ที่ต้องการให้มีปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ก็พอจะเห็นได้ลางๆ ว่า วันที่ 2 กุมภาพันธ์ นี้ ผู้ที่ต้องการไปใช้สิทธิเลือกตั้งก็คงไม่สามารถใช้สิทธิได้อย่างสะดวกดาย เช่นที่ผ่านมา
iLaw จึงรวบรวมคำถามเกี่ยวกับข้อกฎหมายในการเลือกตั้ง ที่ทุกคนน่าจะอยากรู้มาไว้ที่นี่
ถ้าไม่ไปเลือกตั้ง จะเสียสิทธิอะไรบ้าง
เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 72 กำหนดไว้ว่าบุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หากไม่ไปใช้สิทธิโดยไม่แจ้งเหตุผลอันสมควร ก็ย่อมเสียสิทธิตามที่กฎหมายบัญญัติ ดังนั้น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ.2550 มาตรา 26 จึงกำหนดว่า เมื่อบุคคลใดๆ ไม่ไปเลือกตั้ง จะเสียสิทธิ 3 ประการ ดังนี้
1.เสียสิทธิการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. คนที่ไม่ไปเลือกตั้งจะไม่มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านว่าเป็นการเลือกตั้งส.ส. ส.ว. ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
2.เสียสิทธิการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส., ส.ว., สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น และสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น ส.ว. หากประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมัยหน้า ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติหรือท้องถิ่น ก็ไม่มีสิทธิลงสมัคร
3.เสียสิทธิการสมัครรับเลือกเป็นกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน
สิทธิทั้ง 3 ประการ จะได้กลับคืนมาเมื่อไปใช้สิทธิการเลือกตั้งในครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติหรือท้องถิ่น
ถ้าไม่สามารถไปเลือกตั้งจริงๆ ทำอย่างไรได้บ้าง
แต่ถ้าหากไม่สามารถไปใช้สิทธิได้จริงๆ  โดยเหตุผลต่างๆ ดังนี้
1.มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล 
2.เจ็บป่วย พิการ สูงอายุ ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้
3.เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
5.มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กม.
6.มีเหตุสุดวิสัยอื่นที่ กกต.กำหนด
ตามมาตรา 24 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ ก็ให้สิทธิประชาชนในการรักษาสิทธิข้างต้น โดยการต้องไปแจ้งเหตุต่อนายทะเบียนเขตหรืออำเภอ โดยสามารถไปแจ้งเหตุได้ในช่วงเวลาก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน จนถึงหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน  (26 มกราคม – 9 กุมภาพันธ์ 2557) เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ 3 ประการ ดังกล่าว โดยกรอกแบบฟอร์มหนังสือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ หรือ ส.ส.28 (ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่นี่)  โดยระบุหมายเลขประจำตัวประชาชน และที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน แนบหลักฐานเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ และยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอและนายทะเบียนท้องถิ่นที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ได้ 3 วิธี คือ ยื่นด้วยตนเอง มอบหมายบุคคลอื่นไปยื่นแทน หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
ไม่สนับสนุนการเลือกตั้ง จะประท้วงโดยการฉีกบัตรเลือกตั้ง หรือไปขัดขวางคนอื่นไม่ให้เลือกตั้ง จะทำได้หรือไม่
ไม่ว่าจะฉีกบัตรเลือกตั้ง หรือไปขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นใช้สิทธิเลือกตั้งล้วนผิดกฎหมาย แต่จากการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา ก็มีผู้ชุมนุมไปปิดหน่วยเลือกตั้งจนทำให้คนอื่นมาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้ แต่หากคุณคือคนหนึ่งที่คิดจะไปร่วมขบวนขัดขวางการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ขอเตือนคุณก่อนว่า อาจจะต้องเตรียมใจถูกดำเนินคดี ตามมาตรา 76 ประกอบมาตรา 152 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ.2550 ซึ่งมีโทษจำคุกหนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับ 20,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปีด้วย
นอกจากผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ยังผิดตามประมวลกฎหมายอาญาอีกด้วย ข้อหาข่มขืนใจ หรือหากมีการใช้กำลังก็ผิดข้อหาทำร้ายร่างกายอีก
ไม่เพียงแต่กับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิเท่านั้น คุณอาจโดนข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.ได้ (มาตรา 43 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550) มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  
