แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ป้ายขอแยกตัวเป็นประเทศล้านนาที่พิษณุโลก-ถูกปลดทิ้งแล้ว

ที่มา ประชาไท


มีผู้ติดป้ายขอแยกประเทศที่ จ.พิษณุโลก ก่อนที่ต่อมาจะมีผู้ใช้กรีดป้ายจนขาด ขณะที่ตำรวจเข้าเก็บป้ายดังกล่าวเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุ เช่นเดียวกับป้ายขอแยกประเทศที่ จ.พะเยา ที่ติดไว้เมื่อเดือนก่อนก็ถูกปลดแล้วเช่นกัน ด้านแม่ทัพภาค 2 เรียก ผวจ. 11 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือรับมือสถานการณ์การเมือง
ป้ายขอแยกประเทศที่ จ.พิษณุโลก ถูกปลดแล้ว เช่นเดียวกับที่ จ.พะเยา
26 ก.พ. 2557 - ตามที่มีรายงานว่า ที่สะพานลอยข้าม ถ.พิษณุโลก-นครสวรรค์ บริเวณบ้านหมู่ 4 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ทั้งด้านขาเข้าและขาออก มีผู้นำป้ายไวนิลสีแดง เขียนข้อความ "ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กูขอแยกเป็นประเทศล้านนา" นำมาติดไว้ตั้งแต่คืนวันที่ 24 ก.พ. นั้น
ป้ายไวนิลขอแยกประเทศ ที่ จ.พิษณุโลก ต่อมามีผู้กรีดป้ายจนขาด ต่อมาตำรวจ สภ.ย่อย มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เข้ามาเก็บป้ายดังกล่าวเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุ (ที่มาของภาพ: รายการเรื่องเล่าเช้านี้)
มีรายงานในมติชน ต่อมา ร.ต.ต.ยศพงศ์เดชา เนียมจันทร์ รอง สวป.สภ.ย่อย มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก ได้มาตรวจสอบพื้นที่ ก็พบว่าป้ายดังกล่าวทั้งสองผืน มีผู้ใช้มีดกรีดป้ายจนขาดแล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บป้ายดังกล่าว พร้อมกับจะนำไปเป็นหลักฐานในการสืบหาตัวผู้กระทำดังกล่าว ซึ่งถือว่าการกระทำดังกล่าวถือว่าผิดทางด้านความมั่นคงของประเทศ จากนั้นก็จะรายงานให้กับผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป
ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ จ.พะเยา บริเวณสะพานลอยข้ามถนนพหลโยธิน มุ่งหน้า จ.เชียงราย ด้านหน้าโรงเรียนบุญสิษฐ์วิทยา อ.เมือง จ.พะเยา มีผู้นำป้ายไวนิลสีแดงเขียนข้อความ "ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กูขอแยกประเทศ" มาผูกติดไว้บนสะพานลอยข้ามถนน ทั้งนี้ ผู้ประสานงาน นปช.พะเยา ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว  เพราะใน จ.พะเยา มีกลุ่มการเมืองหลายกลุ่ม ขณะที่สัปดาห์ต่อมามีผู้ปลดป้ายดังกล่าวลงจากสะพานลอย

แม่ทัพภาค 2 ประชุมผวจ.อีสาน 11 จังหวัด รับมือเหตุรุนแรงทางการเมือง
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ข่าวสด รายงาน โดยอ้างแหล่งข่าวว่า พล.ท.ชาญชัย  ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2  ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.ภาคที่ 2 ) ได้เรียกผู้ว่าราชการาจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน  ได้แก่ กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, นครพนม,มหาสารคาม, มุกดาหาร, ร้อยเอ็ด, สกลนคร, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อุดรธานี และ จ.เลย  ในฐานะ ผอ.กอรมน.จังหวัดประชุมหารือร่วมกันที่ จ.ขอนแก่น ตามนโยบายและคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ผบ.ทบ. ในฐานะรอง ผอ.รมน. ที่มีคำสั่งให้ขอให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยกันติดตาม สอดส่องการยุยงปลุกปั่นให้คนในสังคมเพิ่มความเกลียดชัง แบ่งฝ่าย บางครั้งเลยเถิดพาดพิงสถาบัน เพราะยิ่งจะทำให้ความขัดแย้งลุกลามขยายขอบเขตออกไปเป็นวงกว้าง อันเป็นการเพิ่มปัญหาใหม่ขึ้นมาทับซ้อนกับปัญหาทางการเมืองที่มีอยู่แล้ว โดยแต่ละจังหวัดขอให้พยายามทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน ให้ยึดมั่นตามกรอบของกฎหมายเป็นหลัก และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เข้าทำการป้องกัน ป้องปราม ระงับ ยับยั้ง ตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยไม่ละเว้น ทั้งนี้แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 ปฏิเสธด้วยว่าในที่ประชุมไม่ได้มีการหยิบหยกหรือพูดคุยกัน กรณี นปช.ประกาศ แบ่งแยกประเทศในการชุมนุมใหญ่เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา

