“ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่ต้องการให้กฎหมายนิรโทษกรรมสามารถเดินหน้า
ต่อไปได้
เข้ามาร่วมมือกันในการกดดันให้แต่ละฝ่ายยอมรับในหลักการสำคัญที่ว่าการ
นิรโทษกรรมครั้งนี้มุ่งออกกฎหมายเพื่อมวลชน โปร่งใส และ
ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน” มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนแถลง
14 ส.ค.56 มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ออกแถลงการณ์นิรโทษกรรมต้องเพื่อมวลชน ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนและโปร่งใส โดยเรียกร้องว่าเป้าหมายของการนิรโทษกรรมต้องอยู่ที่ประชาชนซึ่งเป็นผู้เข้า ร่วมการชุมนุมเป็นหลัก ส่วนผู้มีบทบาทโดยตรงในการสร้างความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แกนนำของทุกสี ชายชุดดำ นักการเมืองที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการรักษาความ สงบ ไม่สมควรได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรมครั้งนี้ ส่วนคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมต้องไม่มีบุคคลที่เกี่ยวข้อง กับการสร้างความรุนแรงโดยตรง โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรีในขณะเกิดเหตุ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสามารถรายงานข้อถกเถียงและ การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมาธิการฯ ได้อย่างเสรี เพื่อให้สาธารณชนสามารถมองเห็นจุดยืน บทบาท และการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่คณะกรรมาธิการฯ
14 ส.ค.56 มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ออกแถลงการณ์นิรโทษกรรมต้องเพื่อมวลชน ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนและโปร่งใส โดยเรียกร้องว่าเป้าหมายของการนิรโทษกรรมต้องอยู่ที่ประชาชนซึ่งเป็นผู้เข้า ร่วมการชุมนุมเป็นหลัก ส่วนผู้มีบทบาทโดยตรงในการสร้างความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แกนนำของทุกสี ชายชุดดำ นักการเมืองที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการรักษาความ สงบ ไม่สมควรได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรมครั้งนี้ ส่วนคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมต้องไม่มีบุคคลที่เกี่ยวข้อง กับการสร้างความรุนแรงโดยตรง โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรีในขณะเกิดเหตุ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสามารถรายงานข้อถกเถียงและ การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมาธิการฯ ได้อย่างเสรี เพื่อให้สาธารณชนสามารถมองเห็นจุดยืน บทบาท และการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่คณะกรรมาธิการฯ
0000
แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
เรื่อง นิรโทษกรรมต้องเพื่อมวลชน ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนและโปร่งใส
กฎหมายนิรโทษกรรมซึ่งขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของรัฐสภาเป็นส่วนหนึ่ง
ของกระบวนการเยียวยาความเสียหายและการสร้างความเป็นธรรมให้คนกลุ่มต่างๆ
ในสังคมการเมืองไทย อย่างไรก็ตาม
กระบวนการดังกล่าวนี้ยังเผชิญกับอุปสรรคสำคัญหลายประการที่มีผลให้การ
พิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวอาจไม่สามารถคืบหน้าต่อไปได้
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนมีข้อเสนอต่อการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมให้ห้วงเวลานี้ดังต่อไปนี้
ประการแรก เป้าหมายของการนิรโทษกรรมต้องอยู่ที่ประชาชนซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมการชุมนุมเป็นหลัก
เนื่องจากในความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมามีประชาชนที่มีทัศนะทางการ
เมืองแตกต่างกันเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับฝ่ายต่างๆ อย่างกว้างขวาง
ซึ่งในการเคลื่อนไหวก็ได้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยกระทำการที่เป็นการละเมิด
กฎหมาย
หากมีการดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ก็อาจทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองไม่อาจ