ส่วนการฉีกบัตรเลือกตั้งเพื่อเป็นการประท้วงโดยแสดง สัญลักษณ์ไม่ยอมรับการเลือกตั้ง ก็ผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน อาจจะต้องเตรียมใจรับข้อหา ทำลายบัตรเลือกตั้ง หรือจงใจกระทำการใดๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุดเสียหาย ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ.2550 มาตรา 148  ซึ่งระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท และยังถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปีด้วย 
ถ้าหากผู้กระทําความผิดดังกล่าวเป็นเจ้าพนักงานผู้ดําเนิน การเลือกตั้งเองต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
ไม่สนับสนุนการเลือกตั้ง แต่ไม่อยากทำผิดกฎหมาย จะทำอะไรได้บ้าง
ขณะนี้มีการณรงค์ต่อต้านการเลือกตั้งอย่างสันติวิธีด้วย วิธีการ 2 อย่าง คือ ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote) และกาช่องไม่ประสงค์จะลงคะแนน (Vote No)  การไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้มีผลอะไรกับการเลือกตั้ง เพราะอย่างไรผู้สมัครที่ได้รับโหวตมากที่สุดก็จะได้รับเลือกตั้งอยู่ดี แต่การกาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนจะมีผลกับการเลือกตั้ง ในกรณีที่เขตนั้นๆ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเพียงคนเดียว มาตรา 88 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ.2550 กำหนดไว้ว่า ถ้ามีผู้สมัครแบบแบ่งเขตเพียงคนเดียว ผู้สมัครคนนั้นต้องได้รับคะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น และต้องมากกว่าจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ไม่ประสงค์จะลงคะแนน  
ซึ่งถ้าผู้สมัครได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น หรือมีคะแนนน้อยกว่าบัตรที่ไม่ประสงค์จะลงคะนแน  กกต.ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ และถ้าเลือกตั้งใหม่อีกครั้งยังได้ผลเช่นเดิม กกต.ก็ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่อีก ในครั้งที่สามนี้ถ้าได้ผลเช่นเดิม ผู้ได้รับคะแนนก็จะเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งตามกฎหมาย
ถ้าถูกขัดขวางจนไม่สามารถเข้าไปใช้สิทธิในหน่วยเลือกตั้งได้ ทำอย่างไร
การถูกขัดขวาง อาจจะถูกขัดขวางได้ทั้งจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง และกกต.ของเขตนั้นๆ เอง ก็ให้รวบรวมหลักฐานเท่าที่ทำได้ เช่น ภาพถ่าย คลิปวีดิโอ แล้วนำไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ในข้อหาขัดขวางการใช้สิทธิเลือกตั้ง ตาม มาตรา 76 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ.2550 และตามประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้อง เช่น ความผิดฐานข่มขืนใจ ตามมาตรา 309 ฐานทำร้ายร่างกาย ตามมาตรา 295 เป็นต้น และถ้าหากถูกขัดขวางโดยเจ้าหน้าที่รัฐเอง ได้แก่ กกต. เช่น ปิดการลงคะแนนโดยที่ไม่มีเหตุผลสมควร ก็สามารถแจ้งความฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เลือกตั้งไปแล้วจะเป็นอย่างไร โมฆะหรือไม่
เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหามากมายตั้งแต่สมัคร รับเลือกตั้ง หลายจังหวัดไม่สามารถจัดให้มีการรับสมัครเลือกตั้งได้ อีกทั้งพรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ก็บอยคอตการเลือกตั้ง ทำให้มี 28 เขตจาก 375 เขต ที่ไม่มีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง  และอีก 12 เขตที่มีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเพียงคนเดียว ก็มีปัญหาให้ต้องคิดกันต่อไปว่า แม้เลือกตั้งไปแล้วก็อาจไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ เพราะจำนวนส.ส.ไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 
ในรัฐธรรมนูญมาตรา 93 วรรค 6 กำหนดไว้ว่า ในกรณีที่มีเหตุการณ์ใดๆ  ทําให้การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใดมีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ถึงห้าร้อยคน  แต่มีจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง หมด   ให้ถือว่าสมาชิกจํานวนน้ันประกอบเป็นสภาผู้แทนราษฎร  แต่ต้องดําเนินการให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ครบตามจํานวนที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันและให้ อยู่ในตําแหน่งได้เพียงเท่าอายุ ของสภาผู้แทนราษฎรที่เหลืออยู่
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่แน่ๆ จะยังไม่มีผู้แทนราษฎรอย่างน้อย 28 คนจาก 28 เขตที่ไม่มีคนลงสมัคร ก็ถือว่าไม่ถึง 95% ของส.ส.ทั้งสภาจำนวน 500 คน ทำให้ไม่อาจเปิดประชุมสภาได้ กลไกต่างๆ ก็ยังเดินหน้าต่อไปไม่ได้ 
แม้ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติไว้ว่าในกรณีเช่นนี้ต้องทำอย่างไร แต่โดยหลักการทั่วไปคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงมีหน้าที่ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้ได้จำนวนส.ส.ครบขั้นต่ำที่ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้ได้ ขณะที่ กกต.เองก็พยายามจะนำข้ออ้างนี้มาเพื่อเสนอให้รัฐบาลเลื่อนกำหนดวันเลือกตั้ง และนักวิชาการหลายคนก็ให้ความเห็นไปว่า ด้วยเหตุนี้อาจทำให้การเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะได้

