รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
พร้อมกับ 10
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษาเข้าร่วมประชุมปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบ
ปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนขั้นพื้นฐานของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยส่งเสริมให้เด็กสามารถคิด วิเคราะห์เป็นมากกว่าการเรียนรู้ในหนังสือ
สำนักงานคณะกรรมการขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)จัดการ
ประชุมสัมมนาโดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการร่วมกับมี10องค์กรสำคัญด้านการศึกษา
ร่วมระดมความคิดเห็นเกี่ยวทิศทางแนวโน้มและแนวดำเนินการปฎิรูปการเรียนรู้
ทั้งระบบ เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในแต่ละวัย
การปรับกระบวนทัศน์การจัดการเรียนการสอนที่เน้นทักษะการคิด
การปรับการวัดการประเมินผลที่สะท้อนความสามารถของผู้เรียน
และการสร้างกลไกลการกำกับติดตามอย่างครบวงจร
ทั้งนี้การปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบเพื่อ
ให้การพัฒนาผู้เรียนให้สามารถคิด วิเคราะห์
แก้ปัญหาและเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง
ให้มีการเชื่อมโยงกับหลักสูตรการเรียนการสอนให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงยุค
ใหม่ การพัฒนาครูผู้สอน หลักสูตรการเรียนการสอน และผู้เรียนเป็นหลัก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า
ปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบเป็นการปรับการเรียนการสอนให้เข้ากับสภาพการ
ปัจจุบัน
และยกระดับคุณภาพการศึกษาให้มีผลสัมฤทธิ์ให้สูงขึ้นเทียบเท่าระดับต่าง
ประเทศ ให้เชื่อมโยงกับการประเมินผลและวัดผลโดยมุ่งไปที่ผู้เรียน
สามารถเรียนรู้ตามละสูตรและการเรียนรู้ภายนอกห้องเรียนได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ให้ผู้เรียนสามารถคิดเป็นได้ด้วยตนเอง
นายสมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน
นักวิชาการอิสระ
ระบุว่าการปฏิรูปการเรียนรู้ที่สำคัญต้องเริ่มจากครูผู้สอนเป็นหลัก
และการวางกรอบเป้าหมายของคุณภาพการศึกษาให้ชัดเจน และการร่างหลักสูตรใหม่
ปรับการเรียนการสอนโดยการใช้โครงงาน การวิจัย การตั้งโจทย์
เน้นให้เด็กนักเรียนคิดด้วยตนเอง มองทัศนะในมุมกว้างมากขึ้น
พร้อมใช้เทคโนโลยีมาช่วยส่งเสริมการเรียนการสอน
นอกจากนี้ต้องมีการปฏิรูปครูผู้สอนโดยให้กระทรวงศึกษาธิการสนับสนุนการฝึก
อบรม การปรับการผลิตครูครั้งใหญ่ของประเทศหาคนเก่งเข้าสู่ระบบ
การรื้อปรับวิทยาฐานะจากการทำเองการมาทำเป็นโครงงาน
และรื้อระบบแอดมิดชั่นออกไป
อย่างไรก็ตามคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
จะมีการส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ในตัวผู้เรียนและการวางรากฐานผู้เรียนในแต่
ระดับ
จากนั้นจะต้องส่งเสริมกระบวนการให้เด็กคิดเป็นว่ามีเทคนิคอย่างไรในการเรียน
รู้วิชาสาระต่างๆควบคู่เรียนเรียนรู้ในด้านเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการคิด
เป็นด้วยตัวเอง ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นจุดอ่อนของเด็กไทย
อีกทั้งในแต่ละชั้นมีการเรียนรู้ที่แตกต่างออกไป
ดังนั้นจึงต้องวางระบบการส่งเสริมการคิดในแต่ละชั้น
เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้เด็กนักเรียนอย่างเป็นระบบให้มีความเหมาะสม
กับช่วงวัย
by
wiroon
18 สิงหาคม 2556 เวลา 12:08 น.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น