แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2555

กองบรรณาธิการ go6TV ยืนยันให้รางวัล "ระกำ" พรรคฝ่ายค้าน ไม่ได้จะด่าว่า "ระยำ"

ที่มา go6tv

 เว็บไซท์โกซิกส์ทีวี (go6TV) ได้ตั้งฉายา "รัฐบาลเงา" จากการรวบรวมความคิดเห็นจำนวนมากจากผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต โดยผู้ที่มีผลงานตกต่ำยอดแย่และได้รับการตั้งฉายา จะได้รับ รางวัลระกำเน่า จากกองบรรณาธิการโกซิกส์ทีวี โดยผลการประกาศรางวัลปีนี้ คณะรัฐบาลเงาแห่งพรรคประชาธิปัตย์ คว้ารางวัลระกำเน่า เจ้าของฉายา "ฝ่ายค้านต่ำตม" เนื่องจากชอบสร้างวาทะกรรมทางการเมืองด้วยการสาดโคลน แต่ยิ่งสาดกลับยิ่งเปื้อนเสียเอง


วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ถึงคิว! รางวัลระกำเน่า ฉายารัฐบาลเงา - ฝ่ายค้านต่ำตม

ที่มา go6tv


คณะรัฐมนตรีเงา ได้รับฉายา ฝ่ายค้านต่ำตม
เว็บไซท์โกซิกส์ทีวี (go6TV)  ได้ตั้งฉายา "รัฐบาลเงา" จากการรวบรวมความคิดเห็นจำนวนมากจากผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต โดยผู้ที่มีผลงานตกต่ำยอดแย่และได้รับการตั้งฉายา จะได้รับ รางวัลระกำเน่า จากกองบรรณาธิการโกซิกส์ทีวี โดยผลการประกาศรางวัลปีนี้ คณะรัฐบาลเงาแห่งพรรคประชาธิปัตย์ คว้ารางวัลระกำเน่า เจ้าของฉายา "ฝ่ายค้านต่ำตม" เนื่องจากชอบสร้างวาทะกรรมทางการเมืองด้วยการสาดโคลน แต่ยิ่งสาดกลับยิ่งเปื้อนเสียเอง

สำหรับคณะรัฐบาลเงาที่มีผลงานเจิดจรัสดุจดาวโจรา และถูกตั้งฉายานั้น มีดังนี้


น้องเก้งเสียใจใช้กระสุนจริง (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) - ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเถียงกันมานานว่า "เธอ" คือ นายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย ล่าสุดหลุดปากออกสื่อต่างชาติว่าใช้กระสุนจริงยิงซะงั้น


เตี้ย หนองตื่น (สาทิตย์ วงศ์หนองเตย) - ขนาดพกพาสะดวก ตามสไตล์มินิ ใส่กระเป๋าได้ ขนาดแมวยังตื่นเลย


โย่งเมียเผลอ (กรณ์ จาติกวณิช) - มาจากภริยาสุดที่รักของกรณ์ ให้สัมภาษณ์หักดิบสามีว่า ฉันไม่ต้องการมีสามีเป็นนายกฯ แต่ไม่ระบุว่า หากเผลอแล้ว ต้องการสามีเป็นอะไร? 


ปลาบู่หูหมี (ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต) - ชาวเน็ตจำนวนมากนึกถึงปลาบู่กับหมีรวมกัน และใช่เลย...


เทพโทย (เทพไท เสนพงศ์) - แม้ว่าจะพูดภาษาไทยไม่ชัดเนื่องจากติดสำเนียงเดิม คาดว่าชื่อโทย เป็นกริยาช่องที่สามของ เทย-ทุย-แทด

เหง้า โศกา (ศิริโชค โสภา) - มาจากความเฉลียวฉลาดที่ นายศิริโชค โสภา ระบุผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกายว่าเครื่องบินที่ถูกก่อวินาศกรรม เพื่อสังหาร พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อหลายปีก่อนนั้น ระเบิดเพราะ "เปิดแอร์นาน"


สมจอบ (สมจิตต์ นวเครือสุนทร) - นักข่าวสาวแก่ที่มีจุดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามของใบหน้า ชอบถามคำถามสมกับเป็นลิ่วล้อพรรคประชาธิปัตย์


