วันที่ 11 ธันวาคม 2555 (go6TV) ผู้สื่อข่าวพิเศษ รายงานจากเกาะฮ่องกง เขตปกครองพิเศษสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้
รับเกียรติจาก ASIA SOCIETY HONG KONG CENTER
เป็นแขกเกียรติยศพูดบรรยายพิเศษวาระส่งท้ายปี 2012
มองภาพรวมเศรษฐกิจอาเซียและโลก
พร้อมโอกาสแห่งการลงทุนให้แก่นักธุรกิจชั้นนำจากทั่วโลกโดย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ
ชินวัตร ได้เริ่มกล่าวปาฐกถา โดยใจความดังนี้“วันนี้ ผมขอเริ่มพูดฉายภาพรวมของประเทศไทยในปีหน้าให้ฟังว่าประเทศไทยจะมีแต่สิ่งดีๆ
ใน ด้านการเมืองนั้น ปีหน้าประเทศไทยจะเริ่มเห็นการปรองดองชัดเจนขึ้น และ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเริ่มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยฟังเสียงประชามติของประชาชนเป็นสำคัญ ยังไม่น่าเป็นห่วงเรื่องการลงประชามติว่าจะมีเสียงเพียงพอหรือไม่ ขอให้ประชาชนมีส่วนร่วม รัฐบาลก็พร้อมจะทำตามความต้องการ ก่อนหน้านี้ มันความไม่ยุติธรรมในประเทศไทย ดังนั้นการปรองดองคือทางออกที่ดี คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม และย้ำหนักแน่นว่า การปรองดองนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมเพื่อตนเองจะได้กลับบ้าน เป็นคนละส่วนกัน
ถาม ว่าตนนั้นอยากกลับประเทศไทยไหม ตนมีเครื่องบินส่วนตัว ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบินไปมาขึ้นลงมากกว่า 240 ครั้ง จึงไม่จำเป็นที่ต้องกลับเมืองไทย และคุ้นเคยกับการอยู่ต่างประเทศแล้ว
ฝ่าย ค้านในประเทศไทยนั้น เกรงกลัวตนเองมาก เพียงแค่ตนปรากฏตัวทางฟรีทีวีก็ทำเหมือนจะเป็นจะตาย ดังนั้นจึงมั่นใจว่า ปีหน้าเป็นต้นไป การเมืองไทยจะมั่นคง และจะเห็นภาพบวกมากยิ่งขึ้น
ด้าน เศรษฐกิจนั้น เศรษฐกิจไทยได้รับอานิสงค์จากการบริโภคภายในประเทศ จึงทำให้มีการเจริญเติบโต แต่ก่อนหน้านั้น ประเทศไทยนั้น พึ่งพาการส่งออกมากเกินไป พอเศรษฐกิจโลกแย่ จึงได้รับผลกระทบ
ด้าน โครงการรับจำนำข้าวนั้น เป็นโครงการที่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นและทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแม้อาจจะมี ส่วนทำให้รัฐขาดทุนอยู่บ้าง แต่เงินที่ชาวนาได้รับนั้น จะทำให้เงินเกิดการหมุนเวียนอย่างน้อย 3 รอบ ทำให้รัฐบาลเก็บภาษีได้มากขึ้น
ด้าน การท่องเที่ยว ประเทศไทยตอนนี่มีตัวเลขอัตราเติบโตสูงมากจนคาดว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวมา ไทยถึง 20 ล้านคนในปีนี้ และจะเพิ่มสูงขึ้นอีก สนามบินสุวรรณภูมินั้นเริ่มไม่เพียงพอต่อการรองรับ จึงต้องควรขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อช่วยรองรับการท่องเที่ยวของไทยเพิ่มขึ้น
แผนพัฒนาเศรษฐกิจของ ไทยนั้น จะมีการลงทุนต่างๆอีกมากมายเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ จึงอยากเชิญชวนให้นักลงทุนต่างชาติ เข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนด้านต่างๆ”
หลัง จากนั้นในช่วงท้ายของการสัมมนา คณะจัดงานได้ให้แขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมฟังการสัมมนา ได้ถามคำถามต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย โดยเป็นการสนทนาแบบไม่มีบันทึกใดๆทั้งสิ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น