ที่มา
ประชาไท
การทุบตึกกลุ่มอาคารศาลฎีกานั้
นเป็นประเด็นมานานพอสมควรและแล้
วเรื่องก็เงียบหายไปนานพอสมควร เนื่องจากทางศาลนั้นยังมิได้
ดำเนินการใดๆ แต่เรื่องนี้กลับตกเป็นที่ถกเถี
ยงของสังคมอีกครั้ง เพราะทางศาลฎีกานั้นได้ดำเนิ
นการรื้อถอนโครงสร้
างโดยกระทำอย่างแนบเนี
ยนโดยดำเนินการทุบจากภายในก่อน(
1) และเมื่อมีการรื้อถอนให้เห็
นจากภายนอกแล้ว ทำให้กลุ่มอนุรักษ์และนักวิ
ชาการ(2)รวมตัวยื่นเอกสารให้
ทางศาลระงับการทุบตึกเสียก่อน แต่จนบัดนี้ ทางศาลก็คงดำเนินการต่อไป โดยยืนยันว่าปฏิบัติตามกฎหมาย(
3) ถึงแม้ว่า ทางกรมศิลปากรจะส่งหนังสือไปยั
งศาลและแจ้งความดำเนินการต่
อตำรวจ ซึ่งเป็นเหตุซึ่งหน้า แต่ทางตำรวจก็มิได้ดำเนินการให้
ระงับการทุบทำลาย
ประเด็นนี้ สะท้อนความรู้และความตระหนั
กของทั้งสองฝ่ายที่ต่างกั
นโดยทางศาลฎีกาตระหนักถึ
งความปลอดภัยและประโยชน์ใช้
สอยโดยให้ทางศูนญ์บริการทางวิ
ชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลั
ย(4)เป็นผู้กระทำการศึ
กษาอาคารและเมื่อทำการศึกษาแล้
วทางศาลก็ใช้หลักฐานนี้ เพื่อทำการรื้อแล้วสร้างใหม่ เพราะอาคารเหล่านี้เสื่อมสภาพมี
ความแตกร้าวและไม่ปลอดภัย ถ้าหากยังใช้อาคารนี้ แต่นายชาตรี ประกิตนนทการ อาจารย์ประจำคณะสถาปั
ตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้กล่าวว่า ผลการศึกษาของศูนย์บริการวิ
ชา
การแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปรากฎว่า ศาลไม่อยู่ในสภาพที่จะพัง
นายชาตรีได้กล่าวเสริมอีกว่า ถึงแม้ว่า จะมีการศึกษา เมื่อปี 2550
มีความเสื่อมสภาพตามอายุ แต่ไม่เสื่อมสภาพเกินกว่าบู
รณะซ่อมแซม(5) สอดคล้องกับนายสุวิชญ์ รัศมีภูมิ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ตึกกระทรวงกลาโหมที่มีโครงสร้
างก่ออิฐถือปูนที่สร้างสมัยรั
ชกาลที่ 5 ยังสามารถดำรงอยู่ได้จนปัจจุบั
นโดยการบูรณะและท่านได้กล่าวอี
กว่า กลุ่มอาคารศาลฎีกานั้นมีความแข็
งแรงยิ่งกว่าตึ
กกระทรวงกลาโหมเสียอีก เนื่องจากโครงสร้างของกลุ่
มอาคารศาลฎีกานั้นเป็
นแบบคอนกลรีตเสริมเหล็ก(6)
ประเด็นต่อมา คือ ประเด็นทางด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองทางด้
านประวัติศาสตร์กั
บความทรงจำโดยมีการปลูกฝั
งโดยชนชั้นนำไทย อย่างเช่น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช(7) ทั้งทางด้านความคิดและวัฒนธรรม ซึ่งปรากฎอย่างชัดเจนหลังการโต้
อภิวัฒน์การปกครอง พ.ศ.2475 (8)โดยสอดคล้องกับการเรียนประวั
ติศาสตร์ที่ยึดโยงกับกลุ่มเจ้
านายเป็นหลักโดยมีกลุ่มเจ้
านายเป็นพระเอก และ ข้าราชบริพารนั้นเป็นผู้สนับสนุ
นกลุ่มเจ้านายโดยได้รับความดีึ
วามชอบ แต่คุณูปการนั้นก็มิอาจเทียบกั
บกลุ่มเจ้านายได้ และที่สำคัญ ตือ คณะราษฎร ถึงแม้ว่าจะไม่มีการกล่าวร้
ายในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์
ภาคบังคับโดยตรง แต่ก็มักจะมีการกล่าวร้ายแก่
คณะราษฎรนอกบทเรียนต่างๆนานา ซึ่งคณะราษฎรมีความแตกแยกและได้
กระทำการผิดพลาดต่างๆนานาจริง แต่ก็มิได้กล่าวถึงความดี
ความชอบของคณะราษฎร(9) ซึ่งอาจจะเป็นความบังเอิญหรื
อจงใจที่จะเลือกที่จะพูดสิ่งหนึ
่งและไม่พูดอีกสิ่งหนึ่งโดยใช้
มาตรฐานที่ไม่เท่าเทียมกัน
กลุ่มอาคารศาลฎีกา โดยเดิมทีนั้น เป็นที่ทำการศาลอุทธรณ์ ศาลอาญา และศาลฎีกา ออกแบบโดยพระสาโรชนิมมานก์ ซึ่งอาคารนั้นเป็นสถาปั
