แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2557

มันจะไม่ยุบจาก 7 เวทีเหลือ 1 เวทีได้ไง????

ที่มา Thai E-News


มันจะไม่ยุบจาก 7 เวทีเหลือ 1 เวทีได้ไง????ค่ะ เพื่อนๆๆ แต่ล่ะคืนๆๆๆ มวลมหาประชา งง ลดลงๆๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ วันนี้สื่อต่างชาติบอก มี 150 คน ค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ ขำจุงเบยยยยยยย หาทางลง แบบ เนียนๆๆๆเบยยยยย
28 Feb 2014 7pm. Only about 150 people at Asoke protest site in # Bangkok # Thailand.
Cc @RichardBarrow @Thai_Detective 
ooo
เรื่องเกี่ยวเนื่อง...
'สุเทพ' ลั่นคืนจราจรทั้งกทม.จันทร์นี้ (3 มี.ค.) ผุดเวทีสวนลุมฯ แห่งเดียว
ที่มา ประชาไท
Fri, 2014-02-28 23:33

“สุเทพ” โต้วาทกรรมนายก "ขอตายในสนามประชาธิปไตย" พร้อมประกาศคืนจราจรทั่ว กทม.จันทร์นี้ (3 มี.ค.)  อโศก-สีลม-ปทุมวัน-ราชประสงค์ ตั้งเวทีในสวนลุมฯ แห่งเดียว จัดทัพใหม่สู้ต่อ ปิดที่ราชการ-ธุรกิจเครือชิน
28 ก.พ. 2557 สำนักข่าวไทยรายงาน ว่า “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยที่แยกปทุมวัน ประกาศคืนพื้นที่จราจรทั่ว กทม. ตั้งแต่วันจันทร์นี้ (3 มี.ค.) ทั้งถนนอโศก สีลม ปทุมวัน และราชประสงค์ โดยจะไปตั้งเวทีใหม่ในสวนลุมพินี เพื่อปักหลัก 24 ชม. เพราะมีอาคารสะดวกจัดประชุมระดมแนวทางพิมพ์เขียวประเทศไทย ยืนยันคงสู้ต่อไปโดยจัดทัพใหม่เดินหน้าปิดสถานที่ราชการและมุ่งเป้าธุรกิจ เครือชินวัตร  มุ่งโจมตีกิจการตัดท่อน้ำเลี้ยง หวังรณรงค์ชักชวนราชการหยุดงาน โดยมวลมหาประชาชนจะแต่งตั้งตัวเองเป็นผู้ตรวจราชการเยี่ยมทุกกรมกองทุกวัน ทั้งนี้ “สุเทพ” ยังตอบโต้ "ยิ่งลักษณ์" นายกรัฐมนตรี ระบุอย่าใช้วาทกรรม "ขอตายในสนามประชาธิปไตย"  ย้ำการเจรจากับนายกรัฐมนตรีนั้นต้องทำอย่างเปิดเผยและออกโทรทัศน์ ยืนยันตนไม่มีเงื่อนไขต่อรองใดๆ และจะไม่ใช่การดีเบต
“สุเทพ” ยืนยันจะไม่เจรจาต่อหน้าเลขาธิการ ยูเอ็น เพราะไม่คิดว่าจะเข้าใจปัญหาได้ดีเท่าคนไทย และแจงที่ผ่านมาไม่เคยเรียกร้องขอพบ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี เพราะคนที่มาขอเจรจาคือ นายกรัฐมนตรี แต่เมื่อมีคนมาวิพากษ์วิจารณ์ ตนเองจึงบอกว่าพร้อมเจรจา
ooo
ชูวิทย์ : ขอบคุณสุเทพ จากคนกรุงเทพ
โดย 
หลังจากวันเวลาที่ยากลำบากของคนกรุงเทพฯ ในที่สุดคุณสุเทพได้ประกาศ "ยกเลิกชัตดาวน์กรุงเทพฯ" คืนพื้นที่อโศก ราชประสงค์ ปทุมวัน สีลม กลับมาให้คนกรุงเทพฯได้ใช้เหมือนเดิม เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม เป็นต้นไป
ผมขอขอบคุณ "กำนันสุเทพ" อย่างจริงใจในนามคนกรุงเทพฯ หากไปใช้พื้นที่ภายใน "สวนลุมพินี" เป็นความคิดที่ดี มีขนาดพอเพียงกับจำนวนม็อบ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สัญจร มีที่ให้กางเต๊นท์ มีห้องน้ำพร้อมเพรียง มีความปลอดภัยสูง เพราะรั้วรอบขอบชิด ไม่ต้องเสี่ยงอันตราย ไม่มีใครเสียชีวิต แมกไม้สีเขียวของสวนลุมฯ อาจทำให้ม็อบหรือแกนนำใจเย็นขึ้น มีเหตุมีผล
คุณสุเทพทำหลายสิ่งหลายอย่างในช่วงที่ผ่านมา อย่างที่ไม่มีนักการเมืองคนอื่นๆเคยทำมาก่อน ประวัติศาสตร์จะต้องจารึกชื่อคุณสุเทพ สิ่งที่คุณสุเทพพูดไว้คงไม่สูญเปล่า แม้ว่าจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด
เลิกชัตดาวน์ เลิกปิดล้อมสถานที่ราชการ เลิกปิดล้อมธุรกิจเอกชน ให้ประชาชนไปเลือกตั้ง คืนชีวิตปกติให้กับคนไทย และให้เขาตัดสินใจเองว่าทางเดินไหนที่เขาต้องการ หากประชาชนคนไทยเลือกเส้นทางเดินใดก็แล้วแต่ มันเป็นสิทธิ์ของเขา ไม่ใช่ของคุณสุเทพหรือของผมเลย
กลับสุราษฎร์ฯเถอะครับ ไปพักผ่อนอยู่กับครอบครัวเสียบ้าง หมู่นี้ผอมไปเยอะ หน้าตาไม่มีสง่าราศี คุณสุเทพอายุมากแล้ว มีคดีความอีกมากที่จะต้องต่อสู้ ผมอยากให้คุณสุเทพมีสันติในใจ มีความสงบกับวันเวลาหลังเกษียณอาชีพนักการเมือง
ให้อนาคตตัดสิน ว่าสิ่งที่คุณสุเทพทำเป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมืองหรือไม่?