เนติวิทย์ นักเรียนมัธยม ม.5 ผู้เขียนจม.เปิดผนึกถึงลุงกำนัน เผชิญหน้า face time 30 1 57

ที่มา Thai E-News



Published on Jan 30, 2014




Sun, 2014-01-26 23:54
โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ

27 มกราคม 2557

เรียน ลุงกำนัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส และคณะ
เรื่อง ข้อสงสัยและความห่วงใยจากนักเรียนคนหนึ่ง  

กำนันสุเทพที่เคารพ กระผมนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเรียนมัธยม ม.5 คนหนึ่งที่สนใจและศึกษาข่าวสารทางการเมืองคนหนึ่ง มีความเป็นห่วงอย่างแรงกล้าต่อวิกฤติบ้านเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ซึ่ง มันรุนแรงมากและมีการเสียเลือดเสียเนื้อเกิดขึ้นแล้ว กระผมเห็นว่าลุงกำนันเป็นส่วนสำคัญของวิกฤติครั้งนี้ด้วย กระผมจึงปรารถนาเขียนจดหมายถึงลุงกำนันด้วยความเคารพ พร้อมตั้งคำถามและแสดงความคิดเห็นอันระคนไปด้วยความรู้สึกห่วงใยอย่าง แรงกล้า ลุงกำนันจะพอใจหรือไม่ก็ตามแต่กระผมรู้สึกกังวลใจต่อบ้านเมืองจริงๆ

1) กระผมมีความสงสัยมาตลอดว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองของลุงกำนันมีจุดประสงค์อย่างไรกันแน่ ต้องการอะไรกันแน่ มันเป็นความสงสัยอย่างแรงกล้าที่ไม่อาจปิดบังได้เลย ลุงกำนันออกมาเรียกร้องคัดค้านพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง ผมซึ่งติดตามข่าวสารบ้านเมืองก็เข้าใจและเห็นด้วยว่ารัฐบาลทำไม่ถูกต้อง แต่เมื่อรัฐบาลได้ถอนร่างออกแล้ว เหตุใดการเคลื่อนไหวจึงยังไม่ยุติซ้ำยังมีความรุนแรงมากขึ้นเสียอีก ลุงกำนันก็เคยบอกเองว่าจะจบวันนั้น วันนี้ เป็นครั้งสุดท้ายครั้งแล้วครั้งเล่าให้เร็วที่สุด เข้าใจว่าพูดแบบนี้ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ เหตุใดยืดเยื้อยาวนานถึงบัดนี้