ตยกรรมสมัยใหม่(10) ทำพิธีเปิดเมื่อ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2486 ซึ่งวันเปิดนั้นมีความเชื่
อมโยงกับวันที่ก่อการเปลี่
ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเสา 6 ต้น ที่อาคารศาลฎีกานั้นแสดงให้เห็
นถึงสัญลักษณ์ตามหลัก 6 ประการของคณะราษฎร และ มีอาคารที่เป็นที่ระลึกที่ได้
เอกราชทางศาลหลังแก้สนธิสั
ญญาเบาริ่ง(11)
สมัยที่คณะราษฎรยังมีอำนาจนั้นมีการสร้างโครงการขนาดใหญ่ เพื่อตอกย้ำความก้าวหน้าที่ได้ระบอบ
ประชาธิปไตย อย่างเช่น อนุสาวรียประชาธิไตย โรงแรมรัตนโกสินทร์
โรงแรมสุริยานนท์ ศาลาเฉลิมไทย ห้างไทยนิยม ตึกโดมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ(อนุสาวรีย์ปราบกบฎบวรเดช)
แต่การลดทอนทางประวัติศาสตร์ก็ปรากฎขึ้น เช่น อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ บัดนี้ ทุกคนเข้าใจว่าเป็นอนุสาวรีย์หลักสี่โดยน้อยคนนักที่จะรู้ภูมิหลัง การทุบศาลาเฉลิมไทย(12)ที่ริอาจเทียบรัศมีศาลาเฉลิมกรุง บัดนี้กลายเป็นลานมหาเจษฎาบดินทร์ โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า หลังจากทุบศาลาเฉลิมไทยก็เป็นลานที่ไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆและก็มิได้มีปฏิสัมพันธ์กับประชาชน ซึ่งแตกต่างเมื่อครั้งยังมีศาลาเฉลิมไทยและเหยื่อรายล่าสุดที่เป็นประวัติศาสตร์ที่ยึดโยงคณะราษฎร คือ อาคารชุดศาลฎีกา
เนื่องจากข้อมูลทางประวัติ
ศาสตร์ของทั้งสองฝ่ายนั้นแตกต่
างกันโดยทางศาลเลือกที่จะเก็
บอาคารหลังพระรูป(อาคาร 1) (13) ซึ่งสร้างเมื่อครั้นพระเจ้
าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้ารพีพั
ฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์(14) ครั้นยังทรงเป็นเสนาบดี
กระทรวงยุติธรรม แต่เลือกที่ทำลาย(15)อาคารด้
านถนนราชดำเนิน(อาคาร 3) และอาคารด้านริมคลอง(อาคาร 2) ซึ่งเป็นอาคารที่มีความยึดโยงกั
บคณะราษฎรและเป็นที่ระลึกที่ได้
เอกราชทางการศาลโดย นายชาตรี ประกิตนนทการ กล่าวไว้อีกว่า อาคารหลังนี้มีคุณค่าที่จะเก็
บและมีหลักฐานที่บ่งบอกความสำคั
ญจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ แต่อย่างไรก็ตามศาลก็ดำเนิ
นการต่อโดยไม่สนกระแสทัดทาน(16)
ในด้านความชอบธรรมทางด้านกฎหมายนั้น ศาลยืนยันว่า ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย(17) ถึงแม้ว่าอธิบดีกรมศิลปากรได้ทำหนังสือที่ให้ระงับการรื้อถอนไปยังศาล แต่ศาลก็ใช้บันทึกข้อความจากผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี กรมศิลปากรเป็นบรรทัดฐานที่ให้ทุบทั้งสองตึก(18) ซึ่งสะท้อนความผิดพลาดและการไม่รู้ข้อมูลซึ่งกันและกันภายในกรมศิลปากร และการที่สร้างกลุ่มอาคารศาลฎีกาใหม่แทนนั้น มีความสูง 32 เมตร ถึงแม้ว่าจะมีการอนุมัติเป็นกรณีพิเศษจากมติคณะรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็นับเป็นการไม่ให้เกียรติสถานที่ราชการใกล้เคียงที่ปฏิบัตืตามกฎหมายกำหนดอาคารในบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ชั้นในอย่างเคร่งครัด
เชิงอรรถ
(1)สัมภาษณ์ นายชาตรี ประกิตนนทการ
(2)มติชนออนไลน์
นักอนุรักษ์ อาจารย์สภาปัตย์ รวมตัวยื่นศาลฎีกาวิงวอนให้ยุติทุบตึกชี้คุณค่าประวัติศาสตร์
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1357896240&grpid=00&catid=00 เผยแพร่วันที่ 11 มกราคม 2556 เวลา 17.23.27 น.
