เมื่อเวลา 17.08 น. วันที่ 8 ส.ค.
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี
ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พร้อมด้วยอธิบดีที่เกี่ยวข้องรวม 7 กรม
เดินทางไปที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
ร่วมกิจกรรมอนุรักษ์เนื่องในโอกาสมหามงคล
12 สิงหาฯมหาราชินี และดูโครงการ
ฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติ
ฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติ
ป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
โดยมีนายวีระ ศรีวัฒนตระกูล
ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร นายอำเภอกุยบุรี
นายปรีชา วิทยพันธุ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้ประสานงานประจำสำนักนายก ฯ
และชาวบ้านในพื้นที่ใส่เสื้อแดงจำนวนมาก ให้การต้อนรับ
กลุ่มผู้เลี้ยงโคนมประจวบคีรีขันธ์
มอบหมวกคาบอยให้กับนายกรัฐมนตรี
จากนั้นผู้สนับสนุนมอบดอกไม้เพื่อให้กำลังใจ
ซึ่งนายวีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
มอบภาพถ่ายโขลงช้างป่ากุยบุรี
ให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
และนำคณะเดินทางเข้าสู่พื้นที่ป่ากุยบุรี
ในขณะเดินทางมีช้างป่าจำนวน 8 ตัว
กำลังกินหญ้าอยู่บริเวณป่ายางยี่สิบต้น
ทำให้นายกรัฐมนตรีมีสีหน้าตื่นเต้นเมื่อเห็นช้างป่า
จากนั้นเมื่อรถออกเดินทางต่อประมาณ 200 เมตร
พบกับกระทิงโทน ตัวใหญ่น้ำหนักกว่า 1 ตัน
กำลังเดินกินหญ้าตัดหน้ารถนายกรัฐมนตรี
โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชี้ให้บรรดาสื่อมวลชนที่นั่งรถตามมาได้เห็น
จนกระทั่งคณะได้เดินทางต่อไปยังบริเวณหน้าผา
ซึ่งเป็นจุดชมสัตว์ป่า พบกับฝูงกระทิงฝูงใหญ่
จำนวนประมาณ 50 ตัว
จำนวนประมาณ 50 ตัว
กำลังเดินกินหญ้าที่อุทยาน ฯ ได้ปลูกไว้
นายกฯ ถึงกับตะลึง และกล่าวว่า
เคยเห็นแต่ในต่างประเทศ
เคยเห็นแต่ในต่างประเทศ
บางประเทศที่มีสัตว์ป่าอยู่
แต่ไม่มากเหมือนกับที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
แต่ไม่มากเหมือนกับที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร นายอำเภอกุยบุรี กล่าวว่า
การประสบความสำเร็จของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
ในการอนุรักษ์ช้างป่าและสัตว์ป่าดีเยี่ยมระดับประเทศ
และระดับสากลด้วยสถิติไม่มีช้างป่าถูกล่า
จากขบวนการค้าสัตว์ป่าตลอดระยะเวลา 3 ปี
ตั้งแต่ปี 2554 รวมถึงประสบผลสำเร็จจัดการปัญหา
ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า
และเกิดแนวร่วมอนุรักษ์สัตว์ป่าในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ทั้งภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน เอกชน และประชาชน
เนื่องจากมีการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ในรูปแบบเครือข่าย
องค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี
นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วย
หน่วยงานภาครัฐทั้งฝ่ายอนุรักษ์ ฝ่ายความมั่นคง
และฝ่ายปกครอง 10 องค์กร องค์กรพัฒนาเอกชนในประเทศ
และระหว่างประเทศ 2 องค์กร ภาคเอกชน 1 องค์กร
จนทำให้อุทยานแห่งชาติกุยบุรีได้รับการยอมรับว่าเป็น
"กุยบุรีซาฟารีแห่งเมืองไทย"
เป็นแหล่งดูช้างป่าและกระทิงในธรรมชาติ
ที่ดีที่สุดของประเทศไทย
ที่ดีที่สุดของประเทศไทย
โดยมีการบริหารจัดการให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วม
และสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนท้องถิ่น
และกายเป็น"กุยบุรี โมเดลในปัจจุบัน
ที่หลายพื้นที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาระหว่างคนกับช้างป่าได้
ด้านนายปรีชา วิทยพันธุ์
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวว่า
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวว่า
ผืนป่ากุยบุรี ที่มีอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
มีพื้นที่ประมาณ 750,000 ไร่
มีพื้นที่ประมาณ 750,000 ไร่
ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับพื้นที่เกาะฮ่องกง
ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยตามธรรมชาติของช้างป่าที่สำคัญ
ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีช้างป่าอาศัยอยู่ไม่ต่ำกว่า 230 ตัว
รวมทั้งสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในระดับโลก
อาทิ เสือโคร่ง กระทิง วัวแดง และสมเสร็จ
ล่าสุดยืนยันจำนวนประชากรกระทิงไม่ต่ำกว่า 150 ตัว
ออกหากินต่อเนื่องในพื้นที่ปรับปรุง
แหล่งอาหารสัตว์ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
แหล่งอาหารสัตว์ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี
พร้อมคณะเดินทางไปร่วมกิจกรรม
พร้อมคณะเดินทางไปร่วมกิจกรรม
ปลูกต้นไม้สร้างบ้านสัตว์ป่า
ปลูกหญ้าทำโป่งเทียมสร้างแหล่งอาหารสัตว์ป่า
ปลูกหญ้าทำโป่งเทียมสร้างแหล่งอาหารสัตว์ป่า
สร้างโป่งเทียมสูตรเหนือล้อที่เคยไปสร้างไว้
จนประสบผลสำเร็จ และเปิดกรงส่งสัตว์ป่าคืนวนา
เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์ป่าและสร้างผืนป่าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
จนประสบผลสำเร็จ และเปิดกรงส่งสัตว์ป่าคืนวนา
เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์ป่าและสร้างผืนป่าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น