แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2557

พุทธทาสฯ - "พินัยกรรมบันทึก"-

ที่มา Buddhadharm



อาจาริยบูชา
เกียรติคุณ ๑๐๘ ปี
พุทธทาส ภิกขุ
๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗

ภาพขนาดย่อ

ปตท.เปิดปั้มน้ำมันบริการตัวเองเต็มรูปแบบแห่งแรก

ที่มา Voice TV


ปตท.เปิดสถานีบริการน้ำมันแบบบริการตัวเองอย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกในประเทศไทย
 
ปตท.เปิดสถานีบริการน้ำมันแบบบริการตัว เองอย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกในประเทศไทย หรือ Fully Self Serve ที่ ศรีนครินทร์ หลังจากทดลองเปิดบริการแบบ Semi Self Serve มาตั้งแต่ปี 2550  ซึ่งในครั้งนั้น ผู้บริโภคยังต้องเดินไปชำระเงินที่แคชเชียร์ก่อน จากนั้นแคชเชียร์จึงจะเปิดตู้จ่ายน้ำมันให้เติมน้ำมันเองได้
 
แต่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ศรีนครินทร์ ผู้บริโภคสามารถชำระค่าบริการและเติมน้ำมันได้ด้วยตนเอง โดยชำระด้วยบัตรเครดิต หรือบัตร PTT Cash Card ผ่านตู้รับชำระเงิน ที่อยู่ข้างตู้จ่ายน้ำมันได้ทันที พร้อมรับส่วนลดราคาน้ำมันลิตรละ 30 สตางค์ หากไม่สะดวกชำระด้วยบัตรเครดิต ก็ยังสามารถชำระด้วยเงินสด หรือบัตรเติมน้ำมันที่แคชเชียร์ได้เช่นกัน และได้รับส่วนลดราคาน้ำมันลิตรละ 30 สตางค์ เช่นเดียวกัน
 
ขณะที่ปัจจุบัน ปตท. ยังคงมีสถานีบริการน้ำมันแบบ Semi Self Serve อีก 4 สถานี คือพหลโยธิน , หนองแขม , สุทธิสาร และบรรทัดทอง  
29 มีนาคม 2557 เวลา 12:17 น.

ปตท.เปิดปั้มน้ำมันบริการตัวเองเต็มรูปแบบแห่งแรก

ประชาธิปัตย์ยกเหตุความไม่สงบขอรัฐบาลชะลอเลือกตั้ง

ที่มา ประชาไท


ชี้การการออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ขณะนี้ไม่จำเป็นต้องมีกำหนดเวลา 45-60 วัน เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ยังถือว่าไม่สงบ "อลงกรณ์" เตรียมพิจารณาตนเอง หากปชป.ไม่เดินบนเส้นทาง ปชต. เชื่อมีนายกคนกลางปัญหาไม่จบ
 
29 มี.ค. 2557 เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจรายงาน ว่าที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปปัตย์ แถลงว่า ข้อสงสัยที่พรรคประชาธิปัตย์จะลงรับสมัครเลือกตั้งหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่สนับสนุนให้ระบอบประชาธิปไตยเดิน หน้าไปได้อย่างราบรื่น แต่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ยังไม่มีที่ท่าว่าจะจบลงง่ายๆ กลุ่มกปปส.มีจุดยืนชัดเจนว่าไม่ขอยอมรับกระบวนการการเลือกตั้ง เพราะมองว่า พรรคเพื่อไทยจะเข้าไปสู่อำนาจเพื่อไปใช้อำนาจออกกฎหมายที่ขัดต่อหลักนิติรัฐ ได้อีก อาทิ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตราที่มาส.ว.หรือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นต้น
 
"ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สำนึกผิด แสดงความจริงใจ หยุดให้เกิดการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ต้องเยียวยาความรู้สึกของประชาชนและสั่งการไปยังพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลว่าอย่าเพิ่งเร่งรัดจัดการเลือกตั้ง เพราะการออกพ.ร.ฎ.ขณะนี้ไม่จำเป็นต้องมีกำหนดเวลา 45-60 วัน เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ยังถือว่าไม่สงบ แต่การเลือกตั้งจะต้องมีความเรียบร้อยและเป็นที่ยอมรับได้ของทุกฝ่าย" นายชวนนท์ กล่าว
 
“องอาจ” ชี้หารือ 53 พรรคการเมือง แค่ละครตบตาประชาชน
 
สำนักข่าวไทยรายงาน ว่านายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการหารือของ 53 พรรคการเมืองที่ได้ข้อสรุปว่าควรจะจัดให้การเลือกตั้งภายใน 60 วัน และเรียกร้องให้ กกต.หารือกับรัฐบาล เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง ว่า แม้จะไม่มีการประชุม ก็รู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่าง ถือเป็นการเล่นละครตบตาประชาชนอีกบทหนึ่งเท่านั้นเอง   
 
“ผมเห็นว่าหากยิ่งเร่งให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วตามที่ 53 พรรคการเมืองเสนอ บรรยากาศก็จะไม่แตกต่างจากการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 การเลือกตั้งไม่ได้เป็นทางออกของประเทศไทยได้ แต่จะเป็นการเพิ่มวิกฤติของประเทศให้มากยิ่งขึ้น อาจทำให้มีคนเสียชีวิต บาดเจ็บเพิ่มขึ้น ถ้าเรายังเดินหน้าการเลือกตั้งไปในแนวทางนี้ ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม” นายองอาจ กล่าว
 
นายองอาจ กล่าวว่า รัฐบาลในฐานะที่เป็นคนออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่  ควรไตร่ตรองให้มากกว่านี้ และหาทางทำให้การเลือกตั้งครั้งใหม่ไม่โมฆะ เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ก่อนที่จะเดินหน้าให้มีการเลือกตั้ง เพราะถ้ารัฐบาลยังเดินหน้าแบบนี้ ทุกอย่างก็คงเหมือนเดิม
 
“ปัญหาขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่ประชาธิปัตย์บอยคอตการเลือกตั้งหรือไม่ ปัญหาคือรัฐบาลและ กกต.ต้องทำให้ทุกฝ่ายนยอมรับการเลือกตั้ง และต้องมียุทธวิธีในการทำให้การเลือกตั้งเป็นการแก้ปัญหาของประเทศ และเป็นการหาทางออกให้ประเทศ” นายองอาจ กล่าว
 
เมื่อถามว่า ล่าสุดดุสิตโพลล์ระบุว่าควรให้นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นคนกลางในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง นายองอาจกล่าวว่า  ขณะนี้ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่งที่จะมาแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ ขณะนี้อยู่ที่กระบวนการของการแก้ไขปัญหาที่ต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ไม่ใช่ยอมรับในลักษณะตัวบุคคล 
 
"อลงกรณ์" เตรียมพิจารณาตนเอง หากปชป.ไม่เดินบนเส้นทาง ปชต. เชื่อมีนายกคนกลางปัญหาไม่จบ
 
มติชนออนไลน์รายงาน เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าร่วมประชุมใหญ่ของพรรคในช่วงเย็นวันที่ 28 มีนาคม โดยเปิดเผยถึงจุดยืนทางการเมืองในขณะนี้ว่า การเลือกตั้งที่ดี ต้องมีการรับฟังความเห็นทุกฝ่ายเพื่อร่วมกันออกแบบระบบเลือกตั้งที่ทุกคนยอม รับ โดยประเทศจะเดินหน้าต่อไปได้ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันก้าวพ้นวิกฤตที่เกิดขึ้นร่วมกัน หากรัฐบาลมีความชัดเจนตรงจุดนี้ ก็จะทำให้ความเชื่อมั่นกลับคืนมา ทั้งนี้ ในระหว่างเลือกตั้งก็ควรมีการปฏิรูปควบคู่ไปด้วย พร้อมกับการเเสดงจุดยืนของพรรคการเมืองที่ชัดเจนต่อการปฏิรูปดังกล่าว 
 