บรรเทาลงได้ ดังนั้น
ประชาชนหรือมวลชนที่เข้าร่วมในการชุมนุมจึงต้องเป็นเป้าหมายหลักของการ
นิรโทษกรรมในครั้งนี้
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ
ในความขัดแย้งทางการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและมี
บทบาทโดยตรงกับการสร้างความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แกนนำของทุกสี ชายชุดดำ
นักการเมืองที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการรักษาความ
สงบ จึงต้องไม่ใช่ผู้ที่สมควรได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรมครั้งนี้
ประการที่สอง ในส่วนของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมต้องไม่มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความรุนแรงโดยตรง
กฎหมายนิรโทษกรรมจะมีผลเกี่ยวเนื่องไปถึงบุคคลหลายฝ่ายที่มีบทบาท
เกี่ยวข้องกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา
ฉะนั้น บุคคลต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องโดยตรงเหล่านี้จึงต้องไม่เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการนี้
เพราะจะเป็นการบัญญัติกฎหมายโดยที่ตนเองมีผลประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องอยู่
การปฏิบัติหน้าที่ใดๆ
ในกระบวนการนี้อาจนำไปสู่ข้อโต้แย้งในเรื่องความชอบธรรมและความเป็นกลางของ
การปฏิบัติหน้าที่ได้
รวมทั้งมีผลในทางสร้างความไม่ไว้วางใจกับฝ่ายที่อยู่ตรงกันข้ามว่าจะสามารถ
ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในหลักการและผลประโยชน์ของส่วนรวม
ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตนเข้าไปเกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากที่ศาลได้มีคำวินิจฉัยชี้เหตุการณ์การเสีย
ชีวิตของประชาชนจำนวน 6
รายในวัดปทุมวนารามว่าเป็นผลมาจากการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่รัฐ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ซึ่งในห้วงเวลาดังกล่าวเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเป็นผู้มีอำนาจสูง
สุดในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐในขณะนั้นจึงเป็นผู้มีบทบาทเกี่ยวข้อง
โดยตรง
แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่ได้มีการดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องความรับผิดหรือความ
เสียหายแก่บุคคลผู้เสียชีวิตไปก็ตาม
แต่ในฐานะของนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นย่อมไม่อาจปฏิเสธความรับผิดของตนเองได้
ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตที่เกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์
จึงไม่อยู่ในสถานะที่มีความชอบธรรมต่อการดำรงตำแหน่งในกรรมาธิการฯ
ชุดดังกล่าวนี้
ประการที่สาม
ต้องเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสามารถรายงานข้อถกเถียงและการปฏิบัติหน้าที่ของ
กรรมาธิการฯ ได้อย่างเสรี เพื่อให้สาธารณชนสามารถมองเห็นจุดยืน บทบาท
และการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่คณะกรรมาธิการฯ
ได้ว่ากำลังปฏิบัติหน้าที่โดยมีเป้าหมายหรือผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝงหรือซ่อน
เร้นอยู่เบื้องหลังหรือไม่
การผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมที่บังเกิดขึ้นยังคงมีข้อถกเถียงที่ต้องทำ
ความเข้าใจระหว่างแต่ละฝ่ายที่อาจมีความเห็นแตกต่างอย่างมากในแต่ละประเด็น
ไม่ว่าจะเป็นขอบเขตของความผิดที่บุคคลได้กระทำลงไป ควรรวมเอาความผิดในมาตรา
112 หรือไม่ ฯลฯ
ซึ่งการถกเถียงทั้งหมดนี้จะสามารถบังเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายเห็นพ้อง
ต้องกันในหลักการพื้นฐานที่สำคัญเสียก่อน
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่ต้องการให้
กฎหมายนิรโทษกรรมสามารถเดินหน้าต่อไปได้
เข้ามาร่วมมือกันในการกดดันให้แต่ละฝ่ายยอมรับในหลักการสำคัญที่ว่าการ
นิรโทษกรรมครั้งนี้มุ่งออกกฎหมาย “เพื่อมวลชน” “โปร่งใส” และ
“ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน”
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
14 สิงหาคม 2556
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น