สมาคมนักข่าวออกแถลงการณ์ประณามอีก
แล้ว เห็นด้วยว่าต้องประณามผู้ที่คุกคามใช้ความรุนแรงผู้มีความเห็นต่าง
แต่ที่เรียกร้องให้รัฐบาลต้องมีมาตรการคุ้มครองคุณพ่อคุณแม่นักข่าวเีนี่ย
เกินไป รัฐบาลต้องจัดรถนำให้ บก.ข่าว บก.บห.หนังสือพิมพ์ทุึกฉบับ งั้นหรือ
ครับ นักข่าวไม่ไ้ด้มีฐานันดรพิเศษเหนือชาวบ้านธรรมดา
บางคนก็มีเรื่องส่วนตัว มีข้อขัดแย้งเชิงผลประโยชน์ ถมเถไป
(กรณีนี้ก็ไม่ใช่ฟันธงได้ทันทีว่าเรื่องการเมือง)
ส่วนที่บอกว่าใคร ได้รับผลกระทบจากการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน เห็นว่าสื่อมวลชนใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขต สามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมายหรือใช้กลไกควบคุมจริยธรรมขององค์กรสื่อวิชาชีพ สื่อ ก็พูดแบบเดิมๆ สื่อคุกคามชาวบ้านเขาไปทั่ว องค์กรวิชาชีพไม่เคยควบคุมดูแล สื่อยุยงปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรง ให้่้เปลี่ยนแปลงนอกระบบ องค์กรวิชาชีพเฉย หนักๆ เข้าความรุนแรงมันก็จะย้อนกลับ
ไม่รื้อระบบควบคุมดูแลกันหน่อยละครับ หรือจะเอาแต่ประณามเวลาเกิดเรื่อง
อ้อ ผมใช้คำว่าคุกคามใช้ความรุนแรงกับ "ผู้มีความเห็นต่าง" เพราะในทัศนะผม ภัทระ คำพิทักษ์ ไม่ควรเป็นสื่อแล้ว ตั้งแต่วันที่ใช้ตำแหน่งนายกสมาคมนักข่าวปีนบันไดไต่เต้าเป็น สนช.ลอยหน้าลอยตากับคณะรัฐประหาร
ส่วนที่บอกว่าใคร ได้รับผลกระทบจากการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน เห็นว่าสื่อมวลชนใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขต สามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมายหรือใช้กลไกควบคุมจริยธรรมขององค์กรสื่อวิชาชีพ สื่อ ก็พูดแบบเดิมๆ สื่อคุกคามชาวบ้านเขาไปทั่ว องค์กรวิชาชีพไม่เคยควบคุมดูแล สื่อยุยงปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรง ให้่้เปลี่ยนแปลงนอกระบบ องค์กรวิชาชีพเฉย หนักๆ เข้าความรุนแรงมันก็จะย้อนกลับ
ไม่รื้อระบบควบคุมดูแลกันหน่อยละครับ หรือจะเอาแต่ประณามเวลาเกิดเรื่อง
อ้อ ผมใช้คำว่าคุกคามใช้ความรุนแรงกับ "ผู้มีความเห็นต่าง" เพราะในทัศนะผม ภัทระ คำพิทักษ์ ไม่ควรเป็นสื่อแล้ว ตั้งแต่วันที่ใช้ตำแหน่งนายกสมาคมนักข่าวปีนบันไดไต่เต้าเป็น สนช.ลอยหน้าลอยตากับคณะรัฐประหาร
รู้อยู่แล้วว่าวงการสื่อต้องเต้นเป็นถูกขี้เถ้า
เพราะจรรยาบรรณข้อแรกที่สั่งสอนกันมา คือเราเป็นเทวดาผู้วิเศษ
ใครแตะต้องไม่ได้ เราด่าได้ัตั้งแต่เด็กแว้นยันนายกฯ จิกหัวอย่างไรก็ได้
แต่ใครอย่ามาใช้ท่าทีไม่ดีกับเรา ถือว่า "คุกคามสื่อ" ถ้าโดนทุบรถ โดน
ยิง โดนระเบิด ให้ปักใจไว้ก่อนว่ามาจากการทำหน้าที่อันบริสุทธิ์ผุดผ่อง
ไม่ใช่เรื่องชู้หนุ่ม-เอ๊ย-ชู้สาวหรือผลประโยชน์อื่นใด
ต้องร่วมมือร่วมใจกันปกป้อง ประณาม
อภิสิทธิ์หรือฐานันดรอันพิเศษนี้ ในสายตาสื่อเป็นเรื่องธรรมดา เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นเกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพด้วยซ้ำ สื่อไม่เคยรู้สึกเลยว่าัตัวเองก็ต้องระมัดระวังการละเมิดสิทธิผู้อื่น ถ้าละเมิดหยาบหยาม มรึงก็ต้องนั่งพับเพียบฟ้องร้องเีรียน จะมาตีหัวกรูไม่ได้
พอผมสวนเข้าให้ วงการสื่อก็เต้น แต่ยังไม่เล่นผมตรงๆ เท่านั้น (เข้าใจว่าจะเก็บความแค้นไว้เช็กบิล ฮิฮิ)
เห็น มีแต่รุ่นน้องรายหนึ่ง เมื่อก่อนสนิทกัน ทำงานด้วยกัน บอกว่าถ้าตัดประเด็นความสัมพันธ์ส่วนตัวพี่น้องเอาไว้ก่อน พูดเฉพาะความสัมพันธ์ในบทบาทหน้าที่ เขาว่าถ้าผม "เห่า" พี่น้องในวงการว่าไม่ใช่สื่อ เขายังแฟร์พอที่จะบอกว่า ก่อนนั้นผมเป็นสื่อ แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่สื่อแถมกำลังใช้"เดรัจฉานวิชา"ทำลายล้างคนที่อยู่ใน วิชาชีพสื่อ
แหม สะใจ ฮ่ะฮ่ะ กล้าพูดดี เล่าให้ฟังก่อนว่าน้องคนนี้เป็นพวก "ชิงชังความชั่วร้ายยิ่งกว่าความอาฆาตแค้น" สมัยทักษิณ เขาทำข่าวส่งมา ต้องโปรยหัวด่าๆๆๆๆๆ แบบใครเป็นรีไรเตอร์เผลอก๊อปลงไปคงโดนฟ้อง 20 คดี ด่าเป็นพายุบุแคม ระบายเท่าไหร่ไม่รู้จักหมด มีไฟโกรธเป็นอิินฟินิตี้ ทั้งที่บุคลิกเป็นคนสุภาพเรียบร้อย
ผมพอเข้าใจความเกลียดทักษิณ แต่ไม่เข้าใจความเกลียดข้างเดียวที่คงกระพันมา 7 ปี ว่าเขายังมองโลกเป็นสีขาวดำขนาดนั้นหรือ ทักษิณเลว รัฐประหารดี อำมาตย์เป็นผู้วิเศษ ปชป.ประเสริฐศรี? คนทำข่าวการเมืองไม่รู้หรือว่ามันสีเทา่กันทั้งหมด ไม่ใช่โค่นล้มใครคนใดคนหนึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วจะเห็นฟ้าสีทองผ่องอำไพ