รวมคลิปการปราศรัย..!! เวที กวป หน้าสำนักงาน ปปช สนามบินน้ำ นนทบุรี 27-2-14

ที่มา Thai E-News


ภาพ INN News
มิสเตอร์เอ็ม http://www.youtube.com/watch?v=5MolkdScSew
เบียร์ ช่วง1 http://www.youtube.com/watch?v=CDsx4P6ZVv4
กวป แถลงการณ์ http://www.youtube.com/watch?v=1qvGG_13EaI
เบียร์ ช่วง2 http://www.youtube.com/watch?v=qrU4FF9hdjE
ศรรักษ์ มาลัยทอง ช่วง1 http://www.youtube.com/watch?v=EeETH1U2_Ts
ตัวแทนผู้ชุมนุม http://www.youtube.com/watch?v=UvzxDSEgEhI
นุ้ย สาวคลองเก้า http://www.youtube.com/watch?v=B8nywMdRoS4
ชวิส สุริยะ http://www.youtube.com/watch?v=kvQAlhvAWHI
จิตวัฒท์ ตัวแทนมุสลิม http://www.youtube.com/watch?v=s8y-IibMIVg
ประจวบ รังสร้อย http://www.youtube.com/watch?v=J_FARARxawQ
เล็ก จะเด็ด http://www.youtube.com/watch?v=uAolEDBH9EY
เจ้ดา ดารุณี http://www.youtube.com/watch?v=m31T2Gm82w8
ศรรักษ์ มาลัยทอง http://www.youtube.com/watch?v=iRWGboxx-VA
หนุ่มโคราช http://www.youtube.com/watch?v=RYc_bM_Qfjs
สมศักดิ์ ล้อเพชรรุ่งเรือง http://www.youtube.com/watch?v=4pcU_B3oqPY
วาณิช ร่มเกล้า http://www.youtube.com/watch?v=PVw_46G9qFI
ชนะศึก นครศรี http://www.youtube.com/watch?v=mJA595gggq0
จอมยุทธ เมืองธัญญะ http://www.youtube.com/watch?v=ReXroWy_wTE
เบียร์ ช่วง3 http://www.youtube.com/watch?v=YoqWAP6mYpg
ผู้ใหญ่คำพัน http://www.youtube.com/watch?v=GGGv_VdfN_s
โชคชัย หลานย่าโม http://www.youtube.com/watch?v=EUVkPrs1sD8
สมศักดิ์ จตุคาม http://www.youtube.com/watch?v=P5RBif7r3rM

