รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เกี่ยวกับผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ในช่วงการชุมนุมและการสลายการชุมนุม ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2553
ความหนา 92 หน้า ยังคงถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากเนื้อหาในรายงานฉบับนี้
อาจสรุปได้ว่าเป็นการตรวจสอบผู้ชุมนุมและปกป้องการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ
ในรายงานชิ้นนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ระบุว่า
การประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
โดยใช้ข้อความที่ว่า "อยู่ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายให้อํานาจไว้" และเป็นการ
"คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนส่วนรวมในระหว่างที่สถานการณ์
บ้านเมืองเกิดความไม่สงบ
อันมีเหตุความจําเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว"
ส่วนการปิดสถานีโทรทัศน์ PTV นั้น กสม. ระบุว่า
"เมื่อพิจารณาจากเจตนารมณ์ในการใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว
ก่อให้เกิดผลต่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าผลกระทบที่มีต่อกลุ่มบุคคลที่ถูกจํา
กัดสิทธิและเสรีภาพ
กรณีนี้จึงเป็นการจําเป็นเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว"
ในกรณีทหารยิงผู้ชุมนุมเสียชีวิต 21 คนในวันที่ 10 เมษายน 2553 นั้น กสม.
กล่าวว่าทหาร
"มีความจําเป็นต้องป้องกันตนเองและผู้อื่นให้พ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงตัว
ที่รุนแรงอาจทําให้ถึงแก่ชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บได้
โดยไม่สามารถใช้วิธีป้องกันอย่างอื่นได้"
ส่วนในกรณีที่ทหารส่องยิงผู้ชุมนุมช่วงการสลายการชุมนุมวันที่ 13-19
พฤษภาคม จนมีผู้เสียชีวิตราว 60 นั้น กสม. กล่าวว่า
"ยังไม่มีพยานหลักฐานยืนยันได้ว่า
ผู้ใดฝ่ายใดเป็นผู้ยิงผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บดังกล่าว
และกลุ่มบุคคลผู้ติดอาวุธที่แฝงตัวในกลุ่มผู้ชุมนุมคือใคร" แต่ก็
"เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากการกระทำของฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้อาวุธด้วย
รัฐบาลจึงมีหน้าที่รับผิดชอบในการเยียวยาช่วยเหลือแก่ครอบครัวของผู้เสีย
ชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว"
ประเด็นที่น่าสังเกตประเด็นแรกคือ กสม.
ระบุถึงเจตนาในใจของผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนในบางกรณีได้อย่างน่าประหลาดใจ
กสม. กล่าวว่าการเสียชีวิตของทหารในวันที่ 10 เมษายน นั้น เกิดจาก
"การวางแผนเพื่อฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ทหาร" และเป็นการ
"กระทําผิดอาญาฐานฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน"
แต่เมื่อพูดถึงทหารที่สังหารผู้ชุมนุมในวันเดียวกัน กสม.
กลับมองอีกแง่ขึ้นมาทันที โดยระบุว่าเป็นเพียง "การกระทําโดยประมาท"
ประเด็นที่น่าสังเกตเรื่องที่สองคือ สัดส่วนพื้นที่ที่ กสม.
ใช้ในการบรรยายการละเมิดสิทธิมนุษยชนของแต่ละฝ่าย แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ในเหตุการณ์ความรุนแรงวันที่ 10 เม.ย. 2553 นั้น มีผู้เสียชีวิต 27 คน
เป็นทหารเพียง 5 คน และผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่คือผู้ชุมนุม แต่ กสม.
กลับใช้พื้นที่เกือบทั้งหมด พูดถึงการเสียชีวิตและบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่รัฐ
ส่วนการตายของผู้ชุมนุม มีเขียนถึงเพียงประโยคเดียวว่า
"การเสียชีวิตของกลุ่ม นปช.
ขณะนี้กรณีดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนตามกระบวนการยุติธรรมแล้วจึงไม่จําเป็นต้อง
วินิจฉัยในประเด็นนี้"
แต่น่าสังเกตว่า กรณีเจ้าหน้าที่รัฐอื่น ๆ ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม
และเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ กสม. กลับบรรยายอย่างละเอียด เช่น กรณีนายเจ็มส์
สิงห์สิทธิ์ ผู้ต้องหายิงระเบิดโจมตีเจ้าหน้าที่ที่สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง
เป็นต้น
ที่สำคัญคือ กสม.
ดูจะให้ความสำคัญต่อการละเมิดต่อทรัพย์สินและสถานที่เป็นอย่างมาก
แต่พูดถึงการละเมิดต่อชีวิต ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรงที่สุด
น้อยมาก กสม. เรียกเหตุการณ์การสลายการชุมนุมในเดือนพฤษภาคม
ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 60 คน ว่า "เหตุจลาจล ปะทะ
และทำลายทรัพย์สินของราชการและเอกชน"
กสม. ใช้พื้นที่ถึง 6 หน้ากระดาษพูดถึงกรณี นปช.
บุกเข้าตรวจค้นโรงพยาบาลจุฬา
ที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บแม้แต่รายเดียว แต่เหตุการณ์วันที่ 15
พฤษภาคม ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 11 คนนั้น กสม.
ใช้เนื้อที่อธิบายเพียงหนึ่งย่อหน้า เหตุการณ์วันที่ 16 พฤษภาคม
มีผู้เสียชีวิต 8 คน กสม. ก็ใช้พื้นที่บรรยายเพียง 1 ย่อหน้าเช่นกัน
ส่วนเหตุการณ์วันที่ 19 พฤษภาคม ที่สลายการชุมนุม มีผู้เสียชีวิต 19 คน
กสม. ใช้พื้นที่บรรยายเพียง 5 ย่อหน้า
สุดท้าย ในขณะที่ กสม.
ลงรายละเอียดเรื่องพฤติกรรมของผู้ชุมนุมที่ทำลายทรัพย์สิน
และแกนนำที่ปราศรัยยั่วยุ กสม.
กลับไม่กล่าวถึงรายละเอียดสำคัญบางประการที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงความรุนแรงของ
การละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น
ความจริงที่ว่าผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตเกือบทั้งหมดไม่ได้ใส่ชุดดำ
และไม่มีอาวุธในมือขณะเสียชีวิต และส่วนใหญ่ถูกยิงด้วยกระสุนนัดเดียว
เข้าศีรษะหรือลำตัวท่อนบน
อาจเป็นไปได้ว่า กสม. ไม่ได้ตั้งใจจะละเลยความจริงเหล่านี้
เพียงแต่หลงลืมที่จะกล่าวถึง จนเป็นเหตุให้ จนถึงขณะนี้ ไม่มีหน่วยงาน
หรือองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนแห่งใด
ชื่นชมผลงานที่ใช้เวลาเก็บรวบรวมข้อมูลมานานกว่า 3 ปี ฉบับนี้ของ
กสม.แม้แต่รายเดียว และมีแต่เสียงตำหนิ
บทบาทและทัศนคติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้
ที่กลายเป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนเสียเอง
by
Prach
13 สิงหาคม 2556 เวลา 17:39 น.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น