วิชาชีพ สื่อมีไว้เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย ปกป้องสิทธิเสรีภาพ ไม่ได้มีไว้โค่นล้มการเลือกตั้ง สื่อบอกว่านัีกการเมืองเลวก็ต้องแก้ปัญหาในระบอบ ไม่ใช่ร่วมมือกับรัฐประหาร สื่อที่ร่วมมือกับรัฐประหารแล้วยังกลับมาทำหน้าที่สื่อ ลอยหน้าลอยตาว่าเป็นกลาง มีจรรยาบรรณ มันไม่ใช่แล้วครับ
ฐานันดรสื่อ อภิสิทธิฺ์์ที่สื่อทั้งหลายได้รับการยกย่อง ที่จริงก็สืบทอดมาจากบรรพชน ที่เขาต่อต้านเผด็จการ แต่สื่อยุคปัจจุบันกลับเอาไปรับใช้อำนาจนอกระบบ โดยยังเชื่อฝังหัวว่าัตัวเองเป็นฝ่ายถูกต้อง น่าสังเวช น่าหัวเราะ สื่อบางคนยังหลอกตัวเองว่าสืบทอดอุดมการณ์อิศรา อมันตกุล, กุหลาบ สายประดิษฐ์ ผมหัวเราะท้องแข็งปนน้ำตาเล็ด ขำ เศร้า ไม่รู้จะพูดไงแล้ว
อิศรา กุหลาบ เขาไม่ยุยงให้ทหารฆ่าประชาชนกลางเมืองเป็นร้อยหรอกครับ
ผม เป็นสื่อหรือไม่เป็นสื่อ ก็แล้วแต่คนจะมอง เพราะผมไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์สื่อ ไม่ได้ใช้เครดิตสื่อ ไม่ได้เป็นสมาิชิกสมาคมไหน ผมพูดผมเขียนอะไรใครจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ ชั่งน้ำหนักเอง ผมทำงาน Voice TV บริษัทของตระกูลชินวัตร ก็ไม่ได้ปกปิด ไม่เคยอวดอ้างว่าเป็นคนดี เป็นกลาง แต่เราทำงานค่ายไหนก็ตาม มันก็มีเจ้าของที่มีผลประโยชน์ทั้งนั้น เหมือนทำค่ายโพสต์ก็คือตระกูลจิราธิวัฒน์ ขึ้นอยู่กับใครรู้จักวางตัวอย่างไร
ผมไม่ปกปิดอีกเหมือนกันว่าต้อง การ "ทำลายล้างอภิสิทธิ์สื่อ" แต่ไม่เห็นต้องใช้เดรัจฉานวิชาตรงไหน (หรือการย้อนแบคกราวด์รับใช้รัฐประหารคือเดรัจฉานวิชา) สื่อทำลายตัวเองอยู่แล้วจากความมีอคติ เลือกข้างตรงข้ามประชาธิปไตยมา 7 ปี สื่อถูกทำลายอยู่แล้วจากเทคโนโลยีออนไลน์ บทบาทสื่อที่ผูกขาดความถูกต้อง ดีงาม เป็นผู้ชี้นำสังคม กำลังถูกทำลายอยู่ทุกวัน เพราะผู้คนปัจจุบันรู้มากกว่าสื่อ ผู้คนแสวงหาความรู้ได้ไม่จบสิ้นในโลกออนไลน์ ฟังความเห็นดีๆ ใน fb ดีกว่าอ่านคอลัมนิดคอลัมหน่อยที่รู้บ้างไม่รู้บ้างแต่อวดรู้ ผู้คนอ่านข่าวเปรียบเทียบกันทุกสำนัก ดูข่าวย้อนหลังทาง YouTube แล้วก็สรุปได้ว่าที่สื่อพาดหัวหรือโปรยข่าวนั้นเบนบิดผิดประเด็น
ภารกิจประชาธิปไตยที่สำคัญ ก็คือทำลายฐานันดรพิเศษของสื่อ ทำลายการผูกขาดความถูกต้อง อิทธิพลชี้นำสังคม ของสื่อนี่แหละครับ
อภิสิทธิ์หรือฐานันดรอันพิเศษนี้ ในสายตาสื่อเป็นเรื่องธรรมดา เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นเกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพด้วยซ้ำ สื่อไม่เคยรู้สึกเลยว่าัตัวเองก็ต้องระมัดระวังการละเมิดสิทธิผู้อื่น ถ้าละเมิดหยาบหยาม มรึงก็ต้องนั่งพับเพียบฟ้องร้องเีรียน จะมาตีหัวกรูไม่ได้
พอผมสวนเข้าให้ วงการสื่อก็เต้น แต่ยังไม่เล่นผมตรงๆ เท่านั้น (เข้าใจว่าจะเก็บความแค้นไว้เช็กบิล ฮิฮิ)
เห็น มีแต่รุ่นน้องรายหนึ่ง เมื่อก่อนสนิทกัน ทำงานด้วยกัน บอกว่าถ้าตัดประเด็นความสัมพันธ์ส่วนตัวพี่น้องเอาไว้ก่อน พูดเฉพาะความสัมพันธ์ในบทบาทหน้าที่ เขาว่าถ้าผม "เห่า" พี่น้องในวงการว่าไม่ใช่สื่อ เขายังแฟร์พอที่จะบอกว่า ก่อนนั้นผมเป็นสื่อ แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่สื่อแถมกำลังใช้"เดรัจฉานวิชา"ทำลายล้างคนที่อยู่ใน วิชาชีพสื่อ
แหม สะใจ ฮ่ะฮ่ะ กล้าพูดดี เล่าให้ฟังก่อนว่าน้องคนนี้เป็นพวก "ชิงชังความชั่วร้ายยิ่งกว่าความอาฆาตแค้น" สมัยทักษิณ เขาทำข่าวส่งมา ต้องโปรยหัวด่าๆๆๆๆๆ แบบใครเป็นรีไรเตอร์เผลอก๊อปลงไปคงโดนฟ้อง 20 คดี ด่าเป็นพายุบุแคม ระบายเท่าไหร่ไม่รู้จักหมด มีไฟโกรธเป็นอิินฟินิตี้ ทั้งที่บุคลิกเป็นคนสุภาพเรียบร้อย
ผมพอเข้าใจความเกลียดทักษิณ แต่ไม่เข้าใจความเกลียดข้างเดียวที่คงกระพันมา 7 ปี ว่าเขายังมองโลกเป็นสีขาวดำขนาดนั้นหรือ ทักษิณเลว รัฐประหารดี อำมาตย์เป็นผู้วิเศษ ปชป.ประเสริฐศรี? คนทำข่าวการเมืองไม่รู้หรือว่ามันสีเทา่กันทั้งหมด ไม่ใช่โค่นล้มใครคนใดคนหนึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วจะเห็นฟ้าสีทองผ่องอำไพ
วิชาชีพ สื่อมีไว้เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย ปกป้องสิทธิเสรีภาพ ไม่ได้มีไว้โค่นล้มการเลือกตั้ง สื่อบอกว่านัีกการเมืองเลวก็ต้องแก้ปัญหาในระบอบ ไม่ใช่ร่วมมือกับรัฐประหาร สื่อที่ร่วมมือกับรัฐประหารแล้วยังกลับมาทำหน้าที่สื่อ ลอยหน้าลอยตาว่าเป็นกลาง มีจรรยาบรรณ มันไม่ใช่แล้วครับ
ฐานันดรสื่อ อภิสิทธิฺ์์ที่สื่อทั้งหลายได้รับการยกย่อง ที่จริงก็สืบทอดมาจากบรรพชน ที่เขาต่อต้านเผด็จการ แต่สื่อยุคปัจจุบันกลับเอาไปรับใช้อำนาจนอกระบบ โดยยังเชื่อฝังหัวว่าัตัวเองเป็นฝ่ายถูกต้อง น่าสังเวช น่าหัวเราะ สื่อบางคนยังหลอกตัวเองว่าสืบทอดอุดมการณ์อิศรา อมันตกุล, กุหลาบ สายประดิษฐ์ ผมหัวเราะท้องแข็งปนน้ำตาเล็ด ขำ เศร้า ไม่รู้จะพูดไงแล้ว