ศาลสหรัฐห้ามใช้ธงชาติละเมิดสิทธิบุคคล

ที่มา Thai E-News

 

 ถอดความ (โดย ระยิบ เผ่ามโน) จากเรื่อง "ศาลอุทธรณ์เห็นด้วยโรงเรียนมีสิทธิห้ามเด็กสวมเสื้อธงชาติอเมริกัน" โดยซีบีเอสนิวส์/เอพี วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗


ซาน ฟรานซิสโก –ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐพิพากษาเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเจ้าหน้าที่โรงเรียนมัธยมปลายในแคลิฟอร์เนียภาคเหนือดำเนินการเหมาะสมแล้ว เมื่อสั่งให้เด็กนักเรียนที่สวมเสื้อยืดลายธงชาติอเมริกันกลับเอาด้านในออกระหว่างร่วมงานฉลองวันชาติเม็กซิโกของโรงเรียน
ศาลอุทธรณ์สหรัฐเขต ๙ วินิจฉัยว่า ความกังวลของเจ้าหน้าที่โรงเรียนเกรงจะเกิดความรุนแรงเรื่องผิวขึ้นนั้นมีน้ำหนักมากกว่าเสรีภาพในการแสดงความรักชาติของนักเรียน

ผู้ บริหารของโรงเรียนหวั่นว่าการสวมเสื้อลวดลายธงชาติอเมริกันจะเป็นการสุมไฟรน จิตใต้สำนึกแห่งเชื้อชาติของเด็กนักเรียนเชื้อสายละตินในระหว่างงานฉลอง เทศกาล ‘ซิงโกเดอมาโย’ อันเป็นการรำลึกวันประกาศอิสรภาพของประเทศเม็กซิโก โรงเรียนไล้ว์โอ๊คไฮสกูลในย่านมอร์แกนฮิลชานเมืองซานโฮเซ่เคยมีปัญหากระทบ กระทั่งกันระหว่างเด็กผิวขาวกับเด็กเชื้อสายลาตินในงานวันนี้มาแล้ว
คณะผู้พิพากษาสามท่านของศาลอุทธรณ์มีมติเอกฉันท์ว่าปัญหาที่เคยมาก่อนในกรณีเดียวกันนี้เพียงพอทำให้การกระทำของทางโรงเรียนสมเหตุสมผล ศาลยังชี้ว่าทางการโรงเรียนสามารถใช้วิธีการได้หลากหลายในการจำกัดสิทธิมหาชนบางอย่างเพื่อรักษาความปลอดภัยภายในโรงเรียน
“บทบาท ของเราไม่ใช่คอยตั้งแง่สงสัยต่อการตัดสินใจจัดงานซิงโกเดอมาโยหรือแนวทาง ป้องกันที่กำหนดขึ้นล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความรุนแรงเกิดขึ้น” ผู้พิพากษา เอ็ม มาร์กาเร็ต แม็คคีว์น เขียนไว้ตอนหนึ่งในคำพิพากษา และยังบอกอีกตอนว่าเหตุการณ์ในอดีต “มีเหตุผลทำให้เจ้าหน้าที่โรงเรียนกระทำการดังประหนึ่งความรุนแรงอันน่าจะเกิดขึ้นได้นั้นเป็นเสมือนจริง”
คดีนี้ก่อให้เกิดความสนใจในระดับชาติเมื่อมีคนจำนวนมากแสดงความโกรธแค้นที่นักเรียนถูกห้ามใส่เสื้อผ้าแสดงความรักชาติ ศูนย์กฏหมายเสรีภาพอเมริกันในแอนอาร์เบอร์ มิชิแกน อันเป็นมูลนิธิทางการเมืองเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกฏหมายแก่กลุ่มอนุรักษ์นิยม ร่วมกับองค์กรอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน ยื่นฟ้องคดีต่อโรงเรียนและเขตการศึกษาแทนเด็กผู้เสียหาย
“มันเป็นวันที่เศร้าจริงๆ เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐได้รับอนุญาติให้สามารถสั่งห้ามการใช้ธงชาติภายในบริเวณโรงเรียนสาธารณะได้ด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม” รอเบิร์ต มุยซี ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษาอาวุโสของศูนย์กฏหมายดังกล่าวระบุไว้ในแถลงการณ์ของตน
“นี่ เจ้าหน้าที่โรงเรียนกลัวว่าลูกความของเราจะไปก้าวร้าวเด็ก ‘แม็กซิกัน’ ถ้าใส่เสื้อธงชาติไปโรงเรียนในงานซิงโกเดอมาโย พวกเขาจึงสั่งให้เด็กถอดเสื้อหรือออกไปจากโรงเรียน ซึ่งเป็นการละเมิดบทแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่หนึ่ง” นายมุยซีกล่าว
วิลเลี่ยม เบ็คเกอร์ ทนายความอีกคนหนึ่งที่เป็นตัวแทนของฝ่ายเด็กกล่าวว่าเขาเตรียมที่จะฎีกาต่อคณะผู้พิพากษาชุดใหญ่ ๑๑ ท่านของศาลอุทธรณ์อีกครั้ง แล้วถ้ายังแพ้ความอีกเขาก็จะฎีกาถึงศาลสูงสุดสหรัฐนั่นเลย
“ศาล อุทธรณ์เขต ๙ รับรองสิทธิของนักเรียนแม็กซิกันในการฉลองวันฮอลิเดย์ของประเทศอื่นเหนือ กว่าการแสดงออกด้วยความภาคภูมิของนักเรียนสหรัฐที่สนับสนุนประเทศของเราได้ อย่างไรกัน” เบ็คเกอร์กล่าว
‘ซิงโกเดอมาโย’ เป็นวันรำลึกการต่อสู้ที่สมรภูมิพูเอโบลเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๘๖๒ เมื่อกำลังทหารของเม็กซิโกรบชนะกองทัพบกฝรั่งเศสของนะโปเลียนที่สาม ซึ่งขณะนั้นกล่าวกันว่าเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และยังเป็นวันหยุดเพื่อเฉลิมฉลองกันในสหรัฐที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน หลายๆ เมืองมีการจัดงานมโหฬารเพื่อการรำลึกสายใยทางประวัติศาสตร์ของเชื้อชาติแม็กซิกันด้วยขบวนพาเหรดและงานรื่นเริงสาธารณะ