นชชี่กระบังลม (พัสณช เหาตะวานิช) - เลขาฯส่วนตัว ทีมรัฐบาลเงา ลูกหาบกรณ์ จาติกวณิช ที่มักปล่อยไก่ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ให้เสื้อแดงได้ขบขันตลอดเวลา ชอบทำผมเป็นกระบังลมเดิน "เจิดจิกเจ็ด" ที่สยามฯ


ซีม่าร์ทาหมี (รังสิมา รอดรัศมี) - ไม้ประดับสภาที่มีวาจาเผ็ดร้อนตลอดเวลา ดุจเอายารักษาเชื้อราในร่มผ้าไปทาหูหมีแพนด้า


เออ ตลอดชาติ (สุขุมพันธุ์ บริพัตร) - ประชาชนจำนวนมากเข้าใจว่าเป็นเจ้าของแปลงผักชีขนาดใหญ่ บริเวณ สนามฟุตซอล เอ๋อรีน่า หนองจอก ทานก็ได้ โรยหน้าก็ดี

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปีนี้เป็นปีแรกที่ "โกซิกส์ทีวี" ตั้งฉายาให้กับคณะรัฐบาลเงา โดยผู้ที่ถูกตั้งฉายา สามารถติดต่อขอรับ "ระกำเน่า" ได้ที่กองบรรณาธิการโกซิกส์ทีวี 


ทั้งนี้ โกซิกส์ทีวีเป็นเว็บบล็อคข่าวการเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  มีเนื้อหาทางการเมืองกว่าสี่พันเรื่อง โดย มียอดผู้ชมสูงกว่า 11 ล้านเพจวิว ครอบคลุมเครือข่ายสังคมออนไลน์ในหลายแพลตฟอร์ม ทั้งเฟสบุ๊ก, ทวิตเตอร์, กูเกิ้ลพลัส, ยูทูป และ อินสตาแกรม โดยเปิดให้บริการข่าวสารทางการเมืองมาตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2010 หรือ 10-10-10

ชิ้นปลามัน 6หมื่นล้าน!!! "สุเทพ" จับมือ "สุขุมพันธุ์" เตรียมยึดกรุงเทพฯ

ที่มา go6tv

28 ธันวาคม 2555 go6TV - หลังจากคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ มีมติส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร จากการวิเคราะห์คะแนนโหวต พบว่า คณะกรรมการบริหารพรรคเกิดรอยร้าว โดย ในกลุ่มของนายอภิสิทธิ์ และกลุ่มของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ จับมือโหวตลงคะแนนให้กับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ขณะที่กลุ่มของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค โหวตหนุนนายกรณ์ จาติกวณิช 

ทั้งนี้ คนในพรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์กันอย่างหนาหูว่า ผลที่ปรากฏออกมาเป็นเพราะ "การเมืองในพรรค" ระหว่างเลขาพรรคคนเก่าคือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับเลขาพรรคคนปัจจุบัน คือนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ไม่ลงรอยกันอย่างหนัก กลายเป็นว่านายสุเทพ ต้องการจะขัดทุกอย่าง ที่เลขาพรรคคนปัจจุบันทำ ทั้งๆที่นายสุเทพ เองก็รู้ดีว่าถ้าพรรคส่งม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ลงสมัคร พรรคจะต้องมีความยากลำบากมาก และมีโอกาสสอบตก แต่นายสุเทพ กลับพยายามล็อบบี้คนในคณะกรรมการบริหารพรรคให้เลือกสุขุมพันธุ์ เพราะนายเฉลิมชัย ไม่ต้องการให้พรรคส่งม.ร.ว.สุขุมพันธุุ์ ลง