2) ดังที่กระผมได้กล่าวถามไปแล้วว่า “มีความต้องการอะไรกันแน่” ลุงกำนันอาจจะตอบผมว่าก็ดูที่ตำแหน่งห้อยท้ายของลุงสิ ลุงกำนันกำลังจะทำการปฏิรูปให้นำไปสู่ “ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์” แต่ผมก็เกิดความสงสัยว่า วิธีการของลุงกำนันและมวลมหาประชาชนภายใต้การนำของลุงกำนันจะนำไปสู่ ประชาธิปไตยได้จริงละหรือ กปปส.ของลุงกำนันเสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่สภาปฏิรูปของลุงเสนอให้มี 75 เปอร์เซ็นต์มาจากการแต่งตั้ง และ 25 มาจากการเลือกตั้ง ลุงกำนันยังเคยเสนอให้ทหารออกมาทำการรัฐประหาร ลุงกำนันยังได้แสดงทัศนะและทำการขัดขวางไม่ให้เกิดการเลือกตั้งขึ้น ลุงรู้หรือไม่ว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิเสียงของคนจำนวนมากของประเทศนี้เช่น กัน เขาก็เป็นประชาชน ลุงกำนันก็เป็นประชาชน ต่างก็ต้องอยู่ในกติกาที่เคารพซึ่งกันและกันมิใช่หรือ ผมไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ลุงกำนันทำมันเป็นประชาธิปไตยเพื่อประชาชน เพื่อประเทศชาติจริงหรือไม่ หรือเป็นเผด็จการเสียงข้างน้อยที่ลากตั้งกันและอวดอ้างว่าเป็น “ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์”

3) กระผมทราบว่ามีนักวิชาการบางคนเรียกลุงกำนันและขบวนการ ว่าเป็นดั่งมหาตมะคานธี เป็นเหมือนสาธุคุณมาร์ติน ลูเธอร์คิง จูเนียร์ กำนันสุเทพอาจจะรู้สึกดีใจจนตัวลอยกับถ้อยคำของนักวิชาการพวกนี้ก็ได้ แต่พวกเขาพูดจริงละหรือ ถ้อยความดังกล่าวมันเป็นการยกยอปอปั้นหลอกลวงกำนันสุเทพหรือเปล่า เป็นที่เข้าใจกันดีว่า มหาตมะคานธีเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้อหิงสา แต่สิ่งที่มหาตมะคานธีกระทำนั้นมิใช่เป็นเพียงลมปากที่พ่นออกมาเท่านั้น อหิงสาของคานธีประกอบไปด้วยความรักและสัจจะ อหิงสาของคานธีมาควบคู่กับสิ่งที่เรียกว่าสัตยาเคราะห์ (ภาษาอังกฤษเรียกว่า Truth Force – The power of Truth) คือการใช้สัจจะเป็นอาวุธ ใช้ความรักความเข้าใจพิชิตความโกรธความเกลียดชัง ขบวนการและตัวลุงกำนันเดินตามทางนี้ละหรือ