นายอลงกรณ์ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องกล้าตัดสินใจเป็นหลักของ ประเทศโดยต้องเป็นผู้นำทางความคิดที่ยึดหลักประชาธิปไตยเพื่อลดปัญหาความขัด แย้งที่เกิดขึ้นโดยการเลือกตั้งที่ไม่มีการพูดคุยกันขณะนี้ก็ไม่เกิด ประโยชน์ ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์เข้าสู่การเลือกตั้งถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะท้ายที่สุดหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยึดกุมอำนาจทางการเมืองไว้แต่เพียงผู้ เดียว เช่น หากมีรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือมีนายกฯคนกลาง ก็จะเกิดปัญหาการประท้วงของคนเสื้อแดงขึ้นมาอีก ดังนั้นจึงไม่สามารถหลีกหนีการเลือกตั้งได้ ส่วนกรณีหากพรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธการเลือกตั้งนั้น ก็ถือว่ายังไม่มีมติพรรคออกมา แต่หากพรรคปฏิเสธเส้นทางประชาธิปไตย ตนก็พร้อมที่จะพิจารณาตนเอง
 
ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงในที่ประชุมพรรคว่า จากที่มีข่าวว่าตนจะลาออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่นั้น ไม่เป็นความจริง ขอยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคเพื่อช่วยกันปฏิรูปพรรคต่อไป ดังนั้นจึงไม่อยากให้นำเรื่องนี้มาพูดอีก อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นไปในแนวทางเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ที่เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกหนึ่ง แต่ต้องไม่ใช่การเลือกตั้งที่มีปัญหา ทั้งนี้สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่เหมาะ หากเลือกตั้งวันนี้จะไปรองรับความชอบธรรมให้รัฐบาล

พวงทอง ภวัครพันธุ์: นายกคนกลาง อย่าฝันหวาน!

