แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2556

มาร์คระทึก

ที่มา Thai Free News

 ดีเอสไอหอบสำนวน 9 ลัง 61 แฟ้ม 11,242 แผ่น 
ส่งมอบให้อัยการสำนักงานคดีพิเศษเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.

มี ความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ 
ในข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่า
และพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล




จากกรณีศอฉ.มีคำสั่งกระชับพื้นที่การชุมนุม 
นปช.ช่วงเม.ย.-พ.ค.53 
ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย


การส่งฟ้องครั้งนี้ ทั้งนายอภิสิทธิ์และนาย สุเทพ
ได้เข้ารายงานตัวต่อพนักงานอัยการ ซึ่งอัยการนัดให้ผู้ต้องหา
ทั้งคู่มารับฟังการสั่งคดีนี้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า (26 ส.ค.)



ในการรวมทั้ง 3 คดีมีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นจุดเริ่มต้น
ในการทวงยุติธรรมให้กับเหยื่อปืน 99 ศพ 
ผู้บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันราย



อีกทั้งศาลมีคำสั่งในคดีชันสูตรศพนายพัน 
และน้องอีซาออกมาชัดเจนว่า
ถูกยิงด้วยปืน เจ้าหน้าที่รัฐ ในขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่
รักษาความสงบปิดล้อมพื้นที่ควบคุมตาม คำสั่งศอฉ.



ในช่วง 2 เดือนนี้ นายอภิสิทธิ์ต้องลุ้นด้วยใจระทึ
เพราะนอกจากอัยการนัดฟัง 

คำสั่งฟ้องคดีนี้ในวันที่ 26 ส.ค. นี้แล้ว

ยังต้องลุ้นศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีคำวินิจฉัยคดีที่
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นให้ตรวจสอบว่านายอภิสิทธิ์
้นสมาชิกภาพส.ส.แล้วหรือไม่ หลังรมว.กลาโหมมีคำสั่ง
ถอนการบรรจุเป็นข้าราชการสัญญาบัตร 
และคำสั่งแต่งตั้งเป็นว่าที่ร้อยตรี



หากบังเอิญศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉั
ว่าพ้นสภาพส.ส.ขึ้นมาจริงๆ

แล้วเกิดอัยการสั่งฟ้องคดี 99 ศพ

นายอภิสิทธิ์ก็จะไม่มีเอกสิทธิ์ส.ส.คุ้มครอง 
ต้องสู้คดีในฐานะผู้ต้องหาธรรมดาๆ

เดือนส.ค.นี้ต้องลุ้นกันแบบไม่กะพริบตา !? 



ที่มา... สมิงสามผลัด : ข่าวสดออนไลน์

ปากคำลูกศิษย์ทิดมิตซูโอะเปิดแผนนารีพิฆาตสึกพระ

ที่มา Thai E-News



ผมเชื่อว่า ไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่เนื้อคู่ ไม่ใช่คู่บุญบารมีอะไรหรอกครับท่าน..ด้วยเวลาปลายเมษายน ถึง 8 มิถุนายน 2556 สามารถสึกพระ 38 พรรษาได้ จริงหรือ ถ้าไม่มีตัวช่วย..เราได้คุยกับผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับยา ว่าคนที่มีอาการแบบนี้ เป็นไปได้ที่จะโดนยากล่อมประสาท
 เหตุการณ์ ดังกล่าว เกิดขึ้นรวดเร็วมาก โดยไม่มีใครคาดคิดว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ จนกระทั่งเย็นวันที่ 8 พระที่วัดได้โทรฯ คุยกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ว่ามีคนในครอบครัวของ ผญ แจ้งไปที่วัดป่านานาชาติ ว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ เช้าวันอาทิตย์ที่ 9 และครอบครัวได้ห้ามแล้ว แต่ด้วยนิสัยของ ผญ ที่จะเอาอะไร ต้องเอาให้ได้
วันนั้น เรายืนมองท่านเดินจากไป..เดินลากเท้า เหมือนคนอ่อนแรง เห็นท่ายืนรอ ผญ แลกเงิน อย่างเหม่อลอย..เป็นภาพที่เรารู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะช่วยท่าน …แต่จะด้วยอะไรก็ตาม วันนั้น เราทำเพียงยืนดูท่านจากไป..

ที่มา facebook


จากคำบอกเล่าของลูกศิษย์คนสนิทของท่าน
-----------------------------------------

มี โยมที่วัดบอกว่า ผญ คนนี้วันวันเอาแต่นั่งจ้องพระอาจารย์มิตซูโอะ เป็นชั่วโมงชั่วโมง ใครเข้าไปกราบท่าน หล่อนก็ไม่ถอยออกมา นั่งจ้องอยู่เช่นนั้น 

และต่อมา ผญ ก็เสนอให้การรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการทำ chelation โดยต้องไปทำที่ clinic ทองหล่อ ซอย 4 อาทิตย์ละ 1 ครั้ง

