“น่าเป็นห่วง” เป็นอย่างยิ่งว่า การนำเสนอของ
“พรรคฝ่ายค้าน” ที่โยงทั้ง “สองเวที”
ที่เป็น “คนละเวที” ให้เป็น “เวทีเดียวกัน” นั้น
เป็น “ความเข้าใจผิด” หรือ เป็น
“ความพยายามเข้าใจผิด” กันแน่ !!!
“คนละเวที”
โดย น.ส. ชยิกา วงศ์นภาจันทร์
(วันที่ 15 สิงหาคม 2556)
วัน ที่ 3 สิงหาคม 2556 น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีความพยายามในการเสนอ “ทางออกประเทศไทย” ภายหลังจาก “สังคมไทย” ต้องเผชิญวิกฤตความขัดแย้งมายาวนานกว่า 8 ปี
ซึ่ง ตลอดเวลา “ประชาชนไทย” ต้องเผชิญกับ ความแตกแยก ขาดความสามัคคี ความรุนแรงที่เกิดขึ้น รวมไปถึงต้องหวาดผวากับ “ข่าวลือปฏิวัติ” ที่แพร่สะพัด “คู่ขนาน” กับ “ความขัดแย้ง” ที่ดูเหมือนจะไม่มีทีท่าว่าจะลดราวาศอก ส่งผลกระทบต่อการเดินหน้าของประเทศ ระบบเศรษฐกิจ ดัชนีหุ้นตกระนาว นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น
โดย “ทางออกประเทศไทย” ที่ “นายกรัฐมนตรี” ได้นำเสนอนั้นหวังเพียงว่า “ให้ทุกฝ่ายมาหารือร่วมกัน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการเมือง ร่วมกันคิดว่าเราจะวางอนาคตบ้านเมืองอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นภาระของลูกหลาน อันจะเป็นพื้นฐานของความร่วมมือในการพัฒนาชาติ สร้างความไว้วางใจ และความเปลี่ยนแปลงที่ออกจากวงจรแห่งความขัดแย้ง”
ภายหลัง “นายกฯ ยิ่งลักษณ์” ออกแถลงการณ์ดังกล่าว ก็ได้มีความพยายามในการประสานงานให้ “เวทีปฏิรูปการเมือง” เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
โดย “ท่าน 2 เทพ” คือ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา และ นายวราเทพ รัตนากร เป็นแกนหลักในการประสานงานกับฝ่ายต่างๆ
ซึ่ง ในขณะที่ “เวทีปฏิรูปการเมือง” กำลังดำเนินการอยู่นั้น “กระทรวงการต่างประเทศ” ก็กำลังจัด เวทีวิชาการ “Uniting for the future : Learning from each other's experience” ในวันที่ 2 กันยายน 2556 พอดิบพอดี
ทำให้หลายฝ่าย เข้าใจผิดว่า ทั้งสองเวทีนี้ เป็นเวทีเดียวกัน !!
แต่ แท้ที่จริง เวทีวิชาการ “Uniting for the future : Learning from each other's experience” นั้น แม้จะกำหนดมีขึ้นในวันที่ 2 กันยายน 2556 แต่ก็เป็นคนละเวทีกับ “เวทีปฏิรูปการเมือง”
อีกทั้งในข้อเท็จจริง เวทีวิชาการ “Uniting for the future : Learning from each other's experience” นั้นเกิดจากแนวคิดของ นายกฯยิ่งลักษณ์ ก่อนหน้านี้หลายเดือนมาแล้ว ที่เห็นว่าคนไทยอาจจะเรียนรู้ได้จาก “ต่างประเทศ” ที่ผ่านประสบการณ์การเผชิญปัญหาความขัดแย้ง และประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหามาแล้ว
ด้วยการเชิญ “ผู้นำ” จากนานาประเทศมา “เล่าสู่กันฟัง” , “แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ประสบผลสำเร็จ” จึงเป็นที่มาของการจัด เวทีวิชาการ “Uniting for the future : Learning from each other's experience” ขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ ประสานงานเชิญผู้นำที่มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ที่มีปัญหาเกิดขึ้นคล้ายๆกับประเทศไทย มีการทะเลาะเบาะแว้ง มีความวุ่นวายแล้วก็สามารถแก้ไขปัญหาสำเร็จ มาแลกเปลี่ยน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้หนทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
จึงนับ เป็น “เวทีเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์” จาก “ผู้นำ” นานาประเทศ ที่จะมาเล่าสู่กันฟัง เป็น “ข้อคิด” ในการสร้างความสมานฉันท์ในประเทศและอนาคตของประเทศ
น่าแปลกใจอย่างยิ่งที่เมื่อ “นายกฯ ยิ่งลักษณ์” ออกมาเสนอ “เวทีปฏิรูปการเมือง” อันเป็น หนทางสู่การ “สร้างความปรองดอง” !
