แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2556

สถาบันกษัตริย์กับการเมืองไทย Prequel

ที่มา Thai E-News




:ก่อนปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ถกแอล.เอ.
โดย ระยิบ เผ่ามโน
ผู้ติดตามประเด็นร้อนในการเมืองไทยคงทราบกันดีว่าสัปดาห์นี้ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ถึง ๑๕ มีนาคม สถานีโทรทัศน์กึ่งรัฐ ไทยพีบีเอส จัดให้มีการอภิปรายเรื่องที่มักพูดคุยกันอย่างกระซิบกระซาบมานานแล้ว อย่างน้อยตลอดสองสามปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์เปลี่ยนผ่านอันน่าระทึก ต้องร่ำไห้-ถอนหายใจกันหลายครั้ง ในหัวข้อ สถาบันพระมหากษัตริย์ ภายใต้รัฐธรรมนูญ
รายการตอบโจทย์ประเทศไทยนำคนเด่นในสังคมมาซักถามในแต่ละวันเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ การนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมทางการเมือง และความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ อาทิ ดร. สุรเกียรติ เสถียรไทย ดร. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล พล.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร และสุลักษณ์ ศิวลักษณ์ (สมยา ปัญญาชนสยาม)
โดยที่ในสองวันหลังจะเป็นการอภิปรายเชิงโต้วาทีระหว่าง ดร. สมศักดิ์ กับอาจารย์สุลักษณ์ อีกครั้งหลังจากทั้งสองท่านที่ต่างก็ต้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ด้วยกันทั้งคู่ ต่างกรรม ต่างกาล ต่างสถานที่ เคยประคารมกันด้วยข้อเขียนบนหน้าเฟชบุ๊ค (ดู วิวาทะป๋า ส.กับ สศจ. ) มาแล้วหนึ่งยกเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์นี่แหละ



ผู้เขียนได้ชมและฟังวิดีโอคลิป ตอบโจทย์ สถาบันพระมหากษัตริย์ (๒) ในตอนหนึ่งที่ผู้ดำเนินรายการพยายามถามย้ำซ้ำซ้อนต่อ ดร.สมศักดิ์ เจียมฯ จะให้ตอบว่าอยู่ข้างไหนระหว่างฝ่ายที่ไม่เห็นว่าสถาบันกษัตริย์มีความจำเป็น/สำคัญต้องเก็บไว้ กับฝ่ายที่ต้องการปกป้องรักษาสถาบันยิ่งกว่าชีวิต (ของบรรดาผู้ที่ไม่เห็นด้วยทั้งหลาย) แล้วมีความเห็นคล้อยตาม อจ.สมศักดิ์ประการหนึ่งว่า
การที่ผู้คนต้องพูดถึงสถาบันกษัตริย์ไทยเข้าไปพัวพันกับการเมืองนี้มาไกลมากเสียจนใครก็ตามจะพยายามยับยั้งด้วยวิธีต่างๆ นานาจนน่าเกลียด หมายจะฉุดกระแสพลวัตของโลกกว้างที่ ตาสว่างแล้วละก็ รังแต่จะทำให้วิกฤติแบ่งแยกแตกขั้วหนักหน่วงลงไปถึงขั้นหลายๆ คนมองเห็นแต่ว่าสุดท้ายคงไม่พ้นกลียุค
เป็นที่น่ายินดีที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสซึ่งเคยยืนอยู่ข้างรัฐบาลเก่าของนายกฯ เด็ก และเป็นปรปักษ์ต่อรัฐบาลก่อนๆ ของนายกฯ แก่ (ยกเว้นขิง) แม้ในช่วงต้นๆ ของรัฐบาลที่มีนายกฯ หญิงเป็นครั้งแรกนี้ก็ยังปรับตัวไม่ค่อยได้ดีนัก เพิ่งมาเริ่มมองเห็นหัวประชาชนก็แต่เมื่อต้นปีงูเล็กมานี้เอง จึงได้จับประเด็นอันเป็นเรื่องที่พูดกันอยู่อื้ออึงในสื่อไซเบอร์ และสื่อต่างประเทศนอกอาณาเขตชนิดพอเครื่องบินขึ้นจากสุวรรณภูมิก็ได้ยินแล้วมาให้ถกกันในทางแจ้งเสียที ดังที่อารัมภบทของรายการบอกว่า