ประวัติกลุ่มกลุ่มพ่อค้าคนกลางที่อุปโลกเป็นผู้นำชาวนา

ที่มา Thai Free News

 

ประเด็นข่าวเว็บบอร์ด

ที่มา Thai Free News

 

 
 http://www.tfn5.info/board/index.php

คนร้ายวางระเบิดแสวงเครื่องหน้าประปานนทบุรี

ที่มา Thai Free News

 พบระเบิดอานุภาพร้ายแรงลักษณะแบบ
ที่พบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ 
วางหน้าการประปานนท์ เชื่อหวังป่วนเวทีเสื้อแดง
เป็นระเบิดถังดับเพลิงอานุภาพทำลายล้างสูง

แบบที่พบบ่อยใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เริ่มเข้ามาในกรุงเทพแล้ว
เจอถังดับเพลิงอยู่ในที่ไม่ควรอยู่ พันเทปทำนองนี้ ให้รีบแจ้ง จนท.




แม่ขึ้นมาชุมนุมกับม็อบสุเทพ หายตัวไม่ไปกลับบ้าน ลูกชายเป็นห่วงประกาศตามหาตัวด่วน

ที่มา go6tv



แม่ขึ้นมาชุมนุมกับม็อบสุเทพ หายตัวไม่กลับบ้าน ลูกชายเป็นห่วงประกาศตามหาตัวด่วน

ที่ไอดีเฟสบุ้ค Canac Natanan ได้เผยแพร่ภาพหญิงคนหนึ่ง โดยแจ้งว่าเป็นแม่ของเพื่อน ได้หายตัวไปจากม็อบกปปส และไม่ติดต่อทางบ้าน ลูกชายเป็นห่วงมาก ที่เวทีประกาศหาให้เพียงรอบเดียวก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ  โดยมีข้อความว่า

“มีเพื่อนขอความช่วยเหลือครับ แม่ขึ้นมาร่วมชุมนุมกับ กปปส. แล้วหายไปร่วมสัปดาห์
 ในภาพตามวงกลมสีเหลือง ชื่อป้าภัค สุภัค ทองชั้น อายุประมาณ 55-60 ปี ใครเคยพบเห็น ติดต่อกลับ ปอนด์ (ลูกชาย) 085-477-3494

ป้าภัคขึ้นมาจากภูเก็ต แล้วหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ล่าสุดโทรศัพท์คุยกับลูกชาย ป้าภัคอยู่หัวลำโพง จากนั้นสายหลุดไป จนถึงวันนี้ยังติดต่อไม่ได้และไม่มีการติดต่อกลับอีกเลย ตอนนี้ลูกชายกำลังเดินทางขึ้นมา กทม. เพื่อมาตามหาแม่ครับ

 รบกวนด้วยครับคนทางบ้านร้อนใจมาก


(ได้สอบถาม รพ. กับศูนย์เอราวัณแล้ว ไม่มีในชื่อคนบาดเจ็บ - เสียชีวิต ครับ)”

An upsetting run in Lumpini as Bangkok public space is slowly allowing itself to be taken over by lawless thugs.

ที่มา go6tv


An upsetting run in Lumpini as Bangkok public space is slowly allowing itself to be taken over by lawless thugs.