ที่มา ประชาไท




คำลวงของฝ่ายอนุรักษ์นิยม/อำนาจเก่าคือ ขอให้มีนายกฯคนกลางเพื่อทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศไทย แล้วค่อยมาคุยกันเรื่องเลือกตั้ง ฟังดูสวยงามดี แต่จุดประสงค์เบื้องหลังที่แท้จริงคือ นายกฯ/รัฐบาลนอกรัฐธรรมนูญนี้จะเป็นหัวหอกร่วมกับอำนาจตุลาการ ในการบิดเบือน-งดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา กระทำทุกวิธีการที่ขัดรัฐธรรมนูญในนามของรัฐธรรมนูญ โดยจุดประสงค์ในระยะยาวคือ ทำให้ระบบรัฐสภาและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอ่อนแอลง ผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างน้อยสองมาตรา คือ 1. สส. ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง 2. นายกฯ ไม่จำเป็นต้องมาจาก สส.
เมื่อ สส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง มุ้งเล็กๆ ที่สังกัดอยู่ในพรรคใหญ่จะแยกตัวออกมา พรรคเล็กพรรคน้อยจะเกิดขึ้นเต็มไปหมด พวกเขาจะมีอำนาจต่อรองกับพรรคใหญ่มากขึ้นเพื่อให้พวกของตนมีที่นั่งใน ครม.มากที่สุด สภาวะต่อรองเช่นนี้จะเปิดโอกาสให้อำนาจนอกระบบเข้ามากดดันแทรกแซง-ต่อรองให้ ผลประโยชน์กับพรรคเล็กเหล่านี้ เพื่อแลกกับการสนับสนุนคนนอกให้เป็นนายกฯ พรรคเล็กเหล่านี้จะทะเลาะกันตลอดเวลาเพราะไม่พอใจที่เค้กของตนนั้นเล็กกว่า เค้กของอีกพรรคหนึ่ง แต่ก็ไม่เข้มแข็งพอที่จะมียืนยันในนโยบายใดๆ ส่วนนโยบายการพัฒนาประเทศจะตกอยู่ในมือของข้าราชการเทคโนแครตเป็นสำคัญ
นี่คือสภาพที่เกิดขึ้นในทศวรรษ 2520 ที่ทำให้พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ สามารถอยู่ในอำนาจได้ถึง 8 ปี โดยไม่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยรัฐสภาแม้แต่ครั้งเดียว และประชาชนก็ไม่สามารถโจมตีได้ว่า สถานะนายกฯของพลเอกเปรมไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ นี่คือสภาพที่รัฐธรรมนูญปี 2540 ต้องการแก้ไข จึงบังคับให้ สส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง แต่นี่กลับเป็นสภาพที่กลุ่มอำนาจเก่าต้องการให้เกิดขึ้นอีกในปี พ.ศ.นี้ เพื่อพวกเขาจะได้แทรกแซง-ควบคุมระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาได้ต่อไป เพื่อทำให้อำนาจการออกเสียงเลือกตั้งของประชาชนมีความหมายต่อการเมืองไทย น้อยที่สุด