2ครั้ง แรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เดินทางไปด้วย แต่ตัว ผญ ไม่ได้ไป และหลังจากนั้นก็เพิ่มเป็นทุก 2 วัน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ติดตามไปด้วย และผญ เสนอว่า เนื่องจากต้องไป clinic บ่อยอยู่แล้ว จึงให้คนขับรถของหล่อน มารับไปกิจนิมนต์ด้วยเลยทุกวัน ซึ่งรถที่มารับ เป็นรถตู้ สีขาว ติดฟิล์มดำสนิท มีกระจกกั้นระหว่างคนขับกับห้องโดยสาร ไม่สามารถมองเห็น และได้ยินห้องโดยสารได้

ใน ชั้นแรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ แจ้งท่านว่ารถคันนี้ไม่เหมาะสม จึงให้ ผช ในวัดติดตามไปด้วย 1 คน แล้วมารู้ทีหลังว่า โดน ผญ สั่งให้ไปนั่งกับคนขับรถ บางครั้งไปนั่งด้านหน้า 3 คน รวมคนขับเป็น 4 คน ตอนลงรถ เราคิดว่ามากันหลายคน มาทราบภายหลังว่าทุกคนโดน ผญ สั่งให้ไปด้านหน้าทั้งหมด

พระอาจารย์ฯ มีกิจนิมนต์ที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 2 – 17 พฤษภาคม (ผญ ไม่ได้ไป)

ตั้งแต่ วันที่ 18 พฤษภาคม ผญ คนนี้ก็มารับพระอาจารย์ฯ ที่มูลนิธิฯ ไปทำ chelation ทุกวัน เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามว่าทำไมต้องไปทุกวัน ผญ ตอบว่ามีการทำ stem cell ร่วมด้วยจึงต้องไปทุกวัน และโดยปกติพระอาจารย์ฯ จะต้องมีการตรวจสุขภาพที่ รพ วิชัยยุทธ แต่ท่านปฏิเสธการตรวจสุขภาพทั้งหมด

เจ้า หน้าที่มูลนิธิ เห็นสิ่งผิดปกติ ของ ผญ คนนี้ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างไร พอมาคิดย้อนหลังจึงพบว่า พระอาจารย์ฯ ก็เริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป นั่งเหม่อ เก็บตัว มีอาการโมโห โกรธ บางครั้ง ซึ่งท่านไม่เคยเป็นแบบนี้เลย 

เหตุการณ์ ดังกล่าว เกิดขึ้นรวดเร็วมาก โดยไม่มีใครคาดคิดว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ จนกระทั่งเย็นวันที่ 8 พระที่วัดได้โทรฯ คุยกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ว่ามีคนในครอบครัวของ ผญ แจ้งไปที่วัดป่านานาชาติ ว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ เช้าวันอาทิตย์ที่ 9 และครอบครัวได้ห้ามแล้ว แต่ด้วยนิสัยของ ผญ ที่จะเอาอะไร ต้องเอาให้ได้ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

เรา ก็สงสัยว่า ครอบครัว ผญ รู้ได้อย่างไร จึงสอบถามไปที่ครอบครัวของหล่อน และได้คำตอบว่าพวกเขากลุ้มใจกันมาก แต่ไม่กล้าแจ้งทางมูลนิธิฯ ว่าหล่อนมาขอร้องให้ช่วยดำเนินการเรื่องวีซ่า ไปประเทศญี่ปุ่น จึงได้รู้ความจริง

การ ติดตามของเราที่จะให้ได้พบตัวท่าน เพียงเพื่อจะได้เห็นกับตาว่าท่านสึกแล้ว จริงหรือไม่ และจากกล้อง CCTV เราจึงบอกกับทางมูลนิธิฯ ว่า สึกจริงแล้ว เรายืนยันได้ และเราก็ปรึกษากัน ตัดสินใจไปดักรอพบท่านที่สุวรรณภูมิ เพราะได้รับแจ้งจากวัดป่านานาชาติ จากแหล่งข้อมูลเดิม ว่าจะเดินทางออกนอกประเทศ ไปฮ่องกง เช้ามืดของวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน ซึ่งผมตรวจสอบแล้วว่ามี สายการบิน ฮ่องกงแอร์ไลน์ เช้าที่สุดคือเวลา ตี2:15 เราจึงไปถึงสนามบินในเวลาเที่ยงคืน และเราก็ได้พบกับท่าน

เรา ได้เข้าไปคุยกับท่าน ถามถึงเหตุผลที่สึก ท่านตอบว่า เป็นพระสอนได้แค่คนที่เคารพผ้าเหลือง ถ้าเป็นคนธรรมดาจะสอนคนได้ทุกชาติ ศาสนา และเราก็ขอให้ท่าน อยู่ที่มูลนิธิฯ ต่อซัก 2-3 วันแล้วค่อยตัดสินใจใหม่ ท่านปฏิเสธ และเราถามอีกว่า ท่านสึกแล้วทำไมถึงมากับผู้หญิง ท่านตอบว่า ด้วยเหตุและปัจจัย