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์: คำสั่งศาลแพ่งคือจุดเปลี่ยน

ที่มา Thai E-News

 รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
ฉบับย่อ ตีพิมพ์ใน “โลกวันนี้วันสุข”
ฉบับวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557

    คำสั่งศาลแพ่งที่ให้รัฐบาลระงับมาตรการทั้ง 9 ประการภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน นับเป็นจุดเปลี่ยนทางยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ระหว่างพวกเผด็จการกับฝ่าย ประชาธิปไตย

    ก่อนหน้านี้ แม้ฝ่ายจารีตนิยมจะใช้ตุลาการเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการกำจัดพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรและเครือข่ายมาตั้งแต่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยในช่วงปี 2549-50 ถึงรัฐบาลพรรคพลังประชาชนในปี 2551 แต่องค์กรเหล่านั้น ก็ยังเป็นเพียงองค์กรเฉพาะในรัฐธรรมนูญ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ บุคลากรก็มีสถานะเป็น “กรรมการ” หรือ “ตุลาการ” ที่ไม่ใช่ “ผู้พิพากษา”

    องค์กรตุลาการเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อล้อมกรอบและจำกัดบทบาทของพรรคการ เมืองและนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง มีอำนาจเพียงยุบพรรค ตัดสิทธิ์ทางการเมือง ลงโทษเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่มิได้มีบทบาทครอบคลุมไปถึงสวัสดิภาพและการดำเนินชีวิตโดยตรงของประชาชน ทั่วไป การที่พวกจารีตนิยมใช้องค์กรเหล่านี้เป็นเครื่องมือไปทำลายพรรคการเมืองฝ่าย ประชาธิปไตยถึงจะเป็นการละเมิดสิทธิ์ของประชาชนที่เลือกนักการเมืองและพรรค การเมืองนั้น ๆ เข้ามา แต่ก็ยังไม่กระทบถึงสิทธิ์ในการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนโดยตรง

    ผลที่ตามมาในเวลานั้นก็คือ “ความเสื่อม” ในสถานะความน่าเชื่อถือขององค์กรเหล่านี้ ทำให้ประชาชนได้เห็นเนื้อแท้ขององค์กรเหล่านี้ว่า เป็นเพียงมือเท้าของพวกจารีตนิยมในทำลายพรรคฝ่ายประชาธิปไตยและรักษาไว้ซึ่ง สถานะอภิสิทธิ์ชนของพวกเขาเท่านั้น แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังไม่กระทบศาลยุติธรรม ซึ่งในขณะนั้นยังมิได้แสดงบทบาททางการเมืองอย่างเด่นชัดนอกเหนือไปจาก “คดีการเมือง” เช่น คดีป.อาญาม.112 ซึ่งยังถูกมองว่า “เป็นกรณีพิเศษ” เท่านั้น

    แต่ในการรุกครั้งใหญ่ของพวกจารีตนิยมในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ศาลยุติธรรมก็ได้มีบทบาทอย่างเด่นชัดในการระงับการใช้อำนาจโดยเจ้าหน้าที่ ตำรวจตาม พรก.ฉุกเฉินในกรณีเฉพาะหลายครั้งด้วยกัน กระทั่ง คำสั่งศาลแพ่งที่ห้ามรัฐบาลใช้อำนาจตามมาตรการ 9 ข้อภายใต้ พรก.ฉุกเฉินนั้น ถึงแม้จะมิได้ยกเลิก พรก. แต่รัฐบาลและตำรวจก็ไม่สามารถใช้อำนาจตามพรก.ได้อีกต่อไป จึงเท่ากับมีผลในทางปฏิบัติเสมือนยกเลิก พรก.ฉุกเฉินไปแล้วนั่นเอง ทั้งหมดนี้มีผลสะเทือนถึงรากฐานทางนิติรัฐของสังคมไทยโดยตรง เพราะศาลยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่ในการตีความและบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครอง สิทธิ์เสรีภาพในชีวิตประจำวันของประชาชน ยึดหลักการนิติรัฐที่ทุกคนเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย ก็เพื่อให้ผู้ปกครองและประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้ในสังคมอย่างสันติ

นัยหนึ่ง ศาลยุติธรรรมคือ “ปราการด่านสุดท้าย” ของสังคมที่ซึ่งผู้ปกครองและประชาชนจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ศาลเป็นหลักยึดทางกฎหมายที่ทำให้ประชาชน “ยินยอมพร้อมใจ” ที่จะอยู่ใต้การปกครอง หากพ้นไปจาก “ปราการด่านสุดท้าย” นี้แล้ว สังคมก็คือ บ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไร้กฎหมาย ที่ผู้ปกครองกดขี่ประชาชนได้ตามอำเภอใจนั่นเอง

หากว่า ศาลยุติธรรมในประเทศใด ๆ ก็ตามมีบทบาทเด่นชัดทางการเมือง ศาลในประเทศนั้นก็จะสูญเสียความศักดิ์สิทธิ์ ความน่าเชื่อถือและความมั่นใจในหมู่ประชาชนไป สิ่งที่ตามมาก็คือ ศาลของประเทศนั้นก็จะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนในที่สุด ถึงแม้ว่าศาลจะมีสถานะพิเศษที่ได้รับการคุ้มครองจาก “การดูหมิ่น” ก็ตาม

ในสถานการณ์ปัจจุบันที่พวกจารีตนิยมใช้กลุ่มมวลชนอันธพาลติดอาวุธบนท้องถนน ประสานกับกลุ่มทหาร สื่อมวลชนและองค์กรวิชาชีพที่เป็นเครือข่ายอุปถัมป์ เคลื่อนไหวล้มล้างนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พรก.ฉุกเฉินก็คืออาวุธทางกฎหมายที่รัฐบาลจะใช้ในการรับมือกับการกระทำรุนแรง ของกลุ่มอันธพาลติดอาวุธ และปกป้องสิทธิ์เสรีภาพของประชาชนผู้บริสุทธิ์ บัดนี้ รัฐบาลก็ไม่มีเครื่องมือที่จะใช้ป้องกันตนและปกป้องประชาชนได้อีกต่อไป นับแต่นี้ไป กลุ่มอันธพาลจะยิ่งใช้มาตรการรุนแรงที่ละเมิดสิทธิ์เสรีภาพของประชาชนทั่วไป เพื่อล้มล้างรัฐบาลได้โดยปราศจากการขัดขวางแต่อย่างใด