อิศรา กุหลาบ เขาไม่ยุยงให้ทหารฆ่าประชาชนกลางเมืองเป็นร้อยหรอกครับ
ผม เป็นสื่อหรือไม่เป็นสื่อ ก็แล้วแต่คนจะมอง เพราะผมไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์สื่อ ไม่ได้ใช้เครดิตสื่อ ไม่ได้เป็นสมาิชิกสมาคมไหน ผมพูดผมเขียนอะไรใครจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ ชั่งน้ำหนักเอง ผมทำงาน Voice TV บริษัทของตระกูลชินวัตร ก็ไม่ได้ปกปิด ไม่เคยอวดอ้างว่าเป็นคนดี เป็นกลาง แต่เราทำงานค่ายไหนก็ตาม มันก็มีเจ้าของที่มีผลประโยชน์ทั้งนั้น เหมือนทำค่ายโพสต์ก็คือตระกูลจิราธิวัฒน์ ขึ้นอยู่กับใครรู้จักวางตัวอย่างไร
ผมไม่ปกปิดอีกเหมือนกันว่าต้อง การ "ทำลายล้างอภิสิทธิ์สื่อ" แต่ไม่เห็นต้องใช้เดรัจฉานวิชาตรงไหน (หรือการย้อนแบคกราวด์รับใช้รัฐประหารคือเดรัจฉานวิชา) สื่อทำลายตัวเองอยู่แล้วจากความมีอคติ เลือกข้างตรงข้ามประชาธิปไตยมา 7 ปี สื่อถูกทำลายอยู่แล้วจากเทคโนโลยีออนไลน์ บทบาทสื่อที่ผูกขาดความถูกต้อง ดีงาม เป็นผู้ชี้นำสังคม กำลังถูกทำลายอยู่ทุกวัน เพราะผู้คนปัจจุบันรู้มากกว่าสื่อ ผู้คนแสวงหาความรู้ได้ไม่จบสิ้นในโลกออนไลน์ ฟังความเห็นดีๆ ใน fb ดีกว่าอ่านคอลัมนิดคอลัมหน่อยที่รู้บ้างไม่รู้บ้างแต่อวดรู้ ผู้คนอ่านข่าวเปรียบเทียบกันทุกสำนัก ดูข่าวย้อนหลังทาง YouTube แล้วก็สรุปได้ว่าที่สื่อพาดหัวหรือโปรยข่าวนั้นเบนบิดผิดประเด็น
ภารกิจประชาธิปไตยที่สำคัญ ก็คือทำลายฐานันดรพิเศษของสื่อ ทำลายการผูกขาดความถูกต้อง อิทธิพลชี้นำสังคม ของสื่อนี่แหละครับ
น้อมรับ ขออภัย ผมก็เป็นสื่อนิสัยเสีย คุณอธิคมเป็นกัลยาณมิตร
"ผมเป็นเพื่อนกับภัทระ คำพิทักษ์ I-Mong Pattara Khumphitak
และเห็นด้วยกับหลายประเด็นของ ใบตองแห้ง ประชาไท เกี่ยวกับแถลงการณ์สมาคมนักข่าวฯ โดยเฉพาะการอ้างสิทธิเสรีภาพเป็นอาขยานทุกครั้ง ว่าคุกคามเสรีภาพสื่อ คือคุกคามเสรีภาพประชาชน เพราะมันฟังแล้วขนลุก ถึงวันนี้คำว่าเสรีภาพสื่อมันมีประเด็นโต้แย้งซับซ้อนเกินกว่าจะอ้างลอยๆ แบบนั้นแล้ว
อย่างไรก็ดี สิ่งที่อดรนทนไม่ไหวนั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับประเด็นสิทธิเสรีภาพสื่อ หรือจุดยืนทางการเมือง เพียงแต่อดสงสัยไม่ได้ว่า ไม่มีกัลยาณมิตรคนไหนของพี่ใบตองแห้งสะกิดเตือนแกหน่อยหรือว่า การไปหยิบเอาเรื่องรสนิยมทางเพศ ชู้หนุ่ม หรือ ชู้สาว มาพูดสนุกๆ อย่างนั้นมันเหมาะควรแล้วหรือ
เรื่องแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ปัญญาชนฝ่ายก้าวหน้าและนักประชาธิปไตยเขาถือสากันหรอกหรือ
กัลยาณมิตรควรเตือนกันนะครับ"
***********
"ผมเป็นเพื่อนกับภัทระ คำพิทักษ์ I-Mong Pattara Khumphitak
และเห็นด้วยกับหลายประเด็นของ ใบตองแห้ง ประชาไท เกี่ยวกับแถลงการณ์สมาคมนักข่าวฯ โดยเฉพาะการอ้างสิทธิเสรีภาพเป็นอาขยานทุกครั้ง ว่าคุกคามเสรีภาพสื่อ คือคุกคามเสรีภาพประชาชน เพราะมันฟังแล้วขนลุก ถึงวันนี้คำว่าเสรีภาพสื่อมันมีประเด็นโต้แย้งซับซ้อนเกินกว่าจะอ้างลอยๆ แบบนั้นแล้ว
อย่างไรก็ดี สิ่งที่อดรนทนไม่ไหวนั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับประเด็นสิทธิเสรีภาพสื่อ หรือจุดยืนทางการเมือง เพียงแต่อดสงสัยไม่ได้ว่า ไม่มีกัลยาณมิตรคนไหนของพี่ใบตองแห้งสะกิดเตือนแกหน่อยหรือว่า การไปหยิบเอาเรื่องรสนิยมทางเพศ ชู้หนุ่ม หรือ ชู้สาว มาพูดสนุกๆ อย่างนั้นมันเหมาะควรแล้วหรือ
เรื่องแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ปัญญาชนฝ่ายก้าวหน้าและนักประชาธิปไตยเขาถือสากันหรอกหรือ
กัลยาณมิตรควรเตือนกันนะครับ"
***********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:
ซีรีส์ฮาร์ดคอร์ลากไส้สื่อเห้(ตอน4):สมาคมสื่อโจร พวกมึงแหละตัวดีที่ต้องหยุดทำร้ายประเทศไทย
โดย คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน
ที่มา บอร์ดฟ้าเดียวกัน
4 พฤษภาคม 2552
หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้ใช้นามปากกาว่า"รักในหลวงห่วงลูก หลาน"ได้เขียนลงในเวบบอร์ดฟ้าเดียวกัน แบบเจาะลึกวงในแวดวงสื่อมวลชนแบบรายตัว อย่างถึงรากถึงโคน และมีรสชาติความมันส์ในสไตล์ดิบเถื่อนฮาร์ดคอร์ ซึ่งไทยอีนิวส์เห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าด้วยเหตุใด สื่อจึงมีบทบาทอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งมีปรากฏการณ์ลำเอียง เคียงข้างเผด็จการต่อต้านประชาธิปไตย โดยได้นำเสนอตามต้นฉบับเดิม แต่เนื่องจากเนื้อหายาวมาก เราจึงจะพิจารณานำเสนอเป็นตอนๆอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณผู้เขียนมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ
ไอ้ดิษฐ์เลขาสมาคมนักข่าวฯ:วีรบุรุษเล้าไก่

ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือ พิมพ์แห่งประเทศไทย(คนเสื้อขาวยืนกลาง)วันไปชวนปู่ชัย ชิดชอบ ประธานสภารณรงค์หยุดทำร้ายประเทศไทย โดยดีเดย์ชักธงหยุดความรุนแรงทั่วประเทศ4พฤษภาคมนี้
เอาพอหอมปากหอมคอนะ ตัวที่มันกำลังร่วมมือกับดร.ปื๊ดพระปกเกล้า เรื่องหยุดทำร้ายประเทศไทยเนี่ย
คนเป็นคีย์แมนเรื่องนี้มันชื่อไอ้ดิษฐ์ ที่เป็นเลขาสมาคมนักข่าวนะครับ
ไอ้ดิษฐ์นี่เป็นเด็กรุ่นหลังผมหลายปีเหมือนกัน มันเป็นเด็กกิจกรรมรามฯ ทำค่ายชาวเขา แล้วก็เคยไปรณรงค์เรื่องนาเกลือทางภาคอีสาน ตอนนั้นตำรวจทหารล้อมปราบพวกนักศึกษาที่ไปประท้วงนาเกลือ กวาดจับซัก40คนได้
ผู้นำชาวบ้านกลายเป็นฮีโร่ ได้เป็นผู้แทนสารคามหลายสมัยชื่อสุชาติ ศรีสังข์(หลังๆมาเป็นหน่วยแนวหน้าพันธมิตรตอนไปยึดสนามบิน)
พวกเด็กๆรามเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นพรรคพวกนักศึกษาโดนกวาดจับตีหัวร้างข้างแตก แต่ไอ้ดิษฐ์สวมบทผู้นำนักศึกษาหนีรอดไปหลบในเล้าไก่ชาวบ้าน ยังโดนอำขี้แตกมาจนป่านนี้
มันเคยมาสมัครงานนักข่าวกับผมซัก15ปีมานี่แหละครับ ผมดูแล้วแม่งพูดไทยกลางยังไม่ชัด ทองแดงมาก ผมก็เลยบอกมึงไปหาเอาข้างหน้าก่อนป้ะ มันเลยไปได้งานมติชน แล้วต่อมาอยู่บางกอกโพสต์ ยังงงอยู่ว่าแค่ภาษาไทยกลางก็ไม่รอดแล้ว เสือกไปอยู่ฉบับภาษาฝรั่งอีก ไอ้ห่า
อาศัยความเป็นนักกิจกรรมเก่า มันไปเข้าสมาคมนักข่าว เลยได้ผูกขาดเป็นเลขาฯ แต่น่าผิดหวังอยู่หน่อยตรงที่ว่าเวลามันออกแถลงการณ์ทีมักจะไว้หน้าพวก พันธมิตร ผมเคยถามว่าทำไมมึงทำตัวยังงี้ มันบอกพี่ผมเกรงใจมันพวกเดียวกันคนปักษ์ใต้ทั้งนั้น แต่ทีพวกเสื้อแดงนี่มันใส่ไม่ยั้ง เพราะไม่ใช่พวกมัน ตอนอยู่รามมันก็เชียร์พรรคสาน คู่แข่งพรรคของไอ้ตู่จตุพร ส่วนณัฐวุฒิก็เด็กรุ่นหลังมัน เลยไม่ต้องเกรงใจ
ตอนพันธมิตรชุมนุมมันก็เลยออกแนวเชียร์ ออกแถลงการณ์ไล่รัฐบาลเหลี่ยมออก ให้ตั้งนายกฯมาตรา7 กูถามหน่อยมันธุระอะไรของนักข่าว เสือกทำตัวเป็นข่าวซะเอง
รัฐบาลสมัคร สมชายออกพรก.ฉุกเฉินมันรีบแร่ออกแถลงการณ์ว่ารัฐห้ามทำร้ายม็อบ แล้วไล่รัฐบาลออก แต่พอม็อบยึดทำเนียบ ยึดสนามบินแม่งเฉย ขนาดไปยึดโทรทัศน์NBTแม่งก็ออกแถลงการณ์ด่าพันธมิตรแบบเสียไม่ได้ ด่าแบบขอไปที
แต่พอเสื้อแดงนี่แม่งเอาใหญ่ อภิสิทธิ์ประกาศฉุกเฉิน แม่งออกแถลงการณ์เลยอนุญาตรัฐใช้กำลังปราบ แต่ปราบอย่าให้เจ็บตายนะ กูกลัวเลือด...ดูความกระแดะของพวกมัน พอรัฐปราบเสื้อแดงเสร็จ มันก็ออกแนวรณรงค์รักสันติภาพ หยุดทำร้ายประเทศไทย...เชี่ยมั้ยหละสัดด!!?
ก็พวกมึงแหละไอ้ดิษฐ์ นักข่าวนี่แหละตัวเหี้ยเลยในการทำร้ายประเทศไทย พวกมึงเก็บกวาดขยะที่ทำเรี่ยราดก่อน แล้วค่อยไปบอกชาวบ้าน
ทุเรศ
ภัทระ คำพิทักษ์ :ผู้ทำลายเกียรติภูมิสื่อลงราบคาบใต้ตีนเผด็จการ

ภัทระ คำพิทักษ์นี่รุ่นหลังครับ ส่วนตัวเลยไม่ได้รู้จักกัน
แต่แวดวงนักข่าวสนามเด็กๆรุ่นหลังมันถึงกับสาปส่งไอ้เหี้ยนี่ เพราะมันเต็มไปด้วยความหน้าด้าน เอาความเป็นสื่อไปขายกินกับเผด็จการ เขาต่อต้านว่าทำความเสียหมาให้สื่อมวลชน มันเสือกโยนขี้ให้เขา...
ไม่เคยมียุคไหนที่สมาคมนักข่าวจะตกต่ำเท่ากับยุคภัทระเป็นนายกสมาคมครับ รุ่นพ่อรุ่นพี่เขาทำเอาไว้พังตอนมันเป็น มีที่ไหนแทนที่จะให้สื่อเป็นกลาง หรือวางตัวเป็นกลาง สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยยุคภัทระเป็นนายกฯ ดันไปออกแถลงการณ์ไล่ทักษิณออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บอกว่าหมดความชอบธรรมแล้ว ให้แต่งตั้งนายกฯใหม่ตามมาตรา7
พอเกิดการรัฐประหาร19กันยายน แทนที่ว่าจะต่อต้านหรือไม่งั้นก็นั่งอยู่เฉยๆ ไอ้ภัทระนี่แทบจะเรียกได้ว่าหอบกระเช้าดอกไม้ไปแสดงความยินดีเลยก็ว่าได้ แต่อ้างว่าไปหารือกับบังสนธิเรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน
คือตอนเกิดปฏิวัติ19กันยาใหม่ๆนี่บังสั่งเลยว่าห้ามสื่อออกข่าวทักษิณเด็ด ขาด แต่ไม่ได้ออกกฎหมายห้ามหรอกนะ ขอให้ใช้วิจารณญาณกันเอง แต่หากพวกสื่อใช้วิจารณญาณไม่เป็น เดี๋ยวบังจะใช้แทน....ทียังงี้หละหงอ ไม่มีแถลงการณ์ด่าซักแอะว่าคุกคามสื่อ
พอภัทระเข้าไปหาบัง บังก็ลูบหลังลูบไหล่ว่าแหม่ ทหารคมช.กับสื่อพวกเดียวกัน เรื่องที่ว่าบังจะใช้วิจารณญาณแทนหนะ อ่ะ!ล้อเล่ง เอางี้มาช่วยชาติบ้านเมืองกันดีกว่า พอดีจะตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)อยู่มาช่วยๆกัน จะตั้งให้ภัทระเป็นสนช.