ที่ประชุมได้มีการพูดคุยถึงจุดอ่อนของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มีบาดแผลเยอะ และมีรอยช้ำ โดยเฉพาะคดีการต่อสัญญาโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอส แต่เห็นว่า ไม่ว่าม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะได้ลงสมัครหรือไม่ได้ลงสมัคร ก็ต้องต่อสู้คดีนี้อยู่แล้ว เพราะเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยคงจะเล่นคดีนี้ถึงที่สุด แต่ก็ยังเกรงว่าในช่วงหาเสียงจะกลายเป็นว่าอีกฝ่ายหาเสียงไป แต่สุขุมพันธุ์ต้องคอยชี้แจงข้อกล่าวหาไป แต่เมื่อผลโหวตออกมาอย่างนี้ ก็ไม่มีทางเลือก ก็ต้องเดินหน้าต่อไป นอกจากนี้ในที่ประชุมมีการแสดงความกังวลกันมากว่าที่ ผ่านมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ทำงานแบบศิลปินเดี่ยว โดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเป็นการทำงานคนเดียวโดยไม่ฟังเสียงพรรค 


อย่างไรก็ตาม คนในพรรคประชาธิปัตย์บางคนมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนายกรณ์ ไม่แสดงจุดยืนให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าจะลงสมัคร โดยที่ผ่านมาไม่พูดให้ชัดเจน และแสดงท่าทีว่าจะไม่ลงสมัคร หากกล้าตัดสินใจเสนอตัวเป็นแคนดิเดตตั้งแต่ช่วงแรกอาจจะไม่มีปัญหาเช่นนี้


แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า "การเมืองภายในพรรคจะทำให้พรรคตกต่ำ แม้คุณสุขุมพันธุ์ จะรับปากว่าจะเปลี่ยนตัวเองใหม่จากที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยประสานพรรคในการทำ งาน แต่ผมเกรงว่าจะไม่มีโอกาสนั้น เพราะอาจจะแพ้เลือกตั้งเสียก่อน เท่าที่เราประเมินกัน ถ้าพรรคส่งกรณ์ลงแข่ง ก็จะง่ายกว่า เพราะสุขุมพันธุ์มีแผลเยอะมาก แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว" 


รวมทั้ง การแย่ง "ชิ้นปลามัน" งบประมาณรายจ่ายประจำปีของกรุงเทพมหานคร ที่เฉียด 6 หมื่นล้านบาท

ที่สุดแห่งปี! 10 ข่าวเน่ากทม. ยุค "สุขุมพันธุ์"

ที่มา go6tv




เข้า สู่ศักราชใหม่ 2555 ปีงูใหญ่ เริ่มต้นใหม่กับความหวังใหม่ ในยุคเปลี่ยนผ่านผู้ว่าฯ กทม. จากคนเก่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ไปสู่คนใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนชาวกรุงเทพฯก็จำเป็นจะต้องติดตามข่าวคราวโดยเฉพาะความไม่ โปร่งใสในโครงการต่างๆที่ยังคาราคาซังเกี่ยวพันกับคน กทม.โดยตรงและกับภาษีของประชาชนล้วนๆ หลากหลายโครงการที่มีข่าวคราวความไม่โปร่งใสที่ลากยาวข้ามมาหลายปี 

อันดับ 1 สนามบางกอก ฟุตซอล อารีนา ผักชีโรยหน้า! งามหน้าทั่วโลก
สหพันธ์ ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ไม่อนุญาตให้ใช้สนามบางกอก ฟุตซอล อารีนา ตลอดทัวร์นาเมนต์ ฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 แล้ว ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าสร้างสนามแบบผักชีโรยหน้า ทำให้รอบ 8 ทีมหนีไปจัดที่ สนามนิมิบุตร ส่วนรอบตัดเชือกและชิงชนะเลิศ ย้ายไปหวดกันที่ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก แทน งามหน้าไปทั้งโลกไหมท่าน
    
อันดับ 2 อภิมหากาพย์ 'รถดับเพลิง' สุดคาว
โครงการ 6,687 ล้านบาทที่ติดอันดับข่าวฉาวมาหลายปีในระดับชาติ ลากยาวมาตั้งแต่ปี 48 มีผู้เกี่ยวพันโยงใยเป็นหางว่าว และล้วนแล้วระดับบิ๊กของประเทศ

แม้ กทม.ในยุคผู้ว่าฯ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะพยายามแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ แต่ขณะเดียวกันค่าโง่-ค่างวดรถดับเพลิงก็ยังต้องจ่ายตามสัญญาให้ครบทั้ง 9 งวด โดยที่ยังไม่สามารถนำรถมาใช้ได้ ขณะคดียังต้องไปฟ้องร้องกันข้ามชาติ ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ นานาที่จะเกิดขึ้นย่อมไม่พ้นเงินภาษีประชาชนเช่นเคย

