แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

"ใบตองแห้ง ประชาไท"ติงแถลงการณ์ร่วมสมาคมนักข่าวฯ อัดสื่อไม่ได้เหนือชาวบ้าน

ที่มา มติชน

 http://www.matichon.co.th/online/2013/08/13767959941376796070l.jpgจากกรณีที่ องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ได้แก่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้ออกแถลงการณ์ร่วม เรื่อง ขอประณามกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านและผูกวัตถุคล้ายระเบิดแขวนไว้ รั้วหน้าบ้าน นายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการ  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และเป็นผู้ร่วมจัดรายการคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม101    เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น

 นายอธึกกิต แสวงสุข คอลัมนิสต์เจ้าของนามปากกา “ใบตองแห้ง” ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “ใบตองแห้ง ประชาไท” ระบุแสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า  เห็นด้วยที่ต้องประณามผู้ที่คุกคามใช้ความรุนแรงผู้มีความเห็นต่าง   แต่ที่เรียกร้องให้รัฐบาลต้องมีมาตรการคุ้มครองนักข่าว รู้สึกว่าอาจจะเกินไป เนื่องจากไม่ได้มีฐานันดรพิเศษเหนือประชาชนธรรมดา  บางคนอาจจะมีข้อขัดแย้งเชิงผลประโยชน์อื่นๆ ที่ไม่ได้ฟันธงว่าเป็นเรื่องการเมืองเสมอไป     ส่วนที่ระบุ ใครได้รับผลกระทบจากการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน  ที่ใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขต สามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมายหรือใช้กลไกควบคุมจริยธรรมขององค์กรสื่อวิชาชีพ สื่อ  ก็เป็นการพูดแบบเดิมๆ สื่อคุกคามชาวบ้านไปทั่ว องค์กรวิชาชีพไม่เคยควบคุมดูแล สื่อยุยงปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรง ให้่้เปลี่ยนแปลงนอกระบบ องค์กรวิชาชีพเฉย หนักๆ เข้าความรุนแรงมันก็จะย้อนกลับ พร้อมตั้งคำถามไปว่า ไม่รื้อระบบควบคุมดูแลกันหน่อย หรือจะเอาแต่ประณามเวลาเกิดเรื่อง

นอกจากนี้ “ใบตองแห้ง”  ยังระบุทิ้งท้ายว่า  สำหรับ ทัศนะของตนเอง มองว่า  นายภัทระ คำพิทักษ์ ไม่สมควรเป็นสื่อมวลชนแล้ว นับตั้งแต่วันที่ เข้าไปเป็น สนช.






สำหรับ  แถลงการณ์ร่วม  เรื่อง ขอประณามกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านและผูกวัตถุคล้ายระเบิดแขวนไว้ รั้วหน้าบ้าน นายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ระบุข้อความดังต่อไปนี้



จากกรณีมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนกระทำการอุกอาจใช้อาวุธปืนยิงถล่ม และผูกวัตถุลักษณะคล้ายระเบิดลูกเกลี้ยง มีโลหะห่อหุ้ม ไม่มีสารระเบิด ไว้ที่รั้วหน้าบ้านบ้านเลขที่ 38 ซอยทานสัมฤทธิ์ 32/5 9 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี บ้านของ นายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณเช้ามืดวันที่ 17 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา

สมาคมนักข่าวหนังหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย มีความเห็นว่า เป็นการเป็นกระทำที่มุ่งข่มขู่ คุกคามโดยตรงต่อ นายภัทระ คำพิทักษ์ ในฐานะบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และเป็นผู้ร่วมจัดรายการคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม101 ซึ่งได้ทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ตามสิทธิเสรีภาพตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เพื่อนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และความจริงเสนอต่อสาธารณชน

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็น ผู้กระทำก็ตาม เป็นการกระทำที่อุกอาจ ใช้ความรุนแรงเป็นการข่มขู่ คุกคามสิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนโดยรวมอย่างไม่เกรงกลัวต่อ กฎหมาย ดังนั้นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอประณามการกระทำที่ใช้ความรุนแรงในครั้งนี้

1.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการปกป้องคุ้มครองการใช้สิทธิเสรีภาพ สื่อมวลชน เพราะการคุกคามเสรีภาพของสื่อมวลชนเท่ากับเป็นการคุกคามเสรีภาพในการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงของประชาชน และยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติ

2.ขอเรียกร้องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในการคุกคามสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน และเมื่อคดีมีความคืบหน้าขอให้แถลงผลความคืบหน้าในคดีให้สาธารณชนทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อความปลอดภัยแก่ประชาชน

3.หากผู้ใดที่ได้รับผลกระทบจากการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน กรณีเห็นว่าสื่อมวลชนใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขต สามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมายหรือใช้กลไกควบคุมจริยธรรมขององค์กรสื่อวิชาชีพ สื่อผ่านสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ หรือสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรงคุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน


สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงทำหน้าที่นำเสนอข่าวสารโดยยึดมั่นในกรอบจริยธรรมแห่ง วิชาชีพ ด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง รอบด้าน ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซื่อสัตย์ในวิชาชีพ เพื่อประโยชน์และสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนอย่างมั่นคงต่อไป


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น