สิ่ง ผิดปกติที่เราสังเกตุเห็นคือมือของท่านทั้งสองข้าง คล้ำแบบดำเขียว เหมือนกับช้ำมาก เฉพาะที่มือทั้งหน้ามือและหลังมือ เราจึงถามท่านว่า ทำไมมือของท่านดำมาก ท่านไม่สบายหรือเปล่า ท่านเก็บมือใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วบอกว่าสบายดี ไม่เป็นอะไร แต่เราไม่ยอม จึงขอให้ท่านเอามือออกมาเทียบกับมือของผม ก็พบว่ามือของท่านผิดปกติ แต่ท่านก็ยังยืนยันว่า สบายดี

ใน ระหว่างที่ถาม ท่านแสดงอาการไม่พอใจ ที่มาพบท่าน และพูดไล่เรากลับไป ซึ่งอาการเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน ท่านไม่เคยปฏิเสธใคร ดูเหมือน เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

วันนั้น เรายืนมองท่านเดินจากไป

เห็น ท่าเดินที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เป็นท่าเดินที่ลากเท้า เหมือนคนอ่อนแรง โดยปกติท่านจะเป็นคนที่เดินแบบยกเท้าพ้นพื้น แล้วจรดเท้าลงแบบเดินจงกรม

เห็นท่ายืนรอ ผญ แลกเงิน อย่างเหม่อลอย

เป็นภาพที่เรารู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะช่วยท่าน …แต่จะด้วยอะไรก็ตาม วันนั้น เราทำเพียงยืนดูท่านจากไป

คืน นั้น เรากลับมาหาข้อมูล ผญ คนนี้ต่อ พบว่า ใน website เขียนถึงหล่อนว่า แต่งงานมาแล้ว และหย่ามาแล้วหลายครั้ง มีหนี้สินมากกว่าพันห้าร้อยล้าน มีคดีที่ต้องขึ้นศาลตลอดเวลา ค่าเช่าคลีนิคไม่จ่ายมาแล้ว 3 เดือน ใน web มีคนเขียนว่า ไม่จ่ายค่ายา ไม่จ่ายค่าหมอ และเรื่องเลวร้ายอีกมากมายที่ทำไว้ เปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายชื่อ เปลี่ยนแม้กระทั่งชื่อเล่น

และ ต่อมา เราได้คุยกับผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับยา ว่าคนที่มีอาการแบบนี้ เป็นไปได้ที่จะโดนยากล่อมประสาท แต่เนื่องจากต้องเดินทางไกล จึงต้องสเน็ปยาเข้าไปที่ข้อมือมากกว่าปกติ มือจึงดำ ประกอบกับอาการเหม่อลอย และเดินลากขา เป็นเพราะยากล่อมประสาท เช่น dormicum

จาก การปล่อยข่าวของ ผญ ทั้งรูป และวิดีโอ สร้างภาพให้เป็น สึกด้วยความรักหล่อน ทำให้ สงสัยว่าด้วยเวลา ปลายเมษายน ถึง 8 มิถุนายน 2556 สามารถสึกพระ 38 พรรษาได้ จริงหรือ ถ้าไม่มีตัวช่วย

ความรู้สึกของผมจากการหาข้อมูลด้วยตัวเอง และการติดตามใน 3 วันนั้น ทำให้ผมคิดตลอดเวลาว่าจะช่วยท่านได้อย่างไร

และ ผญ คนนี้ จงใจกระทำทุกอย่าง อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด และผมเชื่อว่า ไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่เนื้อคู่ ไม่ใช่คู่บุญบารมีอะไรหรอกครับท่าน

และ ผมตัดสินใจในวันนี้ว่า จะต้องเล่าสิ่งที่ผมรู้ทั้งหมด ในฐานะลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่ศรัทธาท่านและระลึกถึงบุญคุณที่ท่านทำไว้ให้กับชาวไทยอย่างล้นเหลือ

ผมมีคำถาม ใครช่วยตอบผมที

ผญ ที่สร้างภาพ ดี รวย สวย เก่ง และมีความรักที่สวยงาม คนนี้ ยักยอกเงินทำบุญ จากญาติโยม ที่นิมนต์เทศน์ที่วัดเบญจมบพิตร เพียง 30,000.- บาท เพราะเหตุผลอะไร

จบครับ

"ทักษิณ" ยก "แมนเดล่า" ต้นแบบปรองดอง แนะคนไทยหยุดปล่อยข่าวลือ โกหกใส่ร้าย ทำลายล้างกัน

ที่มา go6tv



29 มิถุนายน 2556 go6TV - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พันตำรวจโท ดร. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ก https://www.facebook.com/thaksinofficial โดยมีเนื้อหาดังนี้

หาย ไปนานครับ เดินทางมากไปหน่อย วันนี้ทราบข่าวท่านประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดล่า (Nelson Mandela) ประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของแอฟริกาใต้ ผู้เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย อายุ 94 ปี เกิดอาการป่วยหนักรักษาตัวอยู่ในไอซียู ผมก็เลยขออนุญาตเขียนถึงท่านหน่อยครับเพื่อแสดงความนับถือและยกย่องบุคคลที่ เป็นรัฐบุรุษของโลกไม่ใช่เพียงแอฟริกาใต้เท่านั้น