เรื่อง คดีได้เข้ากระบวนการอนุญาโตตุลาการ ที่กรุงเจนีวาสวิตเซอร์แลนด์ โดยจะเริ่มพิจารณาคดีในปีนี้ ซึ่งกทม.จะสู้คดีและพิสูจน์ให้เห็นว่า คดีดังกล่าวมีการเจตนาทุจริต สมยอมในการจัดซื้อ ซึ่งสอดคล้องกับที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้สรุปสำนวนไว้ก่อนหน้า

"ขณะ เดียวกันกทม.ได้พยายามหาทางนำรถออกมาใช้ก่อนซึ่งบริษัทสไตเออร์ฯ ได้มาร่วมกับ กทม.ตรวจสอบความเสียหายแล้ว จากนี้จะหารือถึงแนวทางซ่อมแซมว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง ยืนยันว่า กทม.ได้พยายามแก้ปัญหาอย่างสุดความสามารถเพื่อประโยชน์ของประชาชน และ กทม."

อันดับ 3 คอมพิวเตอร์ฉาว
โครงการ เช่าระบบและพัฒนาห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนสังกัดกทม. มูลค่า 939 ล้านบาท หลังถูกร้องเรียนว่าล็อกสเปกทำให้จากที่จะเปิดประมูลต้นปี ต้องเลื่อนมาถึงปลายปีที่ผ่านมา

กระนั้น ก็ยังมีปัญหาไม่จบไม่สิ้น ซึ่งบริษัทเอกชน ระบุหากโครงการยังไม่โปร่งใสจะยื่นร้องเรียน ต่อสภาผู้แทนฯ อีกครั้ง รวมทั้ง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)และป.ป.ช. ทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ ระบุหากโครงการไม่มีปัญหาจะเปิดประมูลให้เด็กใช้ทันเปิดเทอม 1 นี้

อันดับ 4 โรงฆ่าสัตว์พันล้าน
โรง ฆ่าสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่สร้างเสร็จมา5 ปี ถูก กทม.ปล่อยทิ้งร้าง ด้วยผู้รับเหมาทิ้งงาน จนขโมยยกเค้าอุปกรณ์เรียบ ที่ผ่านมากทม.ระบุเปิดประกวดราคาหาเอกชนมาบริหารงานแต่ไม่มีใครสนด้วยไม่ คุ้มทุนรวมทั้งการที่ปล่อยทิ้งร้างมานานจำเป็นต้องซ่อมซึ่งไม่พ้นเงินภาษี อีก จากที่จะให้ บริษัทกรุงเทพธนาคมบริหารนั้น กรุงเทพธนาคมว่า ไม่เชี่ยวชาญ 

อันดับ 5 'เทศกิจ' ฉาว
ติด ฉาวอันดับต้นๆ มาทุกยุคทุกสมัย ถึงภาพลบที่เป็นภาพลักษณ์กระทั่งถึงยุคปัจจุบัน จน กทม.ต้องหาวิธีจูงใจเพื่อแก้ปัญหาโดยจะแบ่งค่าปรับให้ร้อยละ 50 เพื่อนำเงินนอกระบบเข้าสู่ระบบ

ตอก ย้ำด้วยคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนการทุจริตและประพฤติมิชอบในการบริหารราชการ กทม. (ป.ป.ช. กทม.) ว่า จากที่ได้รับการร้องเรียนทุจริตใน กทม.ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องฝ่ายรายได้เขต-เทศกิจเขต ขณะสำนักเทศกิจเปิดรับแจ้งเบาะแสข้อมูลทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งก็จะต้องเกาะติดกันว่าจะได้เรื่องหรือไม่