I run in Lumpini park everyday. Today I entered the park at 1pm and on my right was a group of mob guards surrounding one Thai guy. They were intimidating him and put his head between his legs and were hitting him on the head. Maybe the guy did something wrong maybe not, but physical abuse is not okay.
I saw this and asked them what they were doing and took a picture. The picture upset them and then I told them they were not police, which upset them a bit more... the one guy got quite aggressive in his speech and approached me and said he was a police officer, I once again, told him he wasn't.
They didn't touch me but it left me quite shaken. There were no park security in that area so I went up to the gate near the police station side of wireless and found REAL, security guards and asked them why they were not patrolling and being a big baby, subsequently burst into tears....they said they were not allowed over there by the mob guards.
Which leads me to point...Thai citizens, are you not worried about what is going on? Protesters wear cute tshirts and throw around jargon whilst people with no authority are seizing it and creating an unsafe and hostile city.

I am sad.

เศรษฐีงาบสวัสดิการ (finale) กรณีอเมริกา

ที่มา Thai E-News



บทความเติมเต็มต่อประเด็นคนมั่งมีล้นหลาม ชนชั้นเจ้านายในสังคมของอังกฤษถูกเปิดโปงว่าได้รับเงินสวัสดิการที่จัดตั้งขึ้นมาช่วยเหลือคนยากจน ดังที่นำเสนอในไทยอีนิวส์มาแล้วสองตอน คือ ฤๅว่าพระราชินีทรงถังแตก และ พระราชินี (a sequel) ทรงเหวยสวัสดิการ
ครั้งนี้จัดเป็น finale จากการวิพากษ์บริษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริการับเงินเกื้อหนุนหน้าไม่อาย เรื่อง "บริษัทกลุ่มฟอร์จูน ๕๐๐ รับเงินช่วยจากรัฐ ๖๓,๐๐๐ ล้านดอลลาร์" ในเว็บ pandodaily เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เขียนโดย เดวิด สิโรตา
จำกันได้ไหมเมื่อประธานาธิบดีโอบาม่าถูกกระหน่ำอย่างหนักต่อคำพูดว่า "คุณไม่ได้เป็นคนสร้าง" เสร็จแล้วดูเหมือนว่าท่านน่ะพูดถูกต้อง อย่างน้อยเกี่ยวกับหลายๆ สิ่งที่บรรษัทมั่งคั่งขนาดยักษ์หลายแห่งสร้างขึ้นมา นั่นเป็นการฉกชิงไปจากงานค้นคว้าชิ้นใหม่ต่อข้อตกลงช่วยเหลือบริษัทใหญ่ๆ ในอเมริกา ๒๕,๐๐๐ แห่งจากเงินภาษีอากรในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา
รายงานชื่อ "เกื้อหนุนบรรษัท ๑ เปอร์เซ็นต์" จากกลุ่มตรวจสอบผู้เสียภาษี 'กู๊ดจ๊อบเฟิร์ส'แสดงให้เห็นว่าบริษัทใหญ่ๆ ที่สุดของโลกนั้นไม่ได้เป็นแบบอย่างแห่งความพอเพียง และทุนนิยมจำกัด ในทางตรงข้ามพวกนี้ยังคงรับเอาเงินช่วยเหลือเป็นพันๆ ล้านดอลลาร์จากรัฐบาล เงินเกื้อหนุนดังกล่าวจะควรแก่การปกป้องถ้าหากนำไปใช้ในแนวทางที่เสริมสร้างต่อธุรกิจย่อยที่กำลังตั้งไข่
แต่ดังที่ผลการค้นคว้าแสดงให้เห็น เงินเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจล้วนๆ จำนวนสามในสี่ที่จัดสรรให้และแจ้งไว้โดยทางการมลรัฐและรัฐบาลท้องถิ่น ไปตกอยู่กับบริษัทใหญ่ๆ เพียง ๙๖๕ ราย ไปไม่ถึงกิจการย่อยขนาดเล็ก และที่กำลังเริ่มตั้งไข่ซึ่งพวกนักการเมืองมักเสแสร้งว่าเห็นอกเห็นใจเสียเต็มประดา