ท่าน ถูกจับติดคุกหลายปีในขณะต่อสู้กับการปกครองของคนผิวขาวเพื่อเรียกร้องสิทธิ ให้กับคนผิวดำซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศจนต้องถูกจับเข้าคุกไปเป็นสิบๆปี แต่ก็ไม่เคยลดละความพยายามที่จะต่อสู้

ใน ขณะที่ท่านติดคุก ก็มีภริยาของท่านคือ Winnie Mandela ภรรยาแรกที่มีบุตรด้วยกันหลายคนเป็นผู้นำการต่อสู้อยู่ข้างนอก จนท่านเนลสัน แมนเดลาพ้นคุก และลงเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยชนะได้เป็นประธานาธิบดีด้วยเสียงท่วมท้น แล้วท่านก็มาเริ่มขบวนการสร้างความปรองดองในชาติโดยใช้กีฬาคือรักบี้ฟุตบอล เป็นสื่อกลางให้คนขาวและคนดำมารวมกัน ซึ่งก็ได้ผลมากจนเกิดความปรองดองในชาติได้ 

ผม บังเอิญรู้จักภรรยาของท่านคือ Winnie Mandela ซึ่งเป็น ส.ส.อยู่ในสภา ขณะนั้นท่านก็อายุ 80 กว่าแล้ว(ภายหลังเลิกกันและภรรยาคนปัจจุบันของท่านคืออดีตภรรยาของอดีต ประธานาธิบดีโมซัมบิก ซึ่งถึงแก่กรรมไปก่อนนานแล้ว) มาดาม Winnie ได้ชวนผมไปเยี่ยมที่บ้านที่อยู่ปัจจุบัน เป็นบ้านที่ท่านเนลสัน แมนเดลาได้มาอยู่ด้วยหลังจากออกจากคุก และก็ได้ให้ลูกสาวท่านพาผมไปเยี่ยมคารวะท่านประธานาธิบดี เมื่อ 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ตอนนั้นท่านยังสมอง sharp มาก แต่ก็ไม่ค่อยดี ท่านยืนไม่ค่อยได้นาน ท่านเล่าให้ฟังว่าท่านถูกล่ามโซ่ ทำให้ขามีปัญหา และท่านก็ถามถึงเหตุการณ์บ้านเราในขณะนั้น ท่านอยากเห็นความปรองดองในประเทศไทย ก็แลกเปลี่ยนความเห็นกันอยู่พักนึง

พอ วันนี้ผมก็เลยเขียนเพื่อแสดงความเคารพและหัวใจนักสู้ที่มีความเมตตาคิดถึง ส่วนรวมมากกว่าตัวเอง และก็ได้แต่อยากเห็นประเทศไทยซึ่งเคยเป็นเมืองศิวิไลซ์แต่วันนี้กลับมีความ แตกแยกได้กลับมาเป็นประเทศที่น่าอยู่เป็นที่ชื่นชมและน่าเคารพในสายตาคนอื่น เขาบ้าง แต่ก็ไม่ง่าย ถ้าเรายังอยู่กันด้วยการปล่อยข่าวลือโกหกทุกเรื่องเพียงเพื่อหวังทำลายฝ่าย ตรงข้ามเพื่อให้ตัวเองได้มีอำนาจโดยไม่เคารพกติกาของประชาธิปไตย แถมคนรักษากติกาก็ไม่มีใจเป็นธรรม

วันนี้ คนแอฟริกาใต้ไม่ว่าจะเป็นคนผิวขาวหรือคนผิวดำ เขาก็มีความรักชาติเขาและเคารพกติกาที่มีอยู่ทั้งๆที่คนผิวขาวแทบจะไม่มี บทบาททางการเมืองมากนัก เขาก็เต็มใจที่จะอยู่ในกติกาของเขา 

บังเอิญ กัปตันเครื่องบินส่วนตัวผมทั้งสองคนก็เป็นคนแอฟริกาใต้ผิวขาวทั้งคู่ เลยได้คุยกันถึงการต่อสู้ของท่านแมนเดลาและการอยู่ร่วมกันของคนทั้งผิวขาว และผิวดำอย่างสันติครับ