อันดับ 6 ตลาดจตุจักรแดนสนธยา
วิพากษ์ วิจารณ์กันมานานกับการเป็นแดนสนธยา ความที่ไม่ได้เข้าระบบงบฯของ กทม. ทำให้ตรวจสอบยากกทม.ในยุคผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ระบุหากระบบไม่ดีจะต้องเปลี่ยนใหม่ให้เป็นหน่วยงานพาณิชย์เพื่อ ให้ตรวจสอบได้ง่าย รวมทั้งจัดระเบียบเข้มข้นกวาดล้างแผงเถื่อนรอบตลาด รวมทั้งการปรับค่าเช่าแผงใหม่ ซึ่งผู้ค้าเรียกร้องว่าแพงไป ขณะ กทม.หมดสัญญาเช่าตลาดจตุจักรกับการรถไฟฯ ในปี 55 และรัฐบาลยิ่งลักษณ์มาแก้ปัญหาดังกล่าวได้

อันดับ 7 'ตาทิพย์ฉาว:กล้องวงจรเปล่า'
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุดในเมืองหลวง"กล้องวงจรเปล่า" ถือเป็นตาทิพย์ และหลักฐานควานหาตัวผู้กระทำผิดกลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายต้านทุจริตและ คอร์รัปชัน สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย ได้เข้ายื่นเรื่องต่อ สตง.ให้ตรวจสอบการจ้างเหมาโครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวี 5 โครงการ 2,031 ล้านบาทว่า มีการใช้งบฯ ไม่โปร่งใส ตั้งวงเงินสูงเกินจริง ทั้งล็อกสเปกเอื้อบางบริษัทงานนี้ กทม.ได้ให้ชะลอเซ็นสัญญา และให้ตรวจสอบราคาและให้มีการเปรียบเทียบ...

อันดับ 8 จุดจบ! 'บีอาร์ที'
ระบบ ขนส่งมวลชนที่ประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก แต่โครงการกว่าจะเปิดได้ก็ต้องผ่านมาถึง 3 ผู้ว่าฯ ด้วยข่าวความไม่โปร่งใส ถูกร้องเรียนว่าล็อกสเปกและฮั้วประมูล และแม้ กทม.จะสามารถเปิดเดินรถได้ แต่กระนั้นก็ร่อแร่

อันดับ 9 'อุโมงค์ฉาว'-สินบนข้ามชาติ
ฉาว กันข้ามชาติกรณีนักธุรกิจญี่ปุ่นให้สินบน125ล้านกับผู้บริหารระดับสูง กทม. ในสมัยอดีตผู้ว่าฯสมัคร สุนทรเวช ในโครงการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ-ลาดพร้าว มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท ตั้งแต่ปี 51 แต่ไปๆ มาๆ เรื่องค่อยๆ เงียบหาย ขณะที่มีการเปิดตัวอุโมงค์ยักษ์ข้างต้น การสอบวินัยข้าราชการกทม.ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยสรุป ไม่มีคนผิด!!!
   
อันดับ 10 '16 โครงการฉาว' ฟื้น
แม้ จะผ่านไปแล้วกับข่าวลือลั่น 16 โครงการฉาว กว่า 2 หมื่นล้านในสมัยอดีต ผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน แต่กระนั้นสำหรับคน กทม. ถือเป็นอีกเรื่องที่ฝังใจ แม้จะไม่มีข่าวความไม่โปร่งใส แต่การรื้อฟื้น 2 โครงการใน 16 โครงการข้างต้น คืออุโมงค์ทางลอดจรัญสนิทวงศ์-พรานนกและอุโมงค์ทางลอดจรัญฯ-บรมราชชนนีก็ยัง มีปัญหาถูกคัดค้านทั้งประชาชนและ ส.ก.พื้นที่ จึงเป็นที่จับตาอีกเรื่อง...

ย้อนรอย "วันชัย รักสงวนศิลป์" นักโทษเสื้อแดงตายคาคุกหลักสี่!