“แกน นำพรรคฝ่ายค้าน” และ “สมาชิกพรรคฝ่ายค้าน” ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นคัดค้าน โดยระบุว่า “การเชิญผู้นำต่างประเทศมาเข้าร่วมด้วยนั้นก็เป็นเรื่องของการสร้างภาพ ลักษณ์มากกว่าเรื่องของเนื้อหาสาระ”
จึง “น่าเป็นห่วง” เป็นอย่างยิ่งว่า การนำเสนอของ “พรรคฝ่ายค้าน” ที่โยงทั้ง “สองเวที” ที่เป็น “คนละเวที” ให้เป็น “เวทีเดียวกัน” นั้น
เป็น “ความเข้าใจผิด” หรือ เป็น “ความพยายามเข้าใจผิด” กันแน่ !!!
เพราะ ได้มีการให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่ “เหมารวมสองเวทีที่แตกต่างกัน” ให้ประชาชนเกิดความสับสน ว่า “เวทีปฏิรูปการเมือง” และ “เวทีเล่าสูกันฟัง หรือ Uniting for Future” เป็น “เวทีเดียวกัน”
ทั้งๆที่ในข้อเท็จจริงเป็น “คนละงาน-คนละเวที” และมี “ความแตกต่าง” ดังนี้ คือ
1. “เวทีปฏิรูปการเมือง”
• เวทีระดมความคิด
• ผู้แทนคนไทยแต่ละกลุ่มในประเทศ
• หารือร่วมกัน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการเมือง
• ข้อสรุปเป็นข้อเสนอแนะสำหรับทางออกประเทศไทย
2. “เวทีเล่าสู่กันฟัง” หรือ “Uniting for the future : Learning from each other's experience”
• เวทีวิชาการ
• ผู้นำจากนานาประเทศ
• แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ที่มีปัญหาเกิดขึ้นคล้ายๆกับประเทศไทย มีการทะเลาะเบาะแว้ง มีความวุ่นวายแล้วก็แก้ไขปัญหาได้ มาเล่าสู่กันฟัง
• ข้อสรุปเป็นข้อคิดสำหรับคนไทย
ท้าย ที่สุด คงได้แต่เพียงหวังว่า สิ่งที่ “พรรคฝ่ายค้าน” ให้สัมภาษณ์แบบ “เหมารวม” นั้น เป็นเพียง “ความเข้าใจผิด” และไม่ใช่ “ความพยายามเข้าใจผิด” ...
เพราะถ้าเป็น “ความพยายามเข้าใจผิด” มันจะกลายเป็นการ “ปิดกั้นทางความคิด” ไม่รับฟังความคิดเห็นและข้อมูลของผู้อื่น...ซึ่งอันตรายมาก !!!
โดย น.ส. ชยิกา วงศ์นภาจันทร์
(วันที่ 15 สิงหาคม 2556)
วัน ที่ 3 สิงหาคม 2556 น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีความพยายามในการเสนอ “ทางออกประเทศไทย” ภายหลังจาก “สังคมไทย” ต้องเผชิญวิกฤตความขัดแย้งมายาวนานกว่า 8 ปี
ซึ่ง ตลอดเวลา “ประชาชนไทย” ต้องเผชิญกับ ความแตกแยก ขาดความสามัคคี ความรุนแรงที่เกิดขึ้น รวมไปถึงต้องหวาดผวากับ “ข่าวลือปฏิวัติ” ที่แพร่สะพัด “คู่ขนาน” กับ “ความขัดแย้ง” ที่ดูเหมือนจะไม่มีทีท่าว่าจะลดราวาศอก ส่งผลกระทบต่อการเดินหน้าของประเทศ ระบบเศรษฐกิจ ดัชนีหุ้นตกระนาว นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น
โดย “ทางออกประเทศไทย” ที่ “นายกรัฐมนตรี” ได้นำเสนอนั้นหวังเพียงว่า “ให้ทุกฝ่ายมาหารือร่วมกัน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการเมือง ร่วมกันคิดว่าเราจะวางอนาคตบ้านเมืองอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นภาระของลูกหลาน อันจะเป็นพื้นฐานของความร่วมมือในการพัฒนาชาติ สร้างความไว้วางใจ และความเปลี่ยนแปลงที่ออกจากวงจรแห่งความขัดแย้ง”
ภายหลัง “นายกฯ ยิ่งลักษณ์” ออกแถลงการณ์ดังกล่าว ก็ได้มีความพยายามในการประสานงานให้ “เวทีปฏิรูปการเมือง” เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
โดย “ท่าน 2 เทพ” คือ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา และ นายวราเทพ รัตนากร เป็นแกนหลักในการประสานงานกับฝ่ายต่างๆ
ซึ่ง ในขณะที่ “เวทีปฏิรูปการเมือง” กำลังดำเนินการอยู่นั้น “กระทรวงการต่างประเทศ” ก็กำลังจัด เวทีวิชาการ “Uniting for the future : Learning from each other's experience” ในวันที่ 2 กันยายน 2556 พอดิบพอดี
ทำให้หลายฝ่าย เข้าใจผิดว่า ทั้งสองเวทีนี้ เป็นเวทีเดียวกัน !!