เผยคลิป 'อดีตพระมิตซูโอะ' บอก 'สุทธิรัตน์' เป็นคู่บารมี

ที่มา Voice TV

 เผยคลิป 'อดีตพระมิตซูโอะ' บอก 'สุทธิรัตน์' เป็นคู่บารมี


เผยภาพ"อดีตพระมิตซูโอะ-ไฮโซสาว" จดทะเบียนสมรสแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น  ขณะที่เจ้าตัวถ่ายคลิปยืนยัน "สุทธิรัตน์" คือคู่บารมี
นายเถกิง สมทรัพย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว "เถกิง สมทรัพย์" โดยมีภาพการจดทะเบียนสมรสของ อดีตพระนักปฏิบัติชื่อดัง พระมิตซูโอะ ที่เพิ่งลาสิกขาบทไปเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา กับ ไฮโซสาว สุทธิรัตน์ มุตตามระ ซึ่งเป็นพี่สาวของ นายวิทเยนทร์ มุตตามระ กรรมการผู้จัดการบลูสกายแชนเนล และอดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
โดยระบุข้อความกำกับภาพว่า "เช้าวันนี้ทั้งสองไปจดทะเบียนสมรสที่จังหวัดอิวาตะ ประเทศญี่ปุ่น และจะเดินทางไปสถานทูตไทยในโตเกียวสัปดาห์หน้า"
ล่าสุด ในเว็บไซต์ยูทูบได้มีการเผยแพร่คลิปวิดิโอ เผยแพร่โดยคุณ Noppatjak Attanon     โดยในคลิปนั้น อดีตพระมิตซูโอะระบุว่า "จด ทะเบียนสมรส เรียบร้อยแล้ว บวชมา38 พรรษา ไม่คิดว่าจะสึก  ไม่เคยคิดจะแต่งงานในชาติ แต่สำหรับแอนน่าจะเป็นเนื้อคู่ มาแต่ชาติก่อน  เป็นคู่บารมีของอาจารย์"
 

นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ จดหมายที่เขียนโดยลายมือของ อดีตพระมิตซูโอะ อีกด้วย 
 
 
 
Source : news center/https://www.facebook.com/takerng.somsup.3 (Image)
28 มิถุนายน 2556 เวลา 21:36 น.

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

กาละ

ที่มา Buddhadharm



ปทานุกรมเขียนบนธรรมาสน์
สวนโมกขพลาราม
๑๕ มิถุนายน ๒๕๑๗

"หมวดเจี๊ยบ" เหน็บมาร์คหนีทหาร ไม่มีสิทธิ์วิจารณ์ "ปู" ไม่เหมาะควบกลาโหม

ที่มา มติชน

 
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การออกมาวิพากวิจารณ์การปรับครม.ของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)โดยเฉพาะกรณีของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปชป.โจมตีว่า ต้องการเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับสูง จึงจะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น  เป็นการใส่ร้าย นายกฯ โดยให้ข้อมูลเท็จ เพราะความจริงแล้ว ฝ่ายการเมืองไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารได้อยู่แล้ว การแต่งตั้งโยกย้ายขั้นตอนการพิจารณาที่ได้กำหนดไว้ จะสามารถป้องกันการแทรกแซงของฝ่ายการเมืองได้ ดังนั้น แม้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการดังกล่าว ก็ไม่สามารถแทรกแซงการพิจารณาได้ และต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้

ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า ที่ปชป.โจมตีว่า นายกฯ ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น จะโจมตีว่าไม่เหมาะสมได้อย่างไร ในเมื่อ ตามกฎหมายแล้ว นายกฯก็ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ ผอ.กอ.รมน. อยู่แล้ว และในฐานะประมุขฝ่ายบริหาร นายกฯย่อมต้องเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในนโยบายทุกด้านของประเทศ รวมทั้งนโยบายด้านการทหารและความมั่นคงด้วย และในอดีต ประเทศไทยก็เคยมี  ที่จริงแล้ว นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป.ต่างหาก ที่ไม่มีความชอบธรรมในการวิจารณ์เรื่องนี้ เนื่องจาก นาย อภิสิทธิ์ ยังมีมลทินติดตัว จากการใช้เอกสารเท็จสมัครเข้ารับราชการทหาร จึงไม่มีความสง่างาม ที่จะพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องของทหาร