ที่มา go6tv



วันที่ 27 ธันวาคม 2555 (go6TV) เสื้อแดงสลดส่งท้ายปี เมื่อนักโทษชายเสื้อแดง นายวันชัย รักสงวนศิลป์ ที่ถูกคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษหลักสี่ ได้เสียชีวิตคาคุก เป็นคนที่ 2 ต่อจาก “อากง” อำพล ตั้งนพกุล เมื่อบ่ายวันนี้ โดยทางผู้บัญชาการเรือนจำ จะส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชพรุ่งนี้ ก่อนส่งให้ญาติบำเพ็ญกุศลต่อไป
นายวันชัย รักสงวนศิลป์ นักโทษชาย จากจังหวัดอุดรธานี ถูกศาลพิพากษาจำคุกในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการและทำลายทรัพย์สิน ต้องคำพิพากษาจำคุก 22 ปี 6 เดือน และได้ย้ายมาจำคุกที่เรือนจำพิเศษหลักสี่ และเสียชีวิตลงกะทันหันเมื่อบ่ายที่ผ่านมา
ทีมงานขอย้อนรอยคำตัดสินคดีของนายวัย รักสงวนศิลป์ ดังนี้
จำคุก 9 แดงอุดรฯ ยกฟ้อง 13 จำเลย-เมียฟังคำพิพากษาเป็นลมล้มทั้งยืน
 เวลา 11.00 น. วันที่ 28 ต.ค. 2554 ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่ศาลจังหวัดอุดรธานี นายสุมิตร ดวงสีดา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดอุดรธานี นายธีระโชติ ยอดไกรศรี ผู้พิพากษา ออกนั่งบัลลังก์ 7 อ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี ยื่นฟ้องสมาชิกกลุ่มเสื้อแดง ตกเป็นจำเลย 22 คน ฐานความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ความผิดฐานบุกรุกสถานที่ราชการ ร่วมกันทำลายทรัพย์สิน เป็นผู้โฆษณาให้ผู้อื่นกระทำผิด และวางเพลิงเผาอาคารที่ว่าการอำเภอเมืองอุดรธานี อาคารเทศบาลนครอุดรธานี และศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 ใช้เวลาอ่านคำพิพากษาประมาณ 3 ชั่วโมงเศษ
  สำหรับรายชื่อจำเลยทั้งหมดมี 1.นายวิทยา ชาวเวียง 2.นางปฐมาวดี วินิจจามร  3.นายประชา โพนหลวง 4.นายสมใจ เหล็กแสน 5.นายธนพล มาดีประเสริฐ 6.นายอาทิตย์ ทองสาย 7.นายวันชัย รักสงวนศิลป์ 8.นายกิตติพงษ์ ชัยกัง 9.นายสมศรี ไกลพล 10.นายนิมิต ด้ามซอม 11.นายอุดร หลาบยองศรี 12.นายแสงทอง ประจำเมือง 13.นายสมจิตร อารีย์ 14.นายคำพอง ทัดศรี 15.นายเหมือนทอง สมบุญมี 16.นายมงคล ชมคุณ 17.นางแสงเดือน สุภาพล 18.นางรัศมี ทองสีดำ 19.นางปาริชาติ จวงจันทร์ 20.นายเดชา คมขำ 21.นายบัวเรียน แพงสา 22.นายอาทิตย์ ทรงเดช
 ศาลพิพากษาจำเลยที่ 1 นายวิทยา ชาวเวียง และจำเลยที่ 2 นางปฐมาวดี วินิจจามร มีความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และมั่วสุมเป็นกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำคุก 1 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน ยกฟ้องข้อหาเป็นผู้โฆษณาให้ผู้อื่นกระทำผิด บุกรุก วางเพลิงทำให้เสียทรัพย์ ศาลากลางทรัพย์สินรถยนต์ที่จอดในศาลากลาง และจำเลยที่ 5 มีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุม จำคุก 1 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน ยกฟ้องข้อหาบุรุกทำให้เสียทรัพย์ศาลากลาง วางเพลิงศาลากลางหลังเก่าหลังใหม่ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ยกฟ้องข้อหาร่วมกันพยายามวางเพลิงจวนผู้ว่าฯ ที่ว่าการอำเภอ จำเลยที่ 9 – 11 - 12 – 13 – 14 – 15 – 16 – 17 – 18 – 19 มีความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และมั่วสุม จำคุก 1 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน ยกฟ้องข้อหาบุกรุกและพยายามวางเพลิงจวนผู้ว่าและที่ว่าการอำเภอ รวมยกฟ้อง 9 จำเลย
 จำเลยที่ 6 นายอาทิตย์ ทองสาย และจำเลยที่ 7 นายวันชัย รักสงวนศิลป์ มีความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุม จำคุก 1 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ฐานวางเพลิง บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์อาคารเทศบาล เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานวางเพลิงอาคารเทศบาล เนื่องจากจำเลยที่ 6 จำเลยที่ 7 ไม่ใช่ตัวการสำคัญจึงลงโทษให้เหมาะสมกับรูปคดี จำคุก 20 ปี ฐานบุกรุกศาลากลางทำให้เสียทรัพย์รถดับเพลิง จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 22 ปี 6 เดือน  จำเลยที่ 20 นายเดชา คมขำ และจำเลยที่ 21 นายบัวเรียน แพงสา มีความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุม จำคุก 1 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ฐานวางเพลิง บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์อาคารเทศบาล เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานวางเพลิงอาคารเทศบาล เนื่องจากจำเลยที่ 20 จำเลยที่ 21 ไม่ใช่ตัวการสำคัญจึงลงโทษให้เหมาะสมกับรูปคดี จำคุก 20 ปี รวมจำคุกคนละ 20 ปี 6 เดือน
 จำเลยที่ 8 นายกิตติพงษ์ ชัยกัง มีความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุม จำคุก 6 เดือน รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งจำคุก 3 เดือน บุกรุก วางเพลิงศาลากลาง จำคุก 10 ปี บุกรุกทำให้เสียทรัพย์เทศบาล จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 11 ปี 3 เดือน จำเลยที่ 3 นายประชา โพนหลวง มีความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุม จำคุก 1 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน บุกรุก วางเพลิงศาลากลาง จำคุก ปี บุกรุกทำให้เสียทรัพย์เทศบาล จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี 6 เดือน  จำเลยที่ 4 นายสมใจ เหล็กแสน จำเลยที่ 10 นายนิมิต ด้านซอม และจำเลยที่ 22 นายอาทิตย์ ทรงเดช มีความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุม จำคุก 1 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน บุกรุก วางเพลิงศาลากลาง จำคุก ปี รวมจำคุก 2 ปี 6 เดือน