แต่ แท้ที่จริง เวทีวิชาการ “Uniting for the future : Learning from each other's experience” นั้น แม้จะกำหนดมีขึ้นในวันที่ 2 กันยายน 2556 แต่ก็เป็นคนละเวทีกับ “เวทีปฏิรูปการเมือง”
อีกทั้งในข้อเท็จจริง เวทีวิชาการ “Uniting for the future : Learning from each other's experience” นั้นเกิดจากแนวคิดของ นายกฯยิ่งลักษณ์ ก่อนหน้านี้หลายเดือนมาแล้ว ที่เห็นว่าคนไทยอาจจะเรียนรู้ได้จาก “ต่างประเทศ” ที่ผ่านประสบการณ์การเผชิญปัญหาความขัดแย้ง และประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหามาแล้ว
ด้วยการเชิญ “ผู้นำ” จากนานาประเทศมา “เล่าสู่กันฟัง” , “แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ประสบผลสำเร็จ” จึงเป็นที่มาของการจัด เวทีวิชาการ “Uniting for the future : Learning from each other's experience” ขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ ประสานงานเชิญผู้นำที่มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ที่มีปัญหาเกิดขึ้นคล้ายๆกับประเทศไทย มีการทะเลาะเบาะแว้ง มีความวุ่นวายแล้วก็สามารถแก้ไขปัญหาสำเร็จ มาแลกเปลี่ยน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้หนทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
จึงนับ เป็น “เวทีเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์” จาก “ผู้นำ” นานาประเทศ ที่จะมาเล่าสู่กันฟัง เป็น “ข้อคิด” ในการสร้างความสมานฉันท์ในประเทศและอนาคตของประเทศ
น่าแปลกใจอย่างยิ่งที่เมื่อ “นายกฯ ยิ่งลักษณ์” ออกมาเสนอ “เวทีปฏิรูปการเมือง” อันเป็น หนทางสู่การ “สร้างความปรองดอง” !
“แกน นำพรรคฝ่ายค้าน” และ “สมาชิกพรรคฝ่ายค้าน” ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นคัดค้าน โดยระบุว่า “การเชิญผู้นำต่างประเทศมาเข้าร่วมด้วยนั้นก็เป็นเรื่องของการสร้างภาพ ลักษณ์มากกว่าเรื่องของเนื้อหาสาระ”
จึง “น่าเป็นห่วง” เป็นอย่างยิ่งว่า การนำเสนอของ “พรรคฝ่ายค้าน” ที่โยงทั้ง “สองเวที” ที่เป็น “คนละเวที” ให้เป็น “เวทีเดียวกัน” นั้น
เป็น “ความเข้าใจผิด” หรือ เป็น “ความพยายามเข้าใจผิด” กันแน่ !!!
เพราะ ได้มีการให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่ “เหมารวมสองเวทีที่แตกต่างกัน” ให้ประชาชนเกิดความสับสน ว่า “เวทีปฏิรูปการเมือง” และ “เวทีเล่าสูกันฟัง หรือ Uniting for Future” เป็น “เวทีเดียวกัน”
ทั้งๆที่ในข้อเท็จจริงเป็น “คนละงาน-คนละเวที” และมี “ความแตกต่าง” ดังนี้ คือ
1. “เวทีปฏิรูปการเมือง”
• เวทีระดมความคิด
• ผู้แทนคนไทยแต่ละกลุ่มในประเทศ
• หารือร่วมกัน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการเมือง
• ข้อสรุปเป็นข้อเสนอแนะสำหรับทางออกประเทศไทย
2. “เวทีเล่าสู่กันฟัง” หรือ “Uniting for the future : Learning from each other's experience”
• เวทีวิชาการ
• ผู้นำจากนานาประเทศ
• แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ที่มีปัญหาเกิดขึ้นคล้ายๆกับประเทศไทย มีการทะเลาะเบาะแว้ง มีความวุ่นวายแล้วก็แก้ไขปัญหาได้ มาเล่าสู่กันฟัง
• ข้อสรุปเป็นข้อคิดสำหรับคนไทย
ท้าย ที่สุด คงได้แต่เพียงหวังว่า สิ่งที่ “พรรคฝ่ายค้าน” ให้สัมภาษณ์แบบ “เหมารวม” นั้น เป็นเพียง “ความเข้าใจผิด” และไม่ใช่ “ความพยายามเข้าใจผิด” ...
เพราะถ้าเป็น “ความพยายามเข้าใจผิด” มันจะกลายเป็นการ “ปิดกั้นทางความคิด” ไม่รับฟังความคิดเห็นและข้อมูลของผู้อื่น...ซึ่งอันตรายมาก !!!

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น