ข่าว "เค-วอเตอร์" หนี้ท่วม - ที่แท้สื่อไทยอ่านงบผิด

ที่มา ประชาไท


อ่านผลประกอบการหน้าเว็บบริษัทจัดการน้ำจากเกาหลีใต้ "เค-วอเตอร์" พบผลประกอบการปี 55 ยังได้กำไรสุทธิ - มูดี้ส์ให้เครดิตระดับ A1 ส่วนกระแสข่าวหนี้ท่วม มีที่มาจากวงเสวนาจัดการน้ำที่สมาคมนักข่าวฯ ก่อนกลายเป็นข่าวพาดหัวหลายสื่อ
ตามที่บริษัท โคเรีย วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น หรือ "เค-วอเตอร์" รัฐวิสาหกิจของเกาหลีใต้ เป็นหนึ่งในบริษัทที่ชนะการประมูลการก่อสร้างตามแผนพัฒนาการทรัพยากรน้ำ โดย "เค วอเตอร์" สามารถประมูลการก่อสร้างได้ 2 โครงการ คือ คือ โมดูล เอ 3 และโมดูล เอ 5 ซึ่งเป็นโครงการแก้มลิงและฟลัดเวย์ ภายใต้วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท
และต่อมาเมื่อวานนี้ (26 มิ.ย.) มีสื่อมวลชนไทยหลายฉบับ รายงานข่าวดังกล่าวในทำนองว่า "เค-วอเตอร์" เป็นบริษัทที่มีปัญหาทางการเงิน และดำเนินโครงการล้มเหลวในเกาหลีใต้ เช่น โพสต์ทูเดย์ พาดหัวข่าวว่า "ชำแหละ" เค-วอเตอร์"หนี้ท่วม-ทำโครงการเหลว"
โดยผู้สื่อข่าวประชาไทพบว่าข่าวดังกล่าว ใช้ข้อมูลจากการเสวนา "เวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการจัดการน้ำ ระหว่างเครือข่ายภาคประชาชนไทย และเครือข่ายสิ่งแวดล้อมประเทศเกาหลีใต้" จัดโดยโครงการสื่อสุขภาวะชุมชนชายขอบและชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ในรายการดังกล่าว ได้อ้างอิงการอภิปรายของวิทยากรในการเสวนาดังกล่าว คือ นายยัม ฮยุง ชอล (Yum Hyung Cheol) ผู้อำนวยการสหพันธ์สิ่งแวดล้อมเกาหลีใต้ (Korean Federation for Environmental Movement : KFEM ) ซึ่งให้ข้อมูลว่า
"ในปี 2012 จะพบว่าทรัพย์ของบริษัทเค-วอเตอร์ อยู่ที่ 6.76 แสนล้านบาท ทุนอยู่ที่ 3.04 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นหลัก 99.9% มีรายได้ 2.27 แสนล้านบาท ขณะที่หนี้สินอยู่ที่ 3.72 แสนล้านบาท ภาษีที่ได้ 9.9 หมื่นล้านบาท รายได้สุทธิอยู่ที่เพียง 8,000 ล้านบาทเท่านั้น"
"เมื่อไปดูประวัติการทำโครงการของเค-วอเตอร์ ในเกาหลี ตั้งแต่ปี 1967 ที่ก่อตั้งบริษัทในฐานะรัฐวิสาหกิจ จากช่วงปี 1970-1980 ได้งานก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่จำนวนมากทั่วประเทศเกาหลี"
"ถัดมาในปี 1980-1990 ย้ายไปรับงานระบบประปาและระบบน้ำ หลังจากนั้นตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา เริ่มทำงานที่ไม่ใช่ภารกิจหลัก แต่เป็นการก่อสร้างในภารกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำตลอดชายฝั่ง การก่อสร้างพนังกั้นน้ำป้องกันน้ำท่วม"
"สถานการณ์ทางการเงินของบริษัทเค-วอเตอร์ ตั้งแต่ปี 2006-2012 เห็นได้ว่าทุนจะอยู่เท่าเดิม แต่หนี้สินเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยในปี 2012 จะเห็นว่าหนี้สินสูงกว่าทุน ฉะนั้นเท่ากับว่าสถานการณ์ทางการเงินของเค-วอเตอร์ย่ำแย่ ภายในระยะเวลา 3 ปี คือตั้งแต่ปี 2009-2012 การดำเนินงานใน 2 โครงการหลักของเค- วอเตอร์ ได้แก่ 1.พัฒนาแหล่งน้ำหรือ 4 rivers project 2.พัฒนาคลองใช้เป็นฟลัดเวย์ พบว่าหนี้สินเพิ่มขึ้นถึง 758%”

นอกจากโพสต์ทูเดย์แล้ว ยังมีรายงานข่าวในสื่อไทยหลายฉบับ โดยข้อมูลมาจากวงเสวนาเดียวกัน เช่น สำนักข่าวอิศรา รายงานโดยพาดหัวว่า "NGO เกาหลีใต้ แฉ “เค-วอเตอร์” หนี้ท่วมหมื่นล้าน เชื่อทำฟลัดเวย์ในไทยไม่สำเร็จ" เดลินิวส์ พาดหัวข่าวว่า "นักสิ่งแวดล้อมเกาหลีใต้ชี้ "เค วอเตอร์" ทำผิดกฎหมายการเงิน-สิ่งแวดล้อม"
แนวหน้า รายงานโดยพาดหัวข่าวว่า "สื่อเกาหลีใต้แฉซ้ำ หนี้สินท่วม บี้สอบ ‘เค วอเตอร์’ งานแย่ไร้ประสิทธิภาพ เคยทำโครงการเจ๊งยับ นิวัฒน์ธำรงโต้ดีจริง" ส่วน เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ พาดหัวข่าวว่า "นักสิ่งแวดล้อมโสมขาวชำแหละ “เค วอเตอร์” ประวัติฉาว หวั่นโครงการน้ำ 3.5 แสนล.มีปัญหา"
ส่วน ไทยโพสต์ พาดหัวข่าวว่า "ทักษิณคบคิดKวอต้ม แฉประวัติบริษัทสุดแสบ/ลุ้นศาลเบรกเค้กน้ำ" พาดหัวรองว่า "แฉ ประวัติสุดแสบ เค วอเตอร์ สร้างหนี้ ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ฉีกกฎหมาย ฮั้วก่อสร้าง เอ็นจีโอเกาหลีใต้ระบุทั้ง ป.ป.ช.และ สตง.แดนกิมจิตามตรวจสอบเข้มข้น และพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 70% ไม่พอใจ ฮือฮารูปหมู่ "ทักษิณ-ผู้บริหารเค วอเตอร์" ว่อนเน็ต หึ่งตกเขียวโครงการล่วงหน้า พลิกปูม "แม้ว-ปู" ไปเกาหลีแล้วคนละ 2 หน ระทึก! ศาลปกครองสั่งคดีเอาอยู่ 3.5 แสนล้าน"
และหลังการนำเสนอข่าวดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ให้ความเห็นผ่านรายการ "วันฟ้าใหม่" ทางสถานีโทรทัศน์ Blue Sky Channel ด้วยโดยเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจง โดยกล่าวว่า โครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โดยเฉพาะกรณีบริษัทเค วอเตอร์ที่มีหนี้สินจำนวนมากกลับได้ประมูลมากที่สุดนั้น ทางรัฐบาลโดยเฉพาะคณะกรรมการที่เป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติของบริษัทต่างๆ ต้องออกมาชี้แจงตามข้อเท็จจริง นอกจากนี้ รัฐบาลต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นไปตามกฎเกณท์กติกา ผลประกอบการ หนี้สิน ภาพรวมการทำงานของบริษัทเป็นอย่างไร เพราะเมื่อมีคนของเกาหลีมาตั้งข้อสังเกตรัฐบาลก็ต้องรับฟัง การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปเกาหลีก็มีคนมาวิจารณ์ว่าบริษัทนี้จะได้ประมูลแล้วก็ได้จริงๆ  เอาเข้าจริงบริษัทเค วอเตอร์คงไม่ดำเนินการโครงการเอง แต่อาจจะให้บริษัทของไทยเป็นผู้ดำเนินการต่อ