ศาลอาญาให้ประกัน "สนธิ" พร้อมแกนนำพันธมิตรฯ ปิดทำเนียบ-สภา รวมวงเงิน 2.1 ล้าน

ที่มา go6tv



27 ธันวาคม 2555 go6TV - ศาลอาญารัชดา อนุญาตให้ประกันตัว นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายประพันธ์ คูณมี และ นางมาลีรัตน์ แก้วก่า แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีปิดล้อมอาคารรัฐสภา และทำเนียบรัฐบาล ปี 2551 โดยตีราคาวงเงินประกันคดีบุกรุกทำเนียบ คนละ 150,000 บาท คดีปิดล้อมรัฐสภา คนละ 200,000 บาท รวมวงเงินประกันทั้งสิ้น 2,100,000 บาท ซึ่งจำเลยได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นกรมธรรม์ประกันอิสระภาพเพื่อประกันตัว
ขณะที่ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรฯ กล่าวว่า วันนี้ มีแกนนำที่ตกเป็นจำเลย เดินทางมาตามนัดหมายของอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 เพื่อนำตัวส่งฟ้องศาลจำนวน 6 คน ส่วนที่เหลือ จะเดินทางมาวันที่ 22 มกราคม 2556
ทั้งนี้ ศาลได้สอบคำให้การจำเลยทั้ง 6 คน ที่เดินทางมาในวันนี้แล้ว จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดตรวจหลักฐาน คดีบุกรุกทำเนียบ ในวันที่ 29 เม.ย.2556 เวลา 09.00 น. และคดีปิดล้อมรัฐสภา ในวันที่ 29 เม.ย.2556 เวลา 13.30 น.

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ด่วน! สมชาย ไพบูลย์แกนนำนปช. ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ที่มา uddred




ทีมข่าว นปช.
27 ธันวาคม 2555


  

วันนี้ที่ศาลอาญา  ศาลได้มีคำพิพากษาจำคุก นายสมชาย ไพบูลย์ อายุ 41 ปี อดีตสมาชิกสภาเขตบางบอนพรรคไทยรักไทย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ หรือ นปช. จำเลยคดีหมายเลขดำที่ อ.2543/2553 ที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้อง ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้กระทำความผิดคนใดคนหนึ่งมีอาวุธ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548  เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่มีการรอลงอาญา