คือโดยปกติอาชีพสื่อนี่ไม่เคยนะครับที่จะร่วมมือกับฝ่ายอำนาจฝ่ายการเมือง กันแบบนี้ ยิ่งเป็นตัวแทนสื่อแล้วแม่งน่าเกลียด ก็ถึงขั้นที่ว่ามีการเขียนในข้อกำหนดว่าห้ามนักข่าวไปดำรงตำแหน่งการเมือง
แต่ไอ้เหี้ยนี่เสือกหน้าด้านอยากเป็นขึ้นมา แต่จะเป็นคนเดียวแม่งก็จะน่าเกลียด เลยทำฟอร์มว่าขอไปปรึกษาพรรคพวกหน่อยนะท่านบัง เสร็จก็มาล็อบบี้นายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ คือไอ้เอ๋สมชาย แล้วก็เจ๊หยัดตอนนั้นเจ๊เป็นประธานสภาการหนังสือพิมพ์ ไอ้เหี้ยนี่ก็ไปโน้มน้าวว่า ตอนทักษิณนี่พวกเราโดน"คุกคามสื่อ"เยอะ มาตอนคมช.ปฏิวัติก็บอกให้พวกเราใช้วิจารณญาณห้ามออกข่าวเหลี่ยมเด็ดขาด หากใครฝืนออกบังมันจะมาใช้วิจารณญาณแทนพวกเราคือสั่งปิดหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ
นี่บังเขาก็มีไมตรีเชิญไปเป็นสนช. ก็เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้เข้าไปปกป้องไม่ให้คุกคามสื่อ เพราะมันมีกฎหมายเยอะแยะ อย่างน้อยพวกเราก็จะได้ท้วงหากกฎหมายไหนออกมาคุกคามสื่อ....(ดูมันตอแหล!)
เจ๊หยัด(บัญญัติ ทัศนียเวช)วงการรุ่นหลังเขาเรียกป้าหยัด แต่ผมเรียกเจ๊หยัดก็บอกว่าชั้นไม่เอาด้วยหรอก สื่อที่ไหนเคยไปเป็นตำแหน่งการเมืองแบบนี้ มันมีconflict of interest เธอว่าไงเอ๋?(หันมาถามสมชาย นายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์) ไอ้เอ๋แม่งแสบครับ แทนที่จะค้านเหมือนเจ๊หยัด ดันข้างๆคูๆเข้าข้างไอ้ภัทระ เลยเสร็จโจร...
เจ๊หยัดก็ตกกระไดพลอยโจร คือหากจะเป็นก็ต้องเป็นทั้ง3สมาคม หากเจ๊หยัดถอน ไอ้2ตัวนั่นอดแดกไปด้วย แกก็ไม่อยากมีปัญหากับเด็กรุ่นหลัง ก็เอาวะเป็นก็เป็น แต่อย่าทำให้น่าเกลียดก็แล้ว ต้องอธิบายสังคมให้ได้
สรุปแม่งก็กลับไปหาบังว่า บังครับที่บังเชิญผมเป็นสนช.นี่ "ผมขอสาม" เพราะพวกผมสมาคมสื่อมี3สมาคมไปไหนไปด้วย ถ้าคนหนึ่งไม่ไป มันก็ไปด้วยกันไม่ได้ บังก็กัดฟันยกให้สามต้องไปตัดโควต้าเด็กเส้นเด็กฝากลงเพียบ เพราะถ้าได้ใจสื่อ ต่อไปอะไรมันก็โล่ง ทำชั่วก็ผ่อนเบา ทำดีแม่งก็ตีปี๊บเชียร์ ปากกาอยู่ในมือพวกมัน...
แต่เรื่องก็ไม่หวานคอเหี้ยซะทีเดียวหรอก...
ความที่มันกระสันก็ดันไปปล่อยข่าวไปทั่วว่า กูจะได้เป็นสนช.กินเงินเดือนแสนสองโว้ย เรื่องมันก็หึ่งออกไป พวกนักข่าวสนามแถวใต้ถุนสภาก็เฮ้ย!นายกสมาคมกูเหี้ยแล้วมั๊ยสัดด ดันมารับใช้ทหารที่ปฏิวัติเข้าไปนั่งในสภาซะเอง แล้วงี้สื่อก็โดนด่าสิว่าตกลงพวกมึงจะเป็นเหี้ยอะไรแน่ระหว่างสื่อกับนักการ เมือง จะเป็นสื่อหรือเป็นเบ๊คณะปฏิวัติ.....ไอ้พวกนี้ก็รวมหัวกันเขียนหนังสือหาง ว่าวส่งไป
ต่อต้านว่า พวกกรูไม่เห็นด้วยที่นายกสมาคมจะไปเป็นสนช.
ไอ้ภัทระก็นะ คนมันเงี่ยนได้ที่หงี่เต็มพิกัด ก็วิ่งหาผู้ใหญ่ในวงการสื่อ เพราะมันเป็นนายกสมาคม แต่เด็กนักข่าวในสนามก่อกบฎเข้าให้แล้ว(ก็มันเหี้ย เขาก็ต้องก่อกบฎ)
ไอ้ผู้ใหญ่ที่ว่าคือหยุ่นเนชั่น แล้วก็พี่มานิจ สุขสมจิตร ผู้อาวุโสจากไทยรัฐ ทำตัวเป็นขาใหญ่เรียกไอ้ภัทระ ไอ้เอ๋ เจ๊หยัดมา แล้วก็เรียกเด็กนักข่าวสนามมากินข้าวเกี่ยเซี้ยกันที่รอยัลพรินเซส ตรงหลานหลวง ฝ่ายนักข่าวสนามก็ยื่นคำขาดให้ถอนตัว ส่วนไอ้ภัทระก็โน้มน้าวว่าให้พวกกูเป็นเหอะน้ะนะๆๆ
แล้วก็มันจะเหลือเรอะ เพราะคนที่บอกว่าเป็นกรรมการกลางอย่างหยุ่นเนชั่นก็รู้อยู่ว่ามันเกลียด เหลี่ยมเป็นขี้ แล้วปฏิวัติคราว19กันยาฯนี่บังก็แค่นอมินีของป๋าเปรม คนสงขลาบ้านเดียวกับหยุ่น เรื่องอะไรจะไปขัดใจป๋า หยุ่นแม่งก็โน้มน้าวโน่นนี่สารพัด สรุปฟันธงว่าพวกมึงนายก3สมาคมเป็นเลย...เชี่ยมั๊ยหละสัดด
ไอ้พวกนักข่าวสนามก็ใบ้แดก เพราะไอ้พวกที่ลงชื่อในบัญชีหางว่าวนี่ก็ลูกน้องกินเงินเดือนหยุ่นซะเยอะ มันก็ไปไม่ถูก เลยบอกงั้นเอางี้ ให้พวกนายกสมาคม3ตัวนี่ลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคมสื่อซะ แล้วก็จะไปเป็นอะไรก็ไป หากไม่ลาออกแล้วถ่างขาควบ2เก้าอี้นี่อย่าเลย พวกกูอายหมามัน....
