แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

นักโทษทางการเมืองไทยและมือที่มองไม่เห็น

ที่มา Thai E-News



โดย โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม
ที่มา เว็บไซต์โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม


ความ ขัดแย้งทางการเมืองก่อให้เกิดนักโทษทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งไม่ต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย กลุ่มคนซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำไทยเนื่องมาจากความเชื่อทางการเมืองคือเหยื่อ ของความไม่สงบและโศกนาถกรรมที่นำไปสู่การเสียชีวิตในเดือนเมษายน/พฤษภาคมใน ปี 2553
สิ่ง ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยสำหรับบุคคลที่มองหาทางแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการ เมืองคือการปล่อยนักโทษทางการเมืองรากหญ้า โดยต้องมีการนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มคนที่กำลังรอการพิจารณาคดีและกำลังหลบหนี กระนั้นในปัจจุบัน กระบวนการแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างเสถียรภาพทางการเมืองที่กำลัง ดำเนินอยู่ในประเทศไทย ยังไม่มีการทำในสิ่งสำคัญที่ควรทำนั้นคือการปล่อยนักโทษเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้สำหรับบุคคลที่ตั้งใจฟื้นฟูสิทธิทาง ประชาธิปไตยของประชาชนไทยอย่างจริงจัง ผมเชื่ออย่างหนักแน่นว่าการปล่อยนักโทษคนเสื้อแดงรากหญ้าและนักโทษหมิ่นพระ บรมเดชานุภาพคือเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับรัฐบาล การเพิกเฉยปัญหาอันสำคัญนี้เป็นการผลักไสกลุ่มสำคัญที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย
ผู้ สังเกตการณ์บางรายอาจสงสัยว่าเหตุใดรัฐบาลที่ได้รับประชามติประชาธิปไตย อย่างท่วมท้นอย่างแกนนำรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจึงไม่สามารถดำเนินการแก้ไข สถานการณ์นี้ได้ แม้หลังจากการการเลือกตั้งปี 2554 จะแสดงให้เห็นชัดเจนว่าประชาชนไทยต้องการให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศ
อย่าง ไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยไม่สามารถ บังคับใช้นโยบายส่งเสริมสิทธิทางการเมืองของประชาชน ได้บอกเป็นนัยถึงหนึ่งในปัญหาอันยากจะแก้ไขปัญหาหนึ่งในการเมืองไทย รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างแท้จริงอาจเข้ามาบริหารประเทศแต่อาจจะต้อง ก้มหัวให้กับกลุ่มอำนาจที่อยู่รอบด้านซึ่งเราเรียกว่า “รัฐซ้อนรัฐ” หรือ “มือที่มองไม่เห็น” (ผู้เขียนใช้คำว่า deep state)
ผมเขียนเคยเขียนบทความเกี่ยวกับรัฐซ้อนรัฐมาแล้ว มือที่มองไม่เห็น (หรือ deep state) คือ คำศัพท์ที่เริ่มใช้ในประเทศตรุกี เพื่ออธิบายกลุ่มอำนาจในกองทัพ ตุลาการ และข้าราชการในตรุกีซึ่งใช้อำนาจทำลายประชาธิปไตยและปกป้องผลประโยชน์อัน มหาศาลของตนเอง ในบทความที่ชื่อว่า The Rise and Decline of the Turkish Deep State: The Ergenekon Case” ผู้ เขียน Serdar Kaya ระบุว่าแผนการทางการเมืองที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับมือที่มองไม่เห็นคือ 1) ความคลั่งชาติ 2) ความเกี่ยวข้องและการแทรกแซงการเมืองของกองทัพ และ 3) สร้างความชอบธรรมให้กับกิจกรรมนอกกฎหมายและความรุนแรงในนามของการปกป้อง ปิตุภูมิ ไม่ต่างจากประเทศไทย ในประเทศตรุกี กลุ่มผู้มีอำนาจซึ่งไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนได้แทรกแซงทางการเมือง เพื่อทำลายกระบวนการทางประชาธิปไตย และเมื่อไม่นานมานี้ กระบวนการสร้างประชาธิปไตยในประเทศตรุกีแข็งแรงขึ้นเพราะมีการลงโทษจำคุกนายทหารซึ่ง วางแผนล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แสดงให้เห็นว่านี่อาจเป็นแนวทางที่ประเทศไทยควรทำเพื่อสร้างความมั่งคงให้ กับประชาธิปไตยและเพื่อจัดตั้งสิทธิทางการเมืองอย่างเต็มขั้นให้กับพลเมือง ไทย กลุ่มเครือข่ายมือที่มองไม่เห็นของไทยจะต้องอยู่ภายใต้หลักนิติธรรม
แต่ เรื่องเหล่านี้บอกอะไรเกี่ยวกับนักโทษทางการเมืองไทยบ้าง? เราจะสามารถเรียกว่านี้คือประชาธิปไตยได้หรือไม่หากประชาชนยังถูกคุมขังใน คุก ในขณะที่กลุ่มผู้มีอำนาจซึ่งไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนยังกระทำการ ตามอำเภอใจโดยไม่เคารพหลักนิติธรรม? เหตุใดรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยจะต้องก้มหัวให้กับ กลุ่มอำนาจนี้โดยการปฏิเสธเสรีภาพขั้นพื้นฐานของลูกหลานชาวไทยอย่างต่อ เนื่อง?
เราต้องขอบคุณนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ที่เสนอแนวทางที่เป็นไปได้ในการปล่อยนักโทษทางการเมืองไทย กลุ่มนิติราษฎร์ได้ร่างเอกสารชื่อ “ร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยนิรโทษกรรมและการขจัดความขัดแย้ง” ซึ่ง เป็นร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม เพื่อนิรโทษกรรมประชานที่ถูกดำเนินคดีอาญาอันเกี่ยวเนื่องกับการเมืองนับ ตั้งแต่วันที่ทหารทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลทักษิณที่มากจาการเลือกตั้งตาม ระบอบประชาธิปไตยวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 จนถึงวันที่อดีตนายกรัฐอภิสิทธิ์ประกาศจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดวัน ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 โดยข้อเสนอนี้จะนิรโทษกรรมประชาชนทุกคน  “ยกเว้นเจ้าหน้าที่รัฐ”
แม้ ว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยจะนำเอาข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ไปปรับใช้หรือไม่ แต่ปัญหาทางตันเรื่องนักโทษจะต้องยุติ จะต้องไม่มีนักโทษถูกปล่อยให้ตายในเรือนจำเพราะอาชญากรรมทางความคิดอย่าง นายวันชัย รักสงวนศิลป์และนายอำพล ตั้งนพกุลอีก ต้องไม่มีการยินยอมให้เงามืดในกลุ่มมือที่มองไม่เห็นสั่งการเพื่อจำกัด เสรีภาพของประชาชนไทยอีกต่อไป ต้องมีการจัดตั้งกระบวนการที่ชัดเจนและกระจ่างชัดเพื่อปล่อยคนเสื้อแดง ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องแสดงความกล้าหาญและลุกขึ้นต่อสู้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น