000
อ่านผลประกอบการหน้าเว็บบริษัท-ยังได้กำไร-มูดี้ส์ให้เครดิต A1
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวประชาไท เทียบรายงานที่สื่อฉบับต่างๆ นำเสนอในเรื่องผลประกอบการของเค-วอเตอร์ เทียบกับผลประกอบการของบริษัท ปี ค.ศ. 2012 ซึ่งอยู่ในเว็บไซต์ของบริษัทดังกล่าว ซึ่งพบว่า ใน ปี ค.ศ. 2012 ผลประกอบการของบริษัทซึ่งมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจเกาหลีใต้ดังกล่าว แม้จะมีหนี้สิน แต่ก็ได้กำไร และไม่ได้ขาดทุนสะสมอย่างที่มีการนำเสนอข่าว
โดยในปี ค.ศ.2012 เค-วอเตอร์ มีสินทรัพย์ 25,016,382,827,000 วอน (25.02 ล้านล้านวอน) หรือ 6.77 แสนล้านบาทโดยประมาณ มีหนี้สิน 13,777,920,820,000 วอน (13.78 ล้านล้านวอน) หรือ 3.73 แสนล้านบาทโดยประมาณ มีเงินลงทุน 11,238,500,000,000 วอน (11.2 ล้านล้านวอน) หรือ 3.04 แสนล้านบาทโดยประมาณ
นอกจากนี้ในปี ค.ศ. 2012 เค-วอเตอร์ มีรายรับ 3,668,445,409,000 วอน (3.67 ล้านล้านวอน) หรือ 9.93 หมื่นล้านบาทโดยประมาณ มีกำไรก่อนเสียภาษี 401,689,496,000 วอน (4.02 แสนล้านวอน) หรือ 1.09 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิหลังเสียภาษี 308,295,352,000 วอน (3.08 แสนล้านวอน) หรือ 8.35 พันล้านบาท
ส่วนที่สื่อมีการนำเสนอของนายยัม ฮุง ชยอล ผู้อำนวยการสหพันธ์สิ่งแวดล้อมเกาหลีใต้ (KFEM) ที่รายงานว่าสถานการณ์การเงินของ เค วอเตอร์ มีหนี้สินเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก จนมีหนี้สินสูงกว่าทุน "พบว่ามีหนี้สินเพิ่มขึ้นถึง 758%" ฯลฯ นั้น ผู้สื่อข่าวประชาไทได้ตรวจสอบส่วนผลประกอบการย้อนหลังของ 7 ปีก่อน พบว่าเค-วอเตอร์มีหนี้สินเพิ่มขึ้น จากเดิมในปี ค.ศ. 2006 มีหนี้สิน 1.74 ล้านล้านวอน มาเป็น 13.78 ล้านวอน ในปี ค.ศ. 2012 อย่างไรก็ตาม แม้จะมีหนี้สินสะสมเพิ่มขึ้นทุกปี และผลประกอบการของเค-วอเตอร์ ยังคงก็มีกำไรสุทธิ
โดยใน ค.ศ. 2006 เค-วอ เตอร์ มีสินทรัพย์ 11,397,405,000,000 วอน (11.40 ล้านล้านวอน) หรือ 3.09 แสนล้านบาท มีหนี้สิน 1,743,575,000,000 วอน (1.74 ล้านล้านวอน) หรือ 4.72 หมื่นล้านบาท มีรายรับ 1,721,104,000,000 วอน (1.72 ล้านล้านวอน) หรือ 4.66 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิหลังเสียภาษี 217,005,000,000 วอน (2.17 แสนล้านวอน) หรือ 5.88 พันล้านบาท
ค.ศ. 2007 พบว่า เค-วอเตอร์ มีสินทรัพย์ 11,443,850,000,000 วอน (11.43 ล้านล้านวอน) หรือ 3.1 แสนล้านบาท มีหนี้สิน  1,575,552,000,000 วอน (1.58 ล้านล้านวอน) หรือ 4.27 หมื่นล้านบาท มีรายรับ 1,498,004,000,000 วอน (1.50 ล้านล้านวอน) หรือ 4.06 หรือหมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิหลังเสียภาษี 158,736,000,000 วอน (1.58 แสนล้านวอน) หรือ 4.30 พันล้านบาท