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะรัฐบาลจึงกำลังตกอยู่ในสถานะที่สุ่มเสี่ยงและอันตรายอย่างยิ่ง ที่จะถูกกระทำด้วยมาตรการรุนแรงต่าง ๆ จากกลุ่มอันธพาลติดอาวุธ ณ เวลาและสถานที่ที่พวกนั้นต้องการ โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ดำเนินมาตรการขัดขวางเนื่องจากขาดการคุ้มครอง ทางกฎหมาย

ประเทศไทยได้มาถึงจุดเปลี่ยนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง เมื่อประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มอันธพาลบนถนนรู้สึกว่า ตนมิได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ตามกฎหมาย เมื่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างชอบธรรมไม่สามารถอาศัยอำนาจตามกฎหมาย ได้อีกต่อไป และกลับตกอยู่สภาพที่ “เป็ดง่อยที่ถูกรัฐประหารโดยตุลาการและกลุ่มมวลชนติดอาวุธ”

ในสถานการณ์อันคับขันเช่นนี้ นายกรัฐมนตรีจะต้องเสริมสร้างสภาวะผู้นำของตนออกมาให้ชัดเจนโดยเร็ว ยุติความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ที่จะประนีประนอมและรอคอยความเมตตาจากพวกจารีตนิยม จุดมุ่งหมายของคนพวกนั้นคือการทำลายพ.ต.ท.ทักษิณและนายกฯยิ่งลักษณ์ ตระกูลชินวัตร ตลอดจนเครือข่ายทั้งหมดอย่างถึงที่สุด “สัญญาณบวก” ใด ๆ ล้วนหลอกลวงที่จะตามมาด้วยการฟาดฟันที่รุนแรงยิ่งขึ้น เหมือนที่เป็นมาแล้วทุกครั้งในอดีต ตระกูลชินวัตรมีแต่ตั้งหน้าสู้อย่างเด็ดเดี่ยวโดยอาศัยพลังสนับสนุนของ ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้น จึงจะอยู่รอดได้

ขณะนี้ กรุงเทพฯได้กลายเป็นฐานที่มั่นทางทหารและการเมืองของพวกจารีตนิยมอย่างเต็ม รูปแบบ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลนี้ดำรงอยู่ในกรุงเทพฯเสมือนเป็น “กวางน้อย” ในทุ่งโล่งที่ล้อมรอบไปด้วยฝูงสิงโตกระหายเลือด รอวันที่จะถูกปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ และกองทัพรุมขย้ำ นายกฯยิ่งลักษณ์และรัฐบาลจะต้องตัดสินใจเด็ดเดี่ยว แหวกวงล้อมอำมหิตนี้ออกไปโดยเร่งด่วน ย้ายศูนย์บัญชาการของรัฐบาลสู่ฐานที่มั่นในภูมิภาค แล้วเร่งดำเนินการเสริมสร้างอำนาจรัฐของตนบนฐานการสนับสนุนของมวลชนอันเข้ม แข็งในพื้นที่

นายกรัฐมนตรีต้องยืนหยัดไม่ยอมรับอำนาจและการชี้ขาดของ ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรตุลาการใด ๆ ที่มิได้มาจากอำนาจอธิปไตยของปวงชน และนายกรัฐมนตรีจะพ้นจากตำแหน่งไปก็ด้วยขั้นตอนที่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้น

รัฐบาลต้องเร่งสร้างเสริมอาสาสมัครปกป้องประชาธิปไตยขึ้นทั่วประเทศ เปิดกว้างให้มวลชนในทุกพื้นที่ได้เข้าร่วมอย่างกว้างขวางและเป็นจำนวนมากที่ สุดในฐานะเป็นกองสนับสนุน เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการต่อสู้ต่อต้านการรุกของพวกเผด็จการในกรุงเทพฯที่จะ กระทำต่อฝ่ายประชาธิปไตย ยิ่งรัฐบาลยืนหยัดอยู่ในภูมิภาคได้ยืดเยื้อนานเท่าไร แรงสนับสนุนจากมวลชนและมิตรต่างชาติก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น พวกเผด็จการก็ยิ่งขาดความชอบธรรมและก็จะค่อย ๆ อ่อนกำลังลงและพ่ายแพ้ไป

มีแต่การตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ลุกขึ้นยืนแล้วสู้กับการรุกของฝ่ายเผด็จการ อาศัยความสนับสนุนอันแข็งขันจากประชาชนทั่วประเทศและเพื่อนมิตรนานาประเทศ เท่านั้น ฝ่ายประชาธิปไตยจึงจะอยู่รอดและได้รับชัยชนะในที่สุด