ผู้ได้ รับประโยชน์แท้จริงจากการให้เงินเกื้อหนุนมักซ่อนอยู่ภายในเปลือกคลุมหลาย ชั้นของบริษัทแม่และข้อตกลงซับซ้อนในการถือครองเป็นเจ้าของ แต่ว่ากู๊ดจ๊อบเฟิร์สทำงานได้ผลในการเชื่อมโยงให้เห็นเส้นทางเงินเกื้อหนุน เหล่านี้ที่ไปถึงบริษัทแม่
กลุ่มตรวจสอบค้นพบว่าเงินเกื้อหนุนสั่งสมจำนวน ๗๕ เปอร์เซ็นต์หรือ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ ตกไปอยู่กับบริษัทใหญ่ๆ ๙๖๕ แห่ง เพียงแค่บริษัทในกลุ่มฟอร์จูน ๕๐๐ เท่านั้นก็ได้ส่วนแบ่งไปถึง ๑๖,๐๐๐ รายการ มูลค่า ๖๓,๐๐๐ ล้านดอลลาร์แล้ว นอกจากนี้ ๘ บริษัทในจำนวน ๒๐ แห่งที่ได้รับเงินเกื้อหนุนจากภาษีอากรมากที่สุดไม่ใช่บริษัทอเมริกัน ซึ่งหมายความว่าผู้เสียภาษีในสหรัฐถูกบังคับให้ต้องเกื้อหนุนบริษัทต่างชาติไปเสียฉิบ
แน่ละการให้เปล่าเหล่านี้มันตรงกันข้ามกับสิ่งใดๆ ที่เกี่ยวกับ ตลาดเสรีมันเป็นจำกัดความของการที่รัฐบาลยื่นมือเข้าไปแทรกแซงในการตลาด แต่กระนั้นภาพพจน์การเป็นตลาดเสรีของบริษัทเหล่านี้ไม่ได้เสียไปแม้แต่น้อย เมื่อพวกเขายื่นมือไปรับเอาเงินสวัสดิการจำนวนมหาศาล
ลองดูที่ค้อชอินดัสตรี้ส์ ทั้งที่สองพี่น้องสกุลค้อชเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินใหญ่ของกลุ่มฝ่ายขวาต่อต้านรัฐบาล แม้พวกเขาจะได้รับการเอ่ยถึงว่าเป็นนักกิจกรรมเพื่อตลาดเสรีอันสำคัญของกลุ่มอิสระนิยม พวกนี้ก็ยังพึ่งพาเงินเกื้อหนุนจากรัฐถึง ๘๘ ล้านดอลลาร์
บริษัทเท็คโนโลยี่ใหญ่ๆ หลายแห่งก็เช่นกัน พวกนี้มักจะได้รับการกล่าวถึงว่าประสพความสำเร็จด้วยการไต่เต้าขึ้นมาจากปากกัดตีนถีบ กระนั้นจากที่เห็นได้ด้วยข้อมูลของกู๊ดจ๊อบเฟิร์ส เป็นพวกที่รับเงินเกื้อหนุนจากรัฐบาลทั้งนั้น
ดังเช่นบริษัทอินเทลเป็นตัวอย่าง ที่นำหน้ารายอื่นๆ ด้วยมูลค่าเงินเกื้อหนุน ๕๘ รายการจำนวน ๓,๘๐๐ ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยไอบีเอ็มได้รับการเกื้อหนุนมากกว่า ๑ พันล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่ของบริษัทที่รับเงินเกื้อหนุนเหล่านี้อยู่ในรัฐนิวยอร์ค ซึ่งกำลังรณรงค์อย่างเต็มพิกัดส่งเสริมโครงการเกื้อหนุนด้วยความภาคภูมิ
นอกนั้นมีบริษัทกูเกิ้ลได้รับ ๖๓๒ ล้านดอลลาร์ และยาฮูได้ ๒๖๐ ล้าน ซึ่งส่วนใหญ่ของทั้งสองบริษัทได้มาจากข้อผูกพันในการดำเนินกิจการศูนย์ข้อมูล ไมโครซ้อฟได้ไป ๙๕ ล้าน หลักใหญ่มาจากการยกเว้นภาษีของรัฐวอชิงตัน
แล้วยังมีห้างหุ้นส่วนซิลเวอร์เล้คซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท (คอมพิวเตอร์) เดล ได้รับเงินเกื้อหนุนผ่านทางสวัสดิการบรรษัทถึง ๔๘๒ ล้านดอลลาร์
และต้องไม่ลืมบริษัทซ้อฟแวร์ ๓๘ สตูดิโอ ซึ่งปัจจุบันล้มละลายไปแล้ว ก็ได้รับเงินช่วยเหลือจากภาษีของชาวโร้ดไอส์แลนด์ ๗๕ ล้านดอลลาร์ ในเวลาเดียวกับขณะที่ทางการมลรัฐต้องตัดรายจ่ายสวัสดิการเลี้ยงชีพแก่ข้าราชการ
พร้อมๆ กันไปกับการอุ้มชูกิจการที่ควรจะเป็นตัวอย่างของระบบตลาดเสรี เงินเกื้อหนุนสวัสดิการได้ไหลไปยังธุรกิจการเงินที่กลายเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับการกู้ชีพไม่รู้จบสิ้นแก่กิจการที่ตกต่ำ และเป็นแบบอย่างบรรษัทสังคมนิยมจกเปรต
ที่จริงแล้วกิจการอย่างยูบีเอส โกลด์แมนแซ็ค แบ๊งค์ออฟอเมริกาและซิตีคอร์ปซึ่งได้รับเงินช่วยเหลือจากภาษีอากรอย่างมหาศาลในช่วงวิกฤตการเงินของประเทศ ล้วนแต่ได้รับเงินเกื้อหนุนเพิ่มเติมเป็นหลายๆ สิบล้านดอลลาร์ นี่จากการค้นพบของกู๊ดจ๊อบเฟิร์ส