ค.ศ. 2008 เค-วอเตอร์ มีสินทรัพย์ 11,981,700,000,000 วอน (11.98 ล้านล้านวอน) หรือ 3.24 แสนล้านบาท มีหนี้สิน 1,962,286,688,000 วอน (1.96 ล้านล้านวอน) หรือ 5.31 หมื่นล้านบาท มีรายรับ 2,044,532,725,000 วอน (2.04 ล้านล้านวอน) หรือ 5.54 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิหลังเสียภาษี 138,773,516,000 วอน (1.39 แสนล้านวอน) หรือ 3.76 พันล้านบาท
ค.ศ. 2009 เค-วอเตอร์ มีสินทรัพย์ 13,277,070,000,000 วอน (13.28 ล้านล้านวอน) หรือ 3.60 แสนล้านบาท มีหนี้สิน 2,995,639,000,000 วอน (3 ล้านล้านวอน) หรือ 8.11 หมื่นล้านบาท มีรายรับ 2,005,384,000,000 วอน (2 ล้านล้านวอน) หรือ 5.43 หมื่นล้านบาท มีกำไรสุทธิหลังเสียภาษี 81,576,000,000 วอน (8.16 หมื่นล้านวอน) หรือ 2.21 พันล้านบาท
ค.ศ. 2010 เค-วอเตอร์ มีสินทรัพย์ 18,484,424,534,000 วอน (18.48 ล้านล้านวอน) หรือ 5.01 แสนล้านบาท มีหนี้สิน 7,960,714,386,000 วอน (7.96 ล้านล้านวอน) หรือ 2.16 แสนล้านบาท มีรายรับ 2,144,749,561,000 วอน (2.14 ล้านล้านวอน) หรือ 5.81 หมื่นล้านบาท มีกำไรสุทธิหลังเสียภาษี 142,103,845,000,000 วอน (1.42 แสนล้านวอน) หรือ 3.95 พันล้านบาท
และ ค.ศ. 2011 เค-วอเตอร์ มีสินทรัพย์ 23,425,915,630,000 วอน (23.43 ล้านล้านวอน) หรือ 6.34 แสนล้านบาท มีหนี้สิน 12,580,936,220,000 วอน (12.58 ล้านล้านวอน) หรือ 3.41 แสนล้านบาท มีรายรับ 6,325,785,989,000 วอน (6.33 ล้านล้านวอน) หรือ 1.71 แสนล้านบาท มีกำไรสุทธิหลังเสียภาษี 293,267,171,000 วอน (2.93 แสนล้านวอน) 7.94 พันล้านบาท
ขณะเดียวกัน ในเว็บไซต์ เค-วอเตอร์ ยังเผยแพร่ผลการจัดอันดับเครดิตของสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ โดยมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส หรือมูดี้ส์ ให้เค-วอเตอร์ อยู่ในระดับ A1 และ S&P ให้เค-วอเตอร์อยู่ในอันดับ A+
อนึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. รายการฮาร์ดคอร์ข่าว ออกอากาศทาง ททบ.5 มีการนำเสนอข่าวกรณีเค-วอเตอร์ ชนะประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย 2 โครงการ โดยก่อนเข้าสู่รายงานดังกล่าว ผู้ประกาศข่าวได้กล่าวแนะนำรายการว่า "มีการเปิดเผยข้อมูลว่าบริษัทเค-วอเตอร์นั้นมีหนี้สินอยู่ถึง 700% และไม่เคยรับหน้าที่ในการบริหารจัดการกับโครงการขนาดใหญ่ ก็เลยกังวลกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น" อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าสู่รายงานพิเศษได้ประมาณ 30 วินาที ก็ถูกตัดเป็นโฆษณาทีโอทีแทน และไม่มีการออกอากาศรายงานข่าวดังกล่าวอีก (ชมวิดีคลิป) โดยภายหลัง นสพ.ข่าวสด รายงานข่าว ผู้บริหาร ททบ.5 ชี้แจงว่าเป็นการตัดสินใจระงับการออกอากาศเอง เนื่องจากข้อมูลที่ได้ไม่มีความชัดเจนพอ เป็นเพียงข้อมูลที่ถูกเสนอออกมาผ่านสื่อสาธารณะ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการถูกหมิ่นประมาทและฟ้องร้อง กองบรรณาธิการจึงตัดสินใจไม่นำออกอากาศ เพื่อป้องกันตัวเองและสถานี (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)


หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 1,000 วอน เท่ากับ 27.08 บาท