เหตุเกิดแถวสวนลุม(มั้ง):แมว หมา และสารพัดสัตว์

ที่มา Thai E-News


แต่งซะครบแบบนี้ผมคงพูดอะไรไม่ได้นอก กุขำ

แอดมิน ฟรี

บรรยากาศจุดเทียน เขียนสันติภาพ หน้าเมเจอร์เกล้าจ้า

ที่มา Thai E-News


Credit

โอ๊กแฉหญิงอ๋อยขอโทษหญิงอ้อแทนคู่ผัวเมียนกหวีด

ที่มา Thai E-News

 รูปภาพ : Unseen แก๊งค์ป่วนเมืองครับ 

เมีย สส.ประชาธิปัตย์ เป่านกหวีดใส่คุณแม่ผม แล้วทำเป็นมาพูดว่าคุณแม่ผมวิ่งหนี..!!
ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นการเดินไปขึ้นรถ โดยมีการ์ดคอยกัน2คนผัวเมียจอมป่วนเมืองให้ไปห่างๆ

เรื่องจริงปรากฏว่า เมื่อคุณแม่ผมขึ้นรถกลับไปแล้ว เมียสส.คนนี้กลับโดน "คุณยายใจเด็ด" อายุกว่า 80ปี ปาของใส่หน้า จนนกหวีดที่เป่าแบบไม่ลืมหูลืมตากระเด็นหลุดปากครับ 55555..โสน้าน่าจิงจิง..55555 ดูบรรยากาศของเหตุการณ์ต่อเนื่องที่เกิดขึ้นจริง ได้ตามนี้เลยครับ....

http://youtu.be/vcoJpZyDQbQ

ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวครับ ตัวเองเป็นเจ้าของคลิป อายสลิ่มด้วยกันที่เจอคุณยายใจเด็ดหักเหลี่ยม พอนำมาขยายผลลงยูทูปกลับกลัวเสียฟอร์ม ไม่กล้าเผชิญหน้าความจริง จึงแอบลบช่วงท้ายที่ถูกเขวี้ยงนกหวีดกระเด็น แต่ก็ยังมีสลิ่มด้วยกันเองงัดออกมาประจานจนได้ 55555

พฤติกรรมก้าวร้าวของเมียสส.คนนี้ เดือดร้อนถึงผู้เป็นแม่ครับ ซึ่งหลังจากลูกสาวถูกปาของใส่หน้า จนนกหวีดหลุดจากปากได้ไม่ถึงชั่วโมง คุณแม่คือคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ทราบเรื่อง จึงได้โทรมาขอโทษคุณแม่ผม ที่ลูกสาวตัวเองมีพฤติกรรมเช่นนี้ ซึ่งคุณแม่ผมก็ให้อภัย ไม่ได้ว่าอะไร

นี่เป็นแค่ตัวอย่างเดียว ซึ่งเมียสส.ถูกเขวี้ยงนกหวีดกระเด็น โดยไม่ต้องมีการจัดฉากรีทัชตัดต่อครับ ครั้งหน้าถ้าญาติสนิทมิตรสหายของพรรคประชาธิปัตย์ ยังนำพฤติกรรมเสื่อม-ถอย-ถ่อย-เถื่อน ที่พรรคประชาธิปัตย์กระทำในสภาฯ ออกมาใช้กับบุคคลภายนอกอีก ผมเชื่อว่าจะต้องโดนพี่น้องประชาชนรอบข้างที่เหลืออด ตอบโต้กลับไปเช่นเดียวกัน 

อยากเป่าคนโกงตัวจริงก็นู่นเลยครับ แม่ของพรรคพวกตัวเองตั้ง2คน ไปเป่ากันเองให้หนำใจ คนหนึ่งแม่สร้างหนี้เป็นร้อยล้าน ลูกชายอาศัยใกล้ชิดสนิทสนมกับนายกฯ รีดไถการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ จนปลดหนี้แม่ตัวเองได้ สร้างความบาดหมางใจกับพี่น้องตำรวจมาจนทุกวันนี้ และอีกคนคุณแม่ฉ้อโกงหนีคดีไปจนกระทั่งหมดอายุความ ตัวลูกยังลอยนวลว่าคนโน้นคนนี้ทุจริตอยู่บนเวที แม่ตัวเองขี้โกงกลับมองไม่เห็น 