ไอ้ภัทระกับไอ้เอ๋ก็บอกเอาวะ เอานะเจ๊หยัด ...เจ๊ก็เลยตามเลย กลัวเสียเอกภาพ ความจริงแกก็อยากโดดออกเต็มแก่
เรื่องมันก็ยังไม่จบ มันมีเรื่องทุเรศตามมาอีก คือไอ้ภัทระก็ไปแถลงข่าวลาออก แต่แทนที่จะบอกว่ามันลาออกเป็นไปตามข้อตกลงกับนักข่าวสนามว่าเมื่อมาเป็นสน ช.ก็ต้องลาออกจากนายกสมาคมสื่อ แม่งก็พลิ้วไปอ้างว่าที่ออกเพราะนักข่าวสนามเล่นมัน ด้วยการนำเทปการเกี่ยเซี้ยกันที่รอยัลพรินเซสหลานหลวงมาปูดในที่แจ้ง แบบนี้เสียชื่อสมาคมหมด เลยขอลาออก...ดูมันทำ!
แล้วพอ3ตัวนี่เข้าไปเป็นสนช.มันทำอะไรมั่ง คมช.มันรื้อกฎหมายสมัยจอมพลป.มาใช้ คือก่อนออกหนังสือพิมพ์นี่ให้ส่งสันติบาลตรวจก่อน มันก็นั่งอมสากอยู่เฉยๆ
พอพวกบ้าสถาบันแก้กฎหมายหมิ่น ด้วยการให้เพิ่มบทลงโทษให้หนักข้อขึ้น แล้วก็คลุมไปคุ้มครองประธานองมนตรีด้วย ไอ้ภัทร ไอ้เอ๋นี่แร่ไปเซ็นก่อนเขา...ไอ้เหี้ย!นี่แหละละเมิดเสรีภาพประชาชน ละเมิดเสรีภาพสื่อโคตรๆ เสือกไปเซ็นอย่างเดียวไม่พอ ต่อมาไอ้เอ๋เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงมาเล่นเรื่องนี้ต่อ หลังจากเขาตบรางวัลให้มันเป็นวุฒิสมาชิกอีกตำแหน่ง...หลังจากสนช.หมดวาระลง
หนังสือพิมพ์รุ่นพ่อ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สุภา ศิริมานนท์ อุทธรณ์ พลกุล เขาเคยเอาอาชีพสื่อไปขายกินกับเผด็จการอย่างพวกมึงเหรอไอ้ภัทระ ไอ้เอ๋(เจ๊หยัด ผมไม่ขอด่าแก ถือว่าแกก็ตกกระไดพลอยโจน)...
พวกมึงนี่มันเชี่ยสัดๆจริงๆ
ที่มา บอร์ดฟ้าเดียวกัน
4 พฤษภาคม 2552
หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้ใช้นามปากกาว่า"รักในหลวงห่วงลูก หลาน"ได้เขียนลงในเวบบอร์ดฟ้าเดียวกัน แบบเจาะลึกวงในแวดวงสื่อมวลชนแบบรายตัว อย่างถึงรากถึงโคน และมีรสชาติความมันส์ในสไตล์ดิบเถื่อนฮาร์ดคอร์ ซึ่งไทยอีนิวส์เห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าด้วยเหตุใด สื่อจึงมีบทบาทอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งมีปรากฏการณ์ลำเอียง เคียงข้างเผด็จการต่อต้านประชาธิปไตย โดยได้นำเสนอตามต้นฉบับเดิม แต่เนื่องจากเนื้อหายาวมาก เราจึงจะพิจารณานำเสนอเป็นตอนๆอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณผู้เขียนมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ
ไอ้ดิษฐ์เลขาสมาคมนักข่าวฯ:วีรบุรุษเล้าไก่

ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือ พิมพ์แห่งประเทศไทย(คนเสื้อขาวยืนกลาง)วันไปชวนปู่ชัย ชิดชอบ ประธานสภารณรงค์หยุดทำร้ายประเทศไทย โดยดีเดย์ชักธงหยุดความรุนแรงทั่วประเทศ4พฤษภาคมนี้
ไม่มีใครว่าหรอกครับ และน่าสนับสนุนที่จะรณรงค์หยุดทำร้ายประเทศไทยในวันที่4พฤษภาคมนี้ แต่ปัญหาที่น่าหมั่นไส้ก็คือว่า ไอ้องค์กรที่กำลังรณรงค์ให้ชาวบ้านหยุดทำร้ายประเทศนี่ แม่งเคยได้หันมาดูตัวพวกมันมั่งรึเปล่า ก็พวกมึงนี่แหละเหี้ยตัวพ่อเลยที่กระทำย่ำยีประเทศมาหนแล้วหนเล่า
ยังๆยังไม่รู้ตัวอีก ก็พวกมึงไอ้สมาคมนักข่าวเหี้ยทั้งหลายนี่แหละ รึว่ามึงจะเถียง...
เอาพอหอมปากหอมคอนะ ตัวที่มันกำลังร่วมมือกับดร.ปื๊ดพระปกเกล้า เรื่องหยุดทำร้ายประเทศไทยเนี่ย
คนเป็นคีย์แมนเรื่องนี้มันชื่อไอ้ดิษฐ์ ที่เป็นเลขาสมาคมนักข่าวนะครับ
ไอ้ดิษฐ์นี่เป็นเด็กรุ่นหลังผมหลายปีเหมือนกัน มันเป็นเด็กกิจกรรมรามฯ ทำค่ายชาวเขา แล้วก็เคยไปรณรงค์เรื่องนาเกลือทางภาคอีสาน ตอนนั้นตำรวจทหารล้อมปราบพวกนักศึกษาที่ไปประท้วงนาเกลือ กวาดจับซัก40คนได้
ผู้นำชาวบ้านกลายเป็นฮีโร่ ได้เป็นผู้แทนสารคามหลายสมัยชื่อสุชาติ ศรีสังข์(หลังๆมาเป็นหน่วยแนวหน้าพันธมิตรตอนไปยึดสนามบิน)
พวกเด็กๆรามเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นพรรคพวกนักศึกษาโดนกวาดจับตีหัวร้างข้างแตก แต่ไอ้ดิษฐ์สวมบทผู้นำนักศึกษาหนีรอดไปหลบในเล้าไก่ชาวบ้าน ยังโดนอำขี้แตกมาจนป่านนี้
มันเคยมาสมัครงานนักข่าวกับผมซัก15ปีมานี่แหละครับ ผมดูแล้วแม่งพูดไทยกลางยังไม่ชัด ทองแดงมาก ผมก็เลยบอกมึงไปหาเอาข้างหน้าก่อนป้ะ มันเลยไปได้งานมติชน แล้วต่อมาอยู่บางกอกโพสต์ ยังงงอยู่ว่าแค่ภาษาไทยกลางก็ไม่รอดแล้ว เสือกไปอยู่ฉบับภาษาฝรั่งอีก ไอ้ห่า
อาศัยความเป็นนักกิจกรรมเก่า มันไปเข้าสมาคมนักข่าว เลยได้ผูกขาดเป็นเลขาฯ แต่น่าผิดหวังอยู่หน่อยตรงที่ว่าเวลามันออกแถลงการณ์ทีมักจะไว้หน้าพวก พันธมิตร ผมเคยถามว่าทำไมมึงทำตัวยังงี้ มันบอกพี่ผมเกรงใจมันพวกเดียวกันคนปักษ์ใต้ทั้งนั้น แต่ทีพวกเสื้อแดงนี่มันใส่ไม่ยั้ง เพราะไม่ใช่พวกมัน ตอนอยู่รามมันก็เชียร์พรรคสาน คู่แข่งพรรคของไอ้ตู่จตุพร ส่วนณัฐวุฒิก็เด็กรุ่นหลังมัน เลยไม่ต้องเกรงใจ
ตอนพันธมิตรชุมนุมมันก็เลยออกแนวเชียร์ ออกแถลงการณ์ไล่รัฐบาลเหลี่ยมออก ให้ตั้งนายกฯมาตรา7 กูถามหน่อยมันธุระอะไรของนักข่าว เสือกทำตัวเป็นข่าวซะเอง
รัฐบาลสมัคร สมชายออกพรก.ฉุกเฉินมันรีบแร่ออกแถลงการณ์ว่ารัฐห้ามทำร้ายม็อบ แล้วไล่รัฐบาลออก แต่พอม็อบยึดทำเนียบ ยึดสนามบินแม่งเฉย ขนาดไปยึดโทรทัศน์NBTแม่งก็ออกแถลงการณ์ด่าพันธมิตรแบบเสียไม่ได้ ด่าแบบขอไปที
แต่พอเสื้อแดงนี่แม่งเอาใหญ่ อภิสิทธิ์ประกาศฉุกเฉิน แม่งออกแถลงการณ์เลยอนุญาตรัฐใช้กำลังปราบ แต่ปราบอย่าให้เจ็บตายนะ กูกลัวเลือด...ดูความกระแดะของพวกมัน พอรัฐปราบเสื้อแดงเสร็จ มันก็ออกแนวรณรงค์รักสันติภาพ หยุดทำร้ายประเทศไทย...เชี่ยมั้ยหละสัดด!!?