นี่คือส่วนหนึ่งของ “การปฏิรูป” ที่กลุ่มอำนาจเก่าต้องการให้เกิดขึ้น แต่การปฏิรูปที่บรรดานักวิชาการ เอ็นจีโอ เกษตรกรส่วนหนึ่งที่ไปร่วมกับ กปปส. ต่างฝันหวานนั้น จะไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูประบบภาษี เพราะไม่มีวันที่กลุ่มอำนาจเก่าที่มีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับกลุ่มธุรกิจ ขนาดใหญ่ทั้งหลาย จะกล้าทำสิ่งที่ขัดกับผลประโยชน์ของตนเอง สิ่งที่เราต้องตระหนักคือ การเมืองเป็นเรื่องของการต่อรองการกระจายทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด นายกฯคนกลางไม่เคยเป็นกลางจริงๆ แต่คือ คนที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มอำนาจเก่า/อนุรักษ์นิยมให้เป็นผู้ดำเนินนโยบาย แบบที่พวกเขาจะได้ประโยชน์ ถ้าจะต้องแบ่งสรรทรัพยากรที่มีจำกัด กลุ่มคนจน-คนชนบทที่ไร้อำนาจต่อรอง จะเป็นคนกลุ่มสุดท้ายที่จะถูกคิดถึง
อย่าฝันหวานว่าพวกเขาจะทำให้เกิดการกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่น มากขึ้น พวกเขารังเกียจการเลือกตั้งทุกระดับ จำได้ไหมว่าการรัฐประหาร 2549 ได้ยกเลิกการเลือกตั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในทันที พวกเขามองว่าการเลือกตั้งทำให้ข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นเป็นอิสระจาก อำนาจของกรุงเทพฯมากขึ้น สิ่งที่พวกเขาต้องการคือ ข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นต้องทำตัวเป็นแขนขาให้กับรัฐบาลที่กรุงเทพฯ ที่พวกเขาปกครองอยู่
อย่าฝันหวานว่าพวกเขาจะปฏิรูประบบความยุติธรรม (ที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ อัยการ และศาล) ให้มีความรับผิดและถูกตรวจสอบจากประชาชนได้มากขึ้น ระบบความยุติธรรมที่ประชาชนในสามจังหวัดภาคใต้เผชิญชะตากรรมอยู่ทุกวัน และเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความคับแค้นใจให้กับคนในพื้นที่ จะไม่มีวันถูกแก้ไขเยียวยาด้วยระบอบอนุรักษ์อำนาจนิยม
เช่นเดียวกัน องค์การอิสระ-ตุลาการทั้งหลายที่ยึดมั่นในหลัก “สองมาตรฐาน” และสร้างความคับแค้นใจต่อประชาชนตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะไม่ถูกแตะต้อง พวกเขาจะยังคงถูกเลือกสรรโดยพวกเดียวกัน จะไม่มีกลไกใดๆที่ประชาชนจะสามารถตรวจสอบ-เอาผิดพวกเขาได้ ในทางตรงกันข้าม กลุ่มอำนาจเก่าจะพยายามคิดค้นข้อกฎหมายอันพิสดารเพื่อเสริมสร้างให้องค์กร อิสระ-ตุลาการเหล่านี้มีอำนาจเหนือรัฐบาลจากการเลือกตั้งมากยิ่งขึ้นไปอีก
เช่นนี้แล้ว เราจึงไม่สามารถยอมให้เกิดนายกฯคนกลาง และปล่อยให้พวกเขาทำให้มันกลายเป็นสิ่งถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ หากปล่อยให้สิ่งนี้เกิดขึ้น การต่อต้านคัดค้านก็จะยากยิ่งเป็นทวีคูณ