(นาฑีที่ ๐๓:๒๘) การเปิดพื้นที่ทางปัญญาให้ประเด็นสาธารณะซึ่งเคยถูกพูดคุยกันในที่ลับ ได้ขยับขึ้นมาสนทนาในที่แจ้ง ให้แต่ละฝ่ายได้แสดงเหตุ และผล เพื่อให้สังคมใคร่ครวญ และขบคิด จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย และเป็นส่วนหนึ่งในการคลี่คลายความขัดแย้งทางความคิดที่ฝังรากลึกอยู่ในประเทศมายาวนาน
ไม่เช่นนั้นในไม่ช้าต่ำกว่าสิบปีประเทศไทยคงกลายเป็นพม่ายุคก่อนศตวรรษที่ ๒๑ แห่งใหม่ หรือไม่ก็เป็นดังประเทศที่มีการเปรียบเทียบกันได้ใกล้เคียงมากแห่งหนึ่งก็คือ เกาหลีเหนือ ด้วยเหตุที่ความจริงมันรัดตัวเข้ามาทุกที อันเนื่องจากที่มีความพยายามปิดหูปิดตาพวกกันเอง แล้วยังยื่นมือไปปิดปากผู้อื่นเสียจนจะกลายเป็นโกลาหล
ข้อมูลอันเป็นสากล และพลวัตปรากฏตามสื่อทางเลือกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางวิชาการ หรือด้านสื่อสาร เช่น New Mandala หรือว่า Zenjournalist ล้วนเอาหลักฐานความจริงมาตีแผ่ เพราะเหตุว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงถูกปกปิดมาเป็นเวลาหลายสิบปี จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังมีความพยายามบิดเบือนกันอยู่ จึงเป็นไปตามธรรมดาของสรรพสิ่งใดๆ ถูกกดลงไปมันย่อมเกิดปฏิกิริยาดันกลับขึ้นมา
ใน เมื่อทางหนึ่งพยายามทำให้เป็นเรื่องปิด อีกทางก็ย่อมมีความพยายามที่จะเปิด ปรากฏการณ์เช่นที่ ดร.สมศักดิ์ เจียมฯ ตอบกลับผู้ดำเนินรายการตอบโจทย์ว่า ความสนใจ และต้องการข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์อันแปลกไปจากที่ถูกยัดเยียดให้ ตั้งแต่เช้ายันค่ำ หนักสุดตอนสองทุ่มนั้นมีมากขนาดที่มีผู้ขอเป็นเพื่อนกับ ดร.สมศักดิ์ทางเฟชบุ๊คเกินพิกัด ๕ พันรายไปแล้ว ยังเป็นผู้ติดตามอีกเป็นหมื่น ส่วนเพื่อนของนายแอนดรูว์ แม็คเกรเกอร์ มาร์แชล ที่เพิ่งมาเป็นที่กล่าวถึงในระยะไม่นาน ขณะนี้แตะเพดาน ๕ พันแล้วยังมีผู้ติดตามอีกเกือบ ๘ พัน
การนำเสนอข้อมูลเช่นนี้ใช่ว่าเป็นไปในทางโฆษณาชวนเชื่ออย่างเช่นที่ทำกันมาเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยก็หาไม่ แต่ว่าในทางเทคนิคของการสื่อสารสมัยใหม่ นอกจากจะประกอบไปด้วยหลักฐานภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว และเสียงแล้ว ยังแถมด้วยการวิจารณ์แก้ต่าง หรือเสริมส่งให้เกิดอรรถรสเหมือนอยู่ในสถานการณ์จริงได้ด้วย
ลองดูตัวอย่างง่ายๆ ที่นายแอนดรูว์อ้างถึงในหน้าเฟชบุ๊คกรณีที่มีการแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความของเขาในสื่อสังคม เร็ดดิต นอกเหนือจากมีผู้วิจารณ์หลักฐานของนายแอนดรูว์ว่าอ้างถึงสาระที่ได้มาจากการซุบซิบ และมีผู้ตอบโต้แก้ต่างแล้ว ยังมีรายหนึ่งตั้งคำถามว่า “And what will happen when this King moves on?