(3)ดาวน์
โหลดจากfacebookของกองสารนิ
เทศและประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลยุติธรรม เผยแพร่วันที่ 8 มกราคม 2556
(4)มติชนออนไลน์
"อาจารย์สถาปัตย์ฯ" ร่อนจดหมายเปิดผนึก 5 ข้อ ถามศาล-กรมศิลป์ฯ ความชอบธรรมทุบตึกเก่าศาลฎีกา
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1356077506&grpid=00&catid=00 เผยแพร่วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555 เวลา 15:46:00 น.
(5)ดร.สุวิชญ์ รัศมีภูมิ กล่าวใน
รายการ คม ชัด ลึก ตอน พิพากษา...ศาลฎีกา http://www.youtube.com/watch?v=hJv1Ufeqlzk
(6)อ้างแล้วจากข้อ (5)
(7)เว็บไซด์ของนิตยสาร สารคดี,โลกใบใหญ่ สถาปัตยกรรม-มรดก
2475:สถาปัตยกรรมคณะราษฎร, ไม่ปรากฎเวลาเผยแพร่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ กล่าวว่า
"สำหรับศิลปกรรมของไทยหลัง 2475 นั้น ถ้าจะพูดกันตามตรง
พูดกันด้วยความรักชาติตามสมควร ก็จะต้องบอกว่าเป็นยุคของศิ
ลปกรรมที่เสื่อมโทรมที่สุด คือ ไม่มีศิลปกรรมไทยเกิดขึ้นในยุ
คนี้..."
http://www2.sarakadee.com/web/modules.php?name=Section&op=viewarticle&artid=946 หลังจากเปิดล่าสุดก็ไม่ปรากฎแล้ว
(8)
สัมภาษณ์ รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ – เหลียวหลังแลหน้าประชาธิปไตยไทย 80 ปี ttp://
www.sarakadee.com/2012/07/19/worajet/#sthash.m8To0l6x.dpuf
(9)
ใจ อึ๊งภากรณ์,24 มิ.ย. 2475 นิยายและความจริง,
http://prachatai.com/journal/2009/06/24767
(10)อ้างแล้ว (2)
(11)อ้างแล้ว (7)
(12)
ประวัติศาลาเฉลิมไทย,http://vintageancient.blogspot.com/2010/12/blog-post_12.html
(13)
ดาวโหลดเอกสารจากfacebookของกอง
สารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลยุติธรรม
บันทึกข้อความ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานศาลฎีกามอบหมายเกี่ยวกับการเจรจาสร้างศาลฎีกา เผยแพร่
วันที่ 7 มกราคม 2556 เอกสารชิ้นนี้ทางกรมศิลปากร โดย ผอ.สำนักโบราณคดี ให้ลงแท่นอาคารด้านริมคลอง(
อาคาร 1)และอาคารด้านถนนราชดำเนิน(
อาคาร 3) โดยคงเหลืออาคารหลังพระรูปไว้ ขัดแย้งกับ
คำชี้แจง อาคารศาลฎีกาเป็นโบราณสถานตามพระราชบัญญัติโบราณสถานหรือไม่ เผยแพร่วันที่ 8 มกราคม 2556 รื้อถอนอาคารเก่าทั้ง 2 หลัง โดยอาคารหลังแรกเป็นอาคารศาลยุ
ติธรรม ตั้งอยู่บริเวณหลังอนุสาวรีย์
พระองค์เจ้ารพีพัฒน์ฯ และหลังที่ 2 เป็นอาคารศาลอาญากรุงเทพใต้ที่
ติดอยู่กับคลองหลอด เมื่อเทียบกับ
บันทึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน้
า 315 เผยแพร่วันที่ 25 ธันวาคม 2555
"
www.coj.go.th/coj2008/download/supremecourtbuilding.pdf"กับการดำเนินการรื้อถอนจริ
งก้ยังคงเป้นอาคารศาลยุติ
ธรรมหลังพระรูป
(14)
บันทึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน้า 315 อ้างแล้ว (13)
(15)อ้างแล้ว (13)
(16)อ้างแล้ว (1) (2) (4) (5) (7)
(17)
คำชี้แจง อาคารศาลฎีกาเป็นโบราณสถานตามพระราชบัญญัติโบราณสถานหรือไม่ อ้างแล้ว (13)
(18)อ้างแล้ว (4)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น