ก็พวกมึงแหละไอ้ดิษฐ์ นักข่าวนี่แหละตัวเหี้ยเลยในการทำร้ายประเทศไทย พวกมึงเก็บกวาดขยะที่ทำเรี่ยราดก่อน แล้วค่อยไปบอกชาวบ้าน
ทุเรศ
ภัทระ คำพิทักษ์ :ผู้ทำลายเกียรติภูมิสื่อลงราบคาบใต้ตีนเผด็จการ

สรุปภัทระแม่งก็กลับไปหาบังว่า บังครับที่บังเชิญผมเป็นสนช.นี่ "ผมขอสาม" เพราะพวกผมสมาคมสื่อมี3สมาคมไปไหนไปด้วย ถ้าคนหนึ่งไม่ไป มันก็ไปด้วยกันไม่ได้..บังก็กัดฟันยกให้สาม ต้องไปตัดโควต้าเด็กเส้นเด็กฝากลงเพียบ เพราะถ้าได้ใจสื่อ ต่อไปคมช.จะทำเหี้ยอะไรมันก็จะได้โล่ง ทำชั่วก็ผ่อนเบา ทำดีแม่งก็ตีปี๊บเชียร์ เพราะปากกาอยู่ในมือพวกมัน...
แต่เรื่องก็ไม่หวานคอเหี้ยซะทีเดียวหรอก!
ภัทระ คำพิทักษ์นี่รุ่นหลังครับ ส่วนตัวเลยไม่ได้รู้จักกัน
แต่แวดวงนักข่าวสนามเด็กๆรุ่นหลังมันถึงกับสาปส่งไอ้เหี้ยนี่ เพราะมันเต็มไปด้วยความหน้าด้าน เอาความเป็นสื่อไปขายกินกับเผด็จการ เขาต่อต้านว่าทำความเสียหมาให้สื่อมวลชน มันเสือกโยนขี้ให้เขา...
ไม่เคยมียุคไหนที่สมาคมนักข่าวจะตกต่ำเท่ากับยุคภัทระเป็นนายกสมาคมครับ รุ่นพ่อรุ่นพี่เขาทำเอาไว้พังตอนมันเป็น มีที่ไหนแทนที่จะให้สื่อเป็นกลาง หรือวางตัวเป็นกลาง สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยยุคภัทระเป็นนายกฯ ดันไปออกแถลงการณ์ไล่ทักษิณออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บอกว่าหมดความชอบธรรมแล้ว ให้แต่งตั้งนายกฯใหม่ตามมาตรา7
พอเกิดการรัฐประหาร19กันยายน แทนที่ว่าจะต่อต้านหรือไม่งั้นก็นั่งอยู่เฉยๆ ไอ้ภัทระนี่แทบจะเรียกได้ว่าหอบกระเช้าดอกไม้ไปแสดงความยินดีเลยก็ว่าได้ แต่อ้างว่าไปหารือกับบังสนธิเรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน
คือตอนเกิดปฏิวัติ19กันยาใหม่ๆนี่บังสั่งเลยว่าห้ามสื่อออกข่าวทักษิณเด็ด ขาด แต่ไม่ได้ออกกฎหมายห้ามหรอกนะ ขอให้ใช้วิจารณญาณกันเอง แต่หากพวกสื่อใช้วิจารณญาณไม่เป็น เดี๋ยวบังจะใช้แทน....ทียังงี้หละหงอ ไม่มีแถลงการณ์ด่าซักแอะว่าคุกคามสื่อ
พอภัทระเข้าไปหาบัง บังก็ลูบหลังลูบไหล่ว่าแหม่ ทหารคมช.กับสื่อพวกเดียวกัน เรื่องที่ว่าบังจะใช้วิจารณญาณแทนหนะ อ่ะ!ล้อเล่ง เอางี้มาช่วยชาติบ้านเมืองกันดีกว่า พอดีจะตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)อยู่มาช่วยๆกัน จะตั้งให้ภัทระเป็นสนช.
คือโดยปกติอาชีพสื่อนี่ไม่เคยนะครับที่จะร่วมมือกับฝ่ายอำนาจฝ่ายการเมือง กันแบบนี้ ยิ่งเป็นตัวแทนสื่อแล้วแม่งน่าเกลียด ก็ถึงขั้นที่ว่ามีการเขียนในข้อกำหนดว่าห้ามนักข่าวไปดำรงตำแหน่งการเมือง
แต่ไอ้เหี้ยนี่เสือกหน้าด้านอยากเป็นขึ้นมา แต่จะเป็นคนเดียวแม่งก็จะน่าเกลียด เลยทำฟอร์มว่าขอไปปรึกษาพรรคพวกหน่อยนะท่านบัง เสร็จก็มาล็อบบี้นายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ คือไอ้เอ๋สมชาย แล้วก็เจ๊หยัดตอนนั้นเจ๊เป็นประธานสภาการหนังสือพิมพ์ ไอ้เหี้ยนี่ก็ไปโน้มน้าวว่า ตอนทักษิณนี่พวกเราโดน"คุกคามสื่อ"เยอะ มาตอนคมช.ปฏิวัติก็บอกให้พวกเราใช้วิจารณญาณห้ามออกข่าวเหลี่ยมเด็ดขาด หากใครฝืนออกบังมันจะมาใช้วิจารณญาณแทนพวกเราคือสั่งปิดหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ
นี่บังเขาก็มีไมตรีเชิญไปเป็นสนช. ก็เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้เข้าไปปกป้องไม่ให้คุกคามสื่อ เพราะมันมีกฎหมายเยอะแยะ อย่างน้อยพวกเราก็จะได้ท้วงหากกฎหมายไหนออกมาคุกคามสื่อ....(ดูมันตอแหล!)
เจ๊หยัด(บัญญัติ ทัศนียเวช)วงการรุ่นหลังเขาเรียกป้าหยัด แต่ผมเรียกเจ๊หยัดก็บอกว่าชั้นไม่เอาด้วยหรอก สื่อที่ไหนเคยไปเป็นตำแหน่งการเมืองแบบนี้ มันมีconflict of interest เธอว่าไงเอ๋?(หันมาถามสมชาย นายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์) ไอ้เอ๋แม่งแสบครับ แทนที่จะค้านเหมือนเจ๊หยัด ดันข้างๆคูๆเข้าข้างไอ้ภัทระ เลยเสร็จโจร...