เงินได้เปล่าเหล่านี้แน่ละจะต้องถูกเยอะเย้ยว่าเป็นสวัสดิการที่ยื่นให้ถ้าไปสู่คนยากไร้ แต่เหตุที่มันไปถึงมือเครือข่ายธุรกิจร่ำรวยล้นหลามที่มีเส้นสายผูกพันในวงการเมือง มันจึงได้รับการประโคมโหมเชิดด้วยถ้อยคำสวยหรู เช่น สินน้ำใจ หรือกระตุ้นเศรษฐกิจ

คำหวานเคลือบน้ำตาลเหล่านั้นถูกนำมาใช้กันซ้ำซากทั้งที่เงินเกื้อหนุนจำนวนมากเหล่านี้ไม่ได้ลงเอยด้วยการช่วยเพิ่มการจ้างงาน หรือว่าทำให้รายได้สาธารณะเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
เดวิด สิโรตา
เช่นนี้ เองรายงานของกู๊ดจ๊อบเฟิร์สเป็นการตรวจสอบต่อถ้อยวลีเร้าใจทางการเมือง เรื่องการพึ่งพาต่างๆ นานาได้อย่างดี คำหวานเหล่านั้นส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่พวกคนยากจน ทั้งนี้เนื่องจากพวกคนจนต่างจากบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ได้รับเงินเกื้อหนุน ทั้งหลายตรงที่พวกเขาไม่สามารถว่าจ้างนักล็อบบี้ และเงินบริจาคก้อนยักษ์เป็นคันรถเพื่อการรณรงค์ให้ตายใจได้ ว่าโครงการอย่างตั๋วแลกอาหารกลายเป็นเสาหลักให้กับวาทกรรมแห่งการเยียวยาที่ เรียกว่า สินน้ำใจ และการพัฒนา
แต่ว่าดังที่รายงานได้พิสูจน์ให้เห็น ถ้าเราจะอภิปรายกันอย่างจริงใจในเรื่องการพึ่งพาและตลาดเสรีละก็ จำเป็นต้องนำประเด็นเงินจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ที่ไหลไปสู่บรรษัทซึ่งผูกพันเหนียวแน่นกับการเมืองมาถกกันให้กระจ่างแจ้งด้วย