พรรคฯพวกเดียวกันไม่เป่า มาเป่าใส่คนอื่น ก็หงายเงิบแบบนี้แหละ 55555
เข็ดไหมจ้ะ "ทยา (ศรีวิกรณ์)ทีปสุวรรณ"


Unseen แก๊งค์ป่วนเมืองครับ 

เมีย สส.ประชาธิปัตย์ เป่านกหวีดใส่คุณแม่ผม แล้วทำเป็นมาพูดว่าคุณแม่ผมวิ่งหนี..!!
ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นการเดินไปขึ้นรถ โดยมีการ์ดคอยกัน2คนผัวเมียจอมป่วนเมืองให้ไปห่างๆ

เรื่องจริงปรากฏว่า เมื่อคุณแม่ผมขึ้นรถกลับไปแล้ว เมียสส.คนนี้กลับโดน "คุณยายใจเด็ด" อายุกว่า 80ปี ปาของใส่หน้า จนนกหวีดที่เป่าแบบไม่ลืมหูลืมตากระเด็นหลุดปากครับ 55555..โสน้าน่าจิงจิง..55555 ดูบรรยากาศของเหตุการณ์ต่อเนื่องที่เกิดขึ้นจริง ได้ตามนี้เลยครับ....



http://youtu.be/vcoJpZyDQbQ

ให้ ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวครับ ตัวเองเป็นเจ้าของคลิป อายสลิ่มด้วยกันที่เจอคุณยายใจเด็ดหักเหลี่ยม พอนำมาขยายผลลงยูทูปกลับกลัวเสียฟอร์ม ไม่กล้าเผชิญหน้าความจริง จึงแอบลบช่วงท้ายที่ถูกเขวี้ยงนกหวีดกระเด็น แต่ก็ยังมีสลิ่มด้วยกันเองงัดออกมาประจานจนได้ 55555

พฤติกรรม ก้าวร้าวของเมียสส.คนนี้ เดือดร้อนถึงผู้เป็นแม่ครับ ซึ่งหลังจากลูกสาวถูกปาของใส่หน้า จนนกหวีดหลุดจากปากได้ไม่ถึงชั่วโมง คุณแม่คือคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ทราบเรื่อง จึงได้โทรมาขอโทษคุณแม่ผม ที่ลูกสาวตัวเองมีพฤติกรรมเช่นนี้ ซึ่งคุณแม่ผมก็ให้อภัย ไม่ได้ว่าอะไร

นี่ เป็นแค่ตัวอย่างเดียว ซึ่งเมียสส.ถูกเขวี้ยงนกหวีดกระเด็น โดยไม่ต้องมีการจัดฉากรีทัชตัดต่อครับ ครั้งหน้าถ้าญาติสนิทมิตรสหายของพรรคประชาธิปัตย์ ยังนำพฤติกรรมเสื่อม-ถอย-ถ่อย-เถื่อน ที่พรรคประชาธิปัตย์กระทำในสภาฯ ออกมาใช้กับบุคคลภายนอกอีก ผมเชื่อว่าจะต้องโดนพี่น้องประชาชนรอบข้างที่เหลืออด ตอบโต้กลับไปเช่นเดียวกัน 

อยาก เป่าคนโกงตัวจริงก็นู่นเลยครับ แม่ของพรรคพวกตัวเองตั้ง2คน ไปเป่ากันเองให้หนำใจ คนหนึ่งแม่สร้างหนี้เป็นร้อยล้าน ลูกชายอาศัยใกล้ชิดสนิทสนมกับนายกฯ รีดไถการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ จนปลดหนี้แม่ตัวเองได้ สร้างความบาดหมางใจกับพี่น้องตำรวจมาจนทุกวันนี้ และอีกคนคุณแม่ฉ้อโกงหนีคดีไปจนกระทั่งหมดอายุความ ตัวลูกยังลอยนวลว่าคนโน้นคนนี้ทุจริตอยู่บนเวที แม่ตัวเองขี้โกงกลับมองไม่เห็น 

พรรคฯพวกเดียวกันไม่เป่า มาเป่าใส่คนอื่น ก็หงายเงิบแบบนี้แหละ 55555
เข็ดไหมจ้ะ "ทยา (ศรีวิกรณ์)ทีปสุวรรณ"