คำพิพากษามีว่า โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า เมื่อระหว่างวันที่ 12 มี.ค.ถึง 20 เม.ย.2553 จำเลยขึ้นเวที นปช. กล่าวพูดข้อความให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า สะพานมัฆวาฬ ราชดำเนิน วัดบวรฯ ลานพระรูป และที่อื่นๆ ต่อมารัฐบาลโดย กอ.รมน. ได้ออกคำสั่งรักษาความสงบ จนมีการออก พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินกรณีร้ายแรง ห้ามประชาชนเข้าออกบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร แต่จำเลยกลับยุยงให้ประชาชนตรึงพื้นที่ และให้หยุดและทำลายรถถัง มีบุคคลใช้อาวุธเอ็ม 79 ยิงใส่ทหาร สร้างอันตรายแก่ชีวิต ทรัพย์สินและทำลายเศรษฐกิจ จนเป็นเหตุให้รัฐบาลใช้กำลัง จนมีเหตุปะทะ มีคนเจ็บตายจำนวนมาก จำเลยปฏิเสธว่าไม่ใช่แกนนำ และขึ้นเวทีเพื่อผลัดกันพูด ไม่เคยยุยงให้เกิดความไม่สงบ ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ชอบด้วยกฎหมาย การสอบสวนโดยดีเอสไอจึงไม่ชอบ อัยการไม่มีอำนาจฟ้อง

ศาลพิเคราะห์ แล้วเห็นว่า รัฐบาลออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นการใช้อำนาจโดยชอบ อัยการจึงมีอำนาจฟ้องและเห็นว่าวันที่ 10 เม.ย.2553 รัฐบาลให้ทหารดำเนินการขอคืนพื้นที่สะพานผ่านฟ้า ราชดำเนิน เป็นการสั่งให้จำเลยกับพวกเลิกชุมนุม แต่จำเลยยังขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยอย่างต่อเนื่อง โดยกล่าวให้ผู้ชุมนุมตรึงกำลังอยู่ในจุดและขอให้ผู้ชุมนุมบางส่วนไปที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สี่แยกคอกวัวที่ทหารขอคืนพื้นที่ และให้นำรถยนต์ไปขวางทหารเข้ามา ซึ่งเป็นเหตุส่วนหนึ่งให้เกิดการปะทะกันระหว่างทหารกับผู้ชุมนุม อันเป็นการปลุก ระดม ยุยงสนับสนุนผู้ชุมนุมให้เกิดความหึกเหิมใช้กำลังต่อสู้กับทหาร จนมีคนเจ็บตายจำนวนมาก มีเจตนาให้มีความวุ่นวายในบ้านเมือง แม้จำเลยและแกนนำอื่นๆ ต่างกล่าวปราศรัยโดยไม่เตรียมการร่วมกันมาก่อนก็ตาม แต่ถ้อยคำที่กล่าวนั้นมีความหมายไปในแนวทางเดียวกันว่า ให้กลุ่มผู้ชุมนุมตรึงกำลังรักษาพื้นที่ต่อไป โดยบอกวิธีการสกัดกั้น จนท.ทหารไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ รวมถึงขอกำลังคนจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ในจุดอื่นมาช่วยเสริมบริเวณที่ปะทะ กัน อันเป็นการร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาอันมิใช่การกระทำตามความ มุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นติชมโดยสุจริต แต่เป็นการก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

พฤติการณ์ดังกล่าวจึง แสดงได้ว่า จำเลยกับพวกกระทำการมีจุดมุ่งหมายเดียวกันเพื่อให้การชุมนุมมีอยู่ พยานหลักฐานโจทก์จึงมีความมั่นคงฟังได้ว่าจำเลยผิดตามฟ้อง พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามป.อาญา มาตรา 116(2),(3) และ 215 วรรค 2,3 มาตรา 216 พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินปี 48 มาตรา 9, 11, 18 ลงโทษจำคุก 1 ปี พฤติการณ์แห่งคดีมีความร้ายแรงส่งผลให้ผู้ชุมนุมปะทะกับเจ้าหน้าที่ของรัฐจน มีผู้บาดเจ็บตาย จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษ จากนั้นนายสมชายจึงถูกคุมตัวแล้วขอประกันตัวออกไป