ศึกครั้งนี้เราต่อสู้กับหัวหน้าอำมาตย์

ที่มา Thai Free News





ภาพขนาดย่อ

"พานทองแท้" ซัด อำมาตย์ป่วนการเมือง ถ่วงตราชั่ง เผาบ้านไล่หนูตัวเดียว

ที่มา go6tv


วันที่ 29 มีนาคม 2557 go6TV – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Oak Panthongtae Shinawatra (https://www.facebook.com/oakpanthongtae)
ประเทศไทย จะปกครองด้วย "ระบอบประชาธิปไตย" ที่นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง
หรือจะกลับไปเป็น ระบอบเดิมที่ปู่ยาตาทวดเราใช้กันมาก่อน พ.ศ.2475 คือ
"ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช" ที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งคณะผู้บริหารขึ้นมาเอง
อำมาตย์ใหญ่อยากได้แบบไหน ก็เลือกเอาสักอย่างนึงเลยครับ..!! มัวแต่อ้อมๆแอ้มๆ ชักไยอยู่เบื้องหลังแบบนี้ ประเทศชาติติดหล่ม, ล่มจม, ไปไหนไม่ได้สักที
ถ้าคิดจะไม่ฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ ที่ออกไปเลือกตั้ง เพียงเพราะว่าเลือกยังไง พรรคเพื่อไทยก็ชนะ อำมาตย์ใหญ่อยากได้ระบอบไหน เชิญเลือกเอาเลย เพราะอย่างน้อยทั้ง 2ระบอบนี้ก็ยังเป็น ระบอบที่มีในตำราว่าด้วยการเมืองการปกครอง ยังไงก็ย่อมดีกว่าพยายามจะนำพาประเทศชาติ เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยจอมปลอมแบบทุกวันนี้
ประชาธิปไตยจอมปลอมแบบที่พยายามกันอยู่นี้ สามารถทำให้ประเทศชาติย่อยยับในพริบตาเดียวครับ กระบวนการยุติธรรมถูกทำลาย ขบวนการ 2มาตรฐานกลับเบ่งบานอย่างไม่เคยมีมาก่อน ลงว่ากรรมการที่ต้องวางตัวเป็นกลาง หน้าด้านออกมายอมรับเต็มปากเต็มคำ ว่าต้องเอียงเพื่อทำงานใหญ่ แบบนี้ก็จบเห่ประเทศไทยครับ ถ้ายังไม่ลาออกไปภายใน3วัน7วัน เพื่อรักษาองค์กรไว้ละก็ ปลาเน่าตัวเดียวพาเหม็นกันไปทั้งข้องแน่ๆ
เหตุการณ์วิปริตที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรานี้ เป็นเพราะมีอำมาตย์ใหญ่คอยบงการอยู่เบื้องหลังครับ สั่งการให้องค์กรอิสระนั้นเอาผิดคนนู้น ให้องค์กรอิสระนู้นเอาผิดคนนี้ กระบวนการยุติธรรม ที่บรรพบุรุษเฝ้ารักษามาตรฐานกันมา ถูกทำลายเพียงชั่วคำตัดสินเดียว เผาบ้านทั้งหลังเพื่อไล่หนูตัวเดียว ทำแบบนี้แล้วประเทศชาติจะคงความเป็นนิติรัฐ ต่อไปได้อย่างไร..??
ไม่ชอบทักษิณจึงสร้างวาทะกรรม "ขจัดระบอบทักษิณ" ขจัดเพื่ออะไรครับ..??
เพื่อเอาระบอบ "เทือกคิด อภิสิทธิ์หนุน อำมาตย์บงการ ทหารรอคำสั่ง" แบบนี้มาแทนงั้นหรือ..??
มันไม่ใช่แค่การหนีเสือปะจระเข้แน่นอน ผมมองว่าระบอบฯชั่วร้ายนี้
มันจะทำให้จุดแข็งต่างๆ ที่เคยรวมเลือดเนื้อ เป็นชาติเชื้อไทย ต้องพังพินาศ
อาจถึงขั้นย่อยยับอับจน ไปยันชั่วลูกชั่วหลานเลยด้วยซ้ำ
ระบบการเลือกตั้งที่ใครๆก็ยอมรับว่าดี ที่คน 20กว่าล้านคนอุส่าห์ฝ่าดงอันธพาล ออกไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง กลับถูกคนเพียง 6คน ตัดสินโยนคะแนนทิ้งโดยไม่ไยดี กลับจะนำอำนาจของประชาชน ไปมอบให้กับอดีตลุงกำนันแก่ๆ ที่เป็นนักธุรกิจการเมืองมืออาชีพ มีแต่เรื่องถูกครหาฉาวโฉ่มาตลอดชีวิตการเมือง มาเป็นผู้เลือกนายกฯแทนระบบเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนยอมรับไม่ได้หรอกครับ ตลอด30ปีที่ใช้ชีวิตทางการเมือง ลุงกำนันเคยริเริ่มนโยบายอะไรดีๆ ให้กับพี่น้องประชาชนบ้าง ต่อให้สลิ่มตัวพ่อก็ไม่มีใครนึกออก เพราะลุงคนนี้ไม่เคยทำประโยชน์อะไรให้กับบ้านเมืองเลย
กระทำชำเรา บ้านเมืองกันซะขนาดนี้ คนรักประชาธิปไตยเขาถึงตัดพ้อ น้อยอกน้อยใจกันไงครับ ไม่มีคนไทยที่ไหน เขาอยากจะแบ่งแยกประเทศหรอก มาร่วมกันทำประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ใครชอบใครก็ออกไปเลือกตั้ง ใครจะแพ้ ใครจะชนะกันอย่างไร ก็ยังพอยอมรับกันได้ แต่ถ้าจะขืนใจให้ยอมรับระบอบที่ไม่เป็นประชาธิปไตยกันแบบนี้ คนไทยไม่ไหวจะทนครับ
ถ้านำพาประเทศเข้าสู่ระบอบเผด็จการ หรือระบอบนายกฯเถื่อน"เทือกตั้งคนที่มีจิตใจรักประชาธิปไตย เขาก็อยากจะขอที่ยืนกันบ้าง ก็เท่านั้นเองครับ..!!