4) ถ้าคุณสุเทพเดินตามขบวนการแห่งอหิงสาวิธีดังที่นักวิชาการบางคนสรรเสริญยกยอ แล้วถ้อยความที่ว่า “สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยทำคือทุจริตคอร์รัปชั่นตลอดชีวิตนักการเมือง” หลุดออกจากปากของลุงกำนันได้อย่างไร ทั้งๆที่ก็เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าลุงกำนันได้กระทำอะไรไว้บ้าง ใยต้องหลอกลวงตัวเองและคนอื่นด้วย ในอัตชีวประวัติของมหาตมะคานธี (หมายถึง “The Story of My Experiments with Truth) เขียนโดยตัวเขาเองก็มิได้มุสาวาทต่อสิ่งที่เขาได้เคยทำผิดไว้เลย ลุงกำนันโปรดพิจารณาดูเถิด ขบวนการของลุงกำนันและตัวลุงมีพร้อมด้วยสัจจะไหม มีพร้อมด้วยความรักต่อเพื่อนมนุษย์ไหม คนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของลุงกำนันกลายเป็นว่าเป็น “ขี้ข้าระบอบทักษิณ” เป็น “ควายแดง” ทำไมลดทอนศักดิ์ศรีและเหมารวมกันเยี่ยงนี้ ผมยังรู้สึกเศร้าใจบ่อยครั้งเมื่อฟังเวทีปราศรัยของคุณลุงที่เต็มไปด้วยคน ที่มีการศึกษา แต่ด้อยสติปัญญาและให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ มีนายแพทย์พูดจาอย่างน่าบัดซบ (ทำรีแพร์ให้นายก) มีอาจารย์มหาวิทยาลัยหยาบคาย (ล่อเพื่อชาติ) เป็นต้น มันน่าปวดใจมากที่เยาวชนและประชาชนต้องฟังคำหยาบคายหยามหมิ่นมนุษย์ด้วยกัน แม้เขาจะเป็นตำแหน่งไหนๆก็ตาม จากผู้ที่อวดอ้างเรียกตัวเองว่ามีการศึกษาเป็นคนดีมีศีลธรรมอันอวดอ้างทั้ง หลายมันน่าเจ็บใจจริงๆ แลการปลุกระดมคนไปคัดค้านขัดขวางสิทธิเลือกตั้ง มิใช่เป็นการต้องการให้เกิดความรุนแรงหรือ

สิ่งที่ผมถามลุงกำนันไป และแสดงความเห็นอันห่วงใยกังวลนี้ ผมหวังว่าลุงกำนันจะตอบผม ผมเขียนด้วยความหวังดีเป็นกัลยาณมิตรต่อลุงกำนัน แม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับลุงกำนัน แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน กระผมรักและหวังดีกับลุง กระผมรู้สึกและเห็นประจักษ์แล้วว่าการศึกษาสูงในระบบไม่ใช่ว่าจะนำไปสู่ ประชาธิปไตยได้ จากการเล่าเรียนอันน้อยนิดของผมก็รู้ว่า ขบวนการที่โกรธเกลียดเหยียดหยามหมิ่นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันไม่อาจนำไปสู่ ประชาธิปไตยได้ มันรังแต่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ลุงกำนันรู้ไหมการดื้อรั้นที่จะ “ปฏิรูป” ของลุงกำนัน อันไม่มีรูปธรรมชัดเจนและปลุกปั่นด้วยความเกลียดชัง มันนำไปสู่ความรุนแรงมากแค่ไหนแล้ว ในส่วนของโรงเรียน ตอนนี้มีกี่แห่งแล้วที่ประสบเหตุไปเรียนไม่ได้ และนักเรียนไปเรียนด้วยความเสี่ยงในอันตราย

ผมไม่รู้ว่าบ้านเมืองจะเดินหน้าอย่างไร ความรุนแรงจะสงบไหม ถ้าลุงกำนันยังดื้อรั้นในวิธีการแบบนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ผมหวังเสมอแม้มันอาจริบรี่ อยากให้สังคมของเราปฏิรูป แต่มันต้องไปในทางประชาธิปไตย เป็นไปในทางสันติประชาธรรม มีขันติ มีกติการ่วมกัน ยึดมั่นเคารพศักดิ์ศรีเพื่อนมนุษย์ ขอให้สำเร็จเถอะ
 
ด้วยรักและห่วงใย

(นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล)
 
ที่มา ประชาไท
 
 ภาพขนาดย่อ
 

นายแน่มาก วันที่ 31 มกราคม 2557

ที่มา MrElectronSpin


รายการนายแน่มาก วันที่ 31 มกราคม 2557
ดำเนินรายการโดย คุณคฑาวุธ และ ดีเจหนุ่มลับแล
เวปฅนไท พิทักษ์ประชาธิปไตย http://www.konthais.org
 adayhappy: http://www.mediafire.com/listen/8unc7aic2bbjn0r/2014-01-31-20h29m59s-Konthais.org-KTW.mp3
BigBuff: https://www.mediafire.com/?v158ibqr8lxd0c5
amREDshirt: http://www.mediafire.com/download/9qqs72tx67tqjd2/57-01-31+Nai+Nae+Marg.mp3
https://www.youtube.com/watch?v=oTq_qDip3JE&feature=youtu.be