นายอธึกกิต แสวงสุข คอลัมนิสต์เจ้าของนามปากกา “ใบตองแห้ง” ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “ใบตองแห้ง ประชาไท” ระบุแสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า เห็นด้วยที่ต้องประณามผู้ที่คุกคามใช้ความรุนแรงผู้มีความเห็นต่าง แต่ที่เรียกร้องให้รัฐบาลต้องมีมาตรการคุ้มครองนักข่าว รู้สึกว่าอาจจะเกินไป เนื่องจากไม่ได้มีฐานันดรพิเศษเหนือประชาชนธรรมดา บางคนอาจจะมีข้อขัดแย้งเชิงผลประโยชน์อื่นๆ ที่ไม่ได้ฟันธงว่าเป็นเรื่องการเมืองเสมอไป ส่วนที่ระบุ ใครได้รับผลกระทบจากการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ที่ใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขต สามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมายหรือใช้กลไกควบคุมจริยธรรมขององค์กรสื่อวิชาชีพ สื่อ ก็เป็นการพูดแบบเดิมๆ สื่อคุกคามชาวบ้านไปทั่ว องค์กรวิชาชีพไม่เคยควบคุมดูแล สื่อยุยงปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรง ให้่้เปลี่ยนแปลงนอกระบบ องค์กรวิชาชีพเฉย หนักๆ เข้าความรุนแรงมันก็จะย้อนกลับ พร้อมตั้งคำถามไปว่า ไม่รื้อระบบควบคุมดูแลกันหน่อย หรือจะเอาแต่ประณามเวลาเกิดเรื่อง
นอกจากนี้ “ใบตองแห้ง” ยังระบุทิ้งท้ายว่า สำหรับ ทัศนะของตนเอง มองว่า นายภัทระ คำพิทักษ์ ไม่สมควรเป็นสื่อมวลชนแล้ว นับตั้งแต่วันที่ เข้าไปเป็น สนช.
สำหรับ แถลงการณ์ร่วม เรื่อง ขอประณามกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านและผูกวัตถุคล้ายระเบิดแขวนไว้ รั้วหน้าบ้าน นายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ระบุข้อความดังต่อไปนี้
จากกรณีมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนกระทำการอุกอาจใช้อาวุธปืนยิงถล่ม และผูกวัตถุลักษณะคล้ายระเบิดลูกเกลี้ยง มีโลหะห่อหุ้ม ไม่มีสารระเบิด ไว้ที่รั้วหน้าบ้านบ้านเลขที่ 38 ซอยทานสัมฤทธิ์ 32/5 9 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี บ้านของ นายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณเช้ามืดวันที่ 17 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา
สมาคมนักข่าวหนังหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย มีความเห็นว่า เป็นการเป็นกระทำที่มุ่งข่มขู่ คุกคามโดยตรงต่อ นายภัทระ คำพิทักษ์ ในฐานะบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และเป็นผู้ร่วมจัดรายการคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม101 ซึ่งได้ทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ตามสิทธิเสรีภาพตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เพื่อนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และความจริงเสนอต่อสาธารณชน
องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็น ผู้กระทำก็ตาม เป็นการกระทำที่อุกอาจ ใช้ความรุนแรงเป็นการข่มขู่ คุกคามสิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนโดยรวมอย่างไม่เกรงกลัวต่อ กฎหมาย ดังนั้นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอประณามการกระทำที่ใช้ความรุนแรงในครั้งนี้
1.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการปกป้องคุ้มครองการใช้สิทธิเสรีภาพ สื่อมวลชน เพราะการคุกคามเสรีภาพของสื่อมวลชนเท่ากับเป็นการคุกคามเสรีภาพในการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงของประชาชน และยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติ
2.ขอเรียกร้องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในการคุกคามสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน และเมื่อคดีมีความคืบหน้าขอให้แถลงผลความคืบหน้าในคดีให้สาธารณชนทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อความปลอดภัยแก่ประชาชน
3.หากผู้ใดที่ได้รับผลกระทบจากการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน กรณีเห็นว่าสื่อมวลชนใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขต สามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมายหรือใช้กลไกควบคุมจริยธรรมขององค์กรสื่อวิชาชีพ สื่อผ่านสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ หรือสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรงคุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงทำหน้าที่นำเสนอข่าวสารโดยยึดมั่นในกรอบจริยธรรมแห่ง วิชาชีพ ด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง รอบด้าน ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซื่อสัตย์ในวิชาชีพ เพื่อประโยชน์และสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนอย่างมั่นคงต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น