การพูดถึงสถาบันกษัตริย์ไทยที่แพร่หลายในพื้นที่สากลเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีการพูดภายในประเทศในที่แจ้ง ทั้งๆ ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องถกกันในหมู่ประชาชนเพื่อให้อนาคตของประเทศไม่เกิดความผิดพลาดซ้ำรอย
ความผิดพลาดอันหนึ่งก็คือคดี อากง อันเป็นที่รู้จักกันดีในต่างประเทศว่า ‘Uncle SMS’ ซึ่งเป็นคดีที่นานาชาติเห็นว่าเป็นความโหดร้ายอย่างล้าหลังของกระบวนการตัดสินคดีความของไทย ในเมื่อผู้ต้องหาวัยชราที่โจทก์ไม่สามารถยืนยันความผิดได้ด้วยหลักฐาน แต่ศาลล่วงรู้ถึงเจตนาของจำเลยได้ด้วยเหตุที่ว่าเขาต้องคดีอันเป็นความผิดต่อพระมหากษัตริย์ ซ้ำร้ายไม่ยอมให้เขาประกันตัวออกมาสู้คดีเพื่อที่จะได้รับการรักษาโรคร้ายที่ติดตัว ในที่สุดอากงก็เสียชีวิตในขณะถูกจองจำ
ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เป็นนักวิชาการไทยที่ไปประกอบสัมมาอาชีพสอนหนังสืออยู่ในต่างประเทศ (ปัจจุบันประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกียวโต) เป็นผู้ที่รณรงค์เพื่อสิทธิในการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวของอากงอย่างแข็งขันคนหนึ่ง จนกระทั่งเมื่ออากงต้องเสียชีวิตลงในคุก เขาก็รณรงค์ประท้วงด้วยการเขียนฝ่ามือด้วยชื่อ อากง จนเป็นที่รู้จักลุกลามเข้าไปในประเทศไทย
ในช่วงกว่าหนึ่งสัปดาห์ระหว่างวันที่ ๑๔ ถึง ๒๔ มีนาคมนี้ อาจารย์ปวินจะเดินทางไปร่วมสัมนา และพบปะกับนักวิชาการในสหรัฐอเมริกา ที่มลรัฐอิลลินอยส์ และแคลิฟอร์เนีย การสัมมนารายการหนึ่งเป็นการพบปะ และเสวนากับเพื่อนนักวิชาการในสหรัฐที่นครซานดิเอโก้ ทางตอนใต้ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย การนี้ศาสตราจารย์ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ จากประเทศไทยได้รับเชิญไปร่วมด้วย
งานเสวนาที่ซานดิเอโก้นี้จะมีนักวิชาการเป็นจำนวนมากไปร่วมสม่ำเสมอ รวมทั้ง ดร. ธงชัย วินิจจะกูล แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ก็เป็นหนึ่งในนักวิชาการของสหรัฐที่เป็นขาประจำของการพบปะดังกล่าว นักวิชาการเหล่านี้จะไปค้างแรมกันหลายวันแล้วจับกลุ่มย่อยๆ นัดหมายสนทนาตามแต่หัวข้อที่สนใจ
กลุ่มเสวนาของ ดร.ปวิน นอกจากมี ดร.ชาญวิทย์ ร่วมแล้ว ยังมี ดร. แอนดรูว์ ว้อคเกอร์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย และ ดร. เดวิด สเตรคฟัสส์ แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซินที่เมดิสัน ซึ่งแต่ละท่านล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเอเซีย และประเทศไทยทั้งสิ้น
หัวข้อในการเสวนาของกลุ่ม ดร.ปวินก็คือ ‘The Monarchy in Post Bhumibol Thailand ซึ่ง ดร.ปวินจะนำไปบรรยายให้ชาวไทยฟังกันในการพบปะกับกลุ่มเสื้อแดงในอเมริกา วันที่ ๑๔ มีนาคมที่ชิคาโก้ และ ๒๔ มีนาคมที่ลอส แองเจลีส
สำหรับกำหนดการบรรยายในลอส แองเจลีส กรุณาดูที่ รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์-สถาบันกษัตริย์กับการเมืองไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น