เจ๊หยัดก็ตกกระไดพลอยโจร คือหากจะเป็นก็ต้องเป็นทั้ง3สมาคม หากเจ๊หยัดถอน ไอ้2ตัวนั่นอดแดกไปด้วย แกก็ไม่อยากมีปัญหากับเด็กรุ่นหลัง ก็เอาวะเป็นก็เป็น แต่อย่าทำให้น่าเกลียดก็แล้ว ต้องอธิบายสังคมให้ได้
สรุปแม่งก็กลับไปหาบังว่า บังครับที่บังเชิญผมเป็นสนช.นี่ "ผมขอสาม" เพราะพวกผมสมาคมสื่อมี3สมาคมไปไหนไปด้วย ถ้าคนหนึ่งไม่ไป มันก็ไปด้วยกันไม่ได้ บังก็กัดฟันยกให้สามต้องไปตัดโควต้าเด็กเส้นเด็กฝากลงเพียบ เพราะถ้าได้ใจสื่อ ต่อไปอะไรมันก็โล่ง ทำชั่วก็ผ่อนเบา ทำดีแม่งก็ตีปี๊บเชียร์ ปากกาอยู่ในมือพวกมัน...
แต่เรื่องก็ไม่หวานคอเหี้ยซะทีเดียวหรอก...
ความที่มันกระสันก็ดันไปปล่อยข่าวไปทั่วว่า กูจะได้เป็นสนช.กินเงินเดือนแสนสองโว้ย เรื่องมันก็หึ่งออกไป พวกนักข่าวสนามแถวใต้ถุนสภาก็เฮ้ย!นายกสมาคมกูเหี้ยแล้วมั๊ยสัดด ดันมารับใช้ทหารที่ปฏิวัติเข้าไปนั่งในสภาซะเอง แล้วงี้สื่อก็โดนด่าสิว่าตกลงพวกมึงจะเป็นเหี้ยอะไรแน่ระหว่างสื่อกับนักการ เมือง จะเป็นสื่อหรือเป็นเบ๊คณะปฏิวัติ.....ไอ้พวกนี้ก็รวมหัวกันเขียนหนังสือหาง ว่าวส่งไป
ต่อต้านว่า พวกกรูไม่เห็นด้วยที่นายกสมาคมจะไปเป็นสนช.
ไอ้ภัทระก็นะ คนมันเงี่ยนได้ที่หงี่เต็มพิกัด ก็วิ่งหาผู้ใหญ่ในวงการสื่อ เพราะมันเป็นนายกสมาคม แต่เด็กนักข่าวในสนามก่อกบฎเข้าให้แล้ว(ก็มันเหี้ย เขาก็ต้องก่อกบฎ)
ไอ้ผู้ใหญ่ที่ว่าคือหยุ่นเนชั่น แล้วก็พี่มานิจ สุขสมจิตร ผู้อาวุโสจากไทยรัฐ ทำตัวเป็นขาใหญ่เรียกไอ้ภัทระ ไอ้เอ๋ เจ๊หยัดมา แล้วก็เรียกเด็กนักข่าวสนามมากินข้าวเกี่ยเซี้ยกันที่รอยัลพรินเซส ตรงหลานหลวง ฝ่ายนักข่าวสนามก็ยื่นคำขาดให้ถอนตัว ส่วนไอ้ภัทระก็โน้มน้าวว่าให้พวกกูเป็นเหอะน้ะนะๆๆ
แล้วก็มันจะเหลือเรอะ เพราะคนที่บอกว่าเป็นกรรมการกลางอย่างหยุ่นเนชั่นก็รู้อยู่ว่ามันเกลียด เหลี่ยมเป็นขี้ แล้วปฏิวัติคราว19กันยาฯนี่บังก็แค่นอมินีของป๋าเปรม คนสงขลาบ้านเดียวกับหยุ่น เรื่องอะไรจะไปขัดใจป๋า หยุ่นแม่งก็โน้มน้าวโน่นนี่สารพัด สรุปฟันธงว่าพวกมึงนายก3สมาคมเป็นเลย...เชี่ยมั๊ยหละสัดด
ไอ้พวกนักข่าวสนามก็ใบ้แดก เพราะไอ้พวกที่ลงชื่อในบัญชีหางว่าวนี่ก็ลูกน้องกินเงินเดือนหยุ่นซะเยอะ มันก็ไปไม่ถูก เลยบอกงั้นเอางี้ ให้พวกนายกสมาคม3ตัวนี่ลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคมสื่อซะ แล้วก็จะไปเป็นอะไรก็ไป หากไม่ลาออกแล้วถ่างขาควบ2เก้าอี้นี่อย่าเลย พวกกูอายหมามัน....
ไอ้ภัทระกับไอ้เอ๋ก็บอกเอาวะ เอานะเจ๊หยัด ...เจ๊ก็เลยตามเลย กลัวเสียเอกภาพ ความจริงแกก็อยากโดดออกเต็มแก่
เรื่องมันก็ยังไม่จบ มันมีเรื่องทุเรศตามมาอีก คือไอ้ภัทระก็ไปแถลงข่าวลาออก แต่แทนที่จะบอกว่ามันลาออกเป็นไปตามข้อตกลงกับนักข่าวสนามว่าเมื่อมาเป็นสน ช.ก็ต้องลาออกจากนายกสมาคมสื่อ แม่งก็พลิ้วไปอ้างว่าที่ออกเพราะนักข่าวสนามเล่นมัน ด้วยการนำเทปการเกี่ยเซี้ยกันที่รอยัลพรินเซสหลานหลวงมาปูดในที่แจ้ง แบบนี้เสียชื่อสมาคมหมด เลยขอลาออก...ดูมันทำ!
แล้วพอ3ตัวนี่เข้าไปเป็นสนช.มันทำอะไรมั่ง คมช.มันรื้อกฎหมายสมัยจอมพลป.มาใช้ คือก่อนออกหนังสือพิมพ์นี่ให้ส่งสันติบาลตรวจก่อน มันก็นั่งอมสากอยู่เฉยๆ
พอพวกบ้าสถาบันแก้กฎหมายหมิ่น ด้วยการให้เพิ่มบทลงโทษให้หนักข้อขึ้น แล้วก็คลุมไปคุ้มครองประธานองมนตรีด้วย ไอ้ภัทร ไอ้เอ๋นี่แร่ไปเซ็นก่อนเขา...ไอ้เหี้ย!นี่แหละละเมิดเสรีภาพประชาชน ละเมิดเสรีภาพสื่อโคตรๆ เสือกไปเซ็นอย่างเดียวไม่พอ ต่อมาไอ้เอ๋เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงมาเล่นเรื่องนี้ต่อ หลังจากเขาตบรางวัลให้มันเป็นวุฒิสมาชิกอีกตำแหน่ง...หลังจากสนช.หมดวาระลง
หนังสือพิมพ์รุ่นพ่อ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สุภา ศิริมานนท์ อุทธรณ์ พลกุล เขาเคยเอาอาชีพสื่อไปขายกินกับเผด็จการอย่างพวกมึงเหรอไอ้ภัทระ ไอ้เอ๋(เจ๊หยัด ผมไม่ขอด่าแก ถือว่าแกก็ตกกระไดพลอยโจน)...
พวกมึงนี่มันเชี่ยสัดๆจริงๆ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น