ดูทีวีดิจิตอล เรื่องง่าย

ที่มา Voice TV

ช่วงนี้หลายคนได้ยินคำว่าทีวีดิจิตอล แต่ยังงงๆ ว่าคืออะไร รับชมได้อย่างไร วันนี้ผมจะพาไปรู้จักทีวีดิจิตอล และวิธีการรับชมกัน
ปกติฟรีทีวีในบ้านเรามีอยู่เพียง 6 ช่อง การรับชมก็ต้องตั้งเสาอากาศ หรือติดจานดาวเทียม แต่ทีวีดิจิตอล คือการนำคลื่นความถี่มาใช้ออกอากาศในระบบดิจิตอล ทำให้มีฟรีทีวีมากถึง 48 ช่อง แน่นอนที่ว่าฟรี คือไม่ต้องจ่ายอะไรทั้งสิ้น ที่สำคัญคุณภาพของภาพจะคมชัดเพราะส่งแบบดิจิตอล ไม่มีภาพล้มแบบเมื่อก่อน นอกจากนี้จะมีบางช่องที่จะออกอากาศด้วยคุณภาพคมชัดสูง หรือ High Definition
ทีวีดิจิตอลจะมาพร้อมกับสัดส่วนของภาพที่เหมาะสมกับขนาดของทีวีในปัจจุบัน ที่มีอัตราส่วน 16:9 ทำให้ภาพไม่ถูกยืดอีกต่อไป ที่สำคัญ จะมีช่องมากมายให้รับชม ตั้งช่องเด็ก ช่องข่าวสารและสาระ ช่องวาไรตี้ ช่องบริการสาธารณะ
วิธีการรับชมง่ายมาก ถ้ารับชมทีวีผ่านดาวเทียมอยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะจะมีการจัดเรียงช่องโทรทัศน์บนกล่องรับสัญญาณใหม่โดยอัตโนมัติ สามาถรับชมได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม

ส่วนผู้ที่รับชมผ่านเสาอากาศ ถ้าอยู่พื้นที่ที่โครงข่ายทีวีดิจิตอลให้บริการแล้ว จะต้องมีกล่อง รับสัญญาณทีวีดิจิตอล ต่อเข้ากับเสาอากาศเดิมที่รับช่องไทยพีบีเอสได้ หรือจะเป็นเสาภายในอาคาร และต่อเข้ากับทีวี ก็จะรับชมทีวีดิจิตอลได้ทันที ทั้งนี้ ทาง กสทช.เตรียมส่งคูปองเพื่อแลกซื้ออุปกรณ์ทีวีดิจิตอลให้กับประชาชน 22 ล้านครัวเรือนตามพื้นที่ที่โครงข่ายขยายการให้บริการไปถึง

ถ้าใครจะซื้อทีวีใหม่ เพียงดูสติ๊กเกอร์ที่เขียนว่า Digital TV Ready หรือเห็นหน้าน้องดูดี ต่อสายอากาศ ก็สามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้ทันทีและยังนำคูปองที่ได้รับแจกไปเป็นส่วนลดได้อีกด้วย
ประมาณวันที่ 1 เมษายนนี้ ผู้ที่รับชมทีวีผ่านดาวเทียมในระบบ C-BAND หรือจานดำ จะมีการเรียงช่องใหม่เพื่อรองรับทีวีดิจิตอลโดยไม่ต้องทำอะไร เช่นเดียวกับผู้เป็นสมาชิกทรูวิชั่นส์ ที่เห็นว่าจะเรียงช่องใหม่ในวันที่ 17 เมษายนนี้เช่นกัน

ซึ่งเมื่อเรียงช่องใหม่แล้ว ฟรีทีวีเดิมๆ ที่เราเคยรับชมกัน อาจจะหายหน้าหายตาไป คงต้องจำตัวเลขกันว่าใครอยู่ช่องไหน เพราะผู้ประกอบการทีวีเดิมทุกรายก็จะนำรายการที่ออกอากาศแบบเดิมไปออกอากาศ ในระบบดิจิตอลเช่นกัน
เมื่อรับสัญญาณได้แล้ว อย่าลืมชม Voice TV21 นะครับ
หมายเหตุ  ฝากย้ำว่าถ้าชมผ่านกล่องทีวีดาวเทียม เลขช่องจะบวกไปอีก 10 นะครับ โดย 10 ช่องแรกทาง กสทช. เปิดให้ผู้ประกอบการกล่อง นำช่องรายการของตนเองมาลงได้

29 มีนาคม 2557 เวลา 13:20 น.