ที่มา
ประชาไท
ระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสที่เราใช้กั
นอยู่นี้ เป็นรถไฟฟ้าที่ไม่มีประสิทธิ
ภาพเท่าที่ควร เกิดขึ้นหลังจากการล้
มไปของรถไฟฟ้าลาวาลินที่ผ่านเส้
นทางที่ดีกว่า อย่างนี้ถือเป็นการคอร์รัปชั่
นเชิงนโยบายหรือไม่ ใครได้ ใครเสีย
เคยสังเกตไหม ระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส ทำไมต้องผ่านถนนพหลโยธิน
ซึ่งมีบ้านอยู่กันเบาบาง และพอมาถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ก็ตรงไปตามถนนพญาไท ซึ่งก็มีประชากรอยู่เบาบางกว่
าถนนราชปรารภที่ผ่านประตูน้ำ ซึ่งมีประชากรอยู่อย่างหนาแน่
นกว่ามาก ที่สำคัญทำไมรถไฟฟ้าจึงผ่
านถนนราชดำริซึ่งแทบไม่มีใครผ่
านเลย และถนนสุขุมวิทที่มี
ประชากรเบาบางกว่าถนนพระรามที่ 4 การนำพารถไฟฟ้าผ่านไปในที่ต่าง ๆ เช่นนี้ จึงมีผู้ได้ประโยชน์
ที่ดินบริเวณสยามสแควร์ ณ สิ้นปี 2556 มีราคาตารางวาละ 1,650,000 ล้านบาทซึ่งเป็นบริเวณที่มี
ราคาแพงที่สุดจากการสำรวจของศู
นย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสั
งหาริมทรัพย์ไทย ในขณะที่ย่านสีลมมีราคา 1,350,000 บาทต่อตารางวา และราคา 1,050,000 บาทต่อตารางวาสำหรับย่านเยาวราช
ทั้งที่ ณ สิ้นปี 2537 นั้น ที่ดินแถวนี้มีราคาเพี
ยง
ตารางวาละ400,000 บาท ขณะที่สีลมมีราคาแพงกว่าคือ 450,000 บาท
และเยาวราชมีราคาสูงที่สุดคือ 700,000 บาท แต่จากการมีรถไฟฟ้า
ทำให้ราคาที่ดินแถวสยามสแควร์ กลับมีราคาแพงที่สุด
ในทำนองเดียวกัน บริเวณท้องฟ้าจำลอง เทียบกับบริเวณกล้วยน้ำไท ณ ปี
พ.ศ.2537 นั้น ที่ดินบนถนนพระรามที่ 4 กล้วยน้ำไท
มีราคาตารางวาละ 200,000 บาท ขณะที่ท้องฟ้าจำลอง ถนนสุขุมวิท
มีราคา 220,000 บาทต่อตารางวา แต่ ณ
พ.ศ.2556 ท้องฟ้าจำลองกลับมีราคาแพงกว่
าคือ ราคา 800,000 บาทต่อตารางวา ในขณะที่ที่กล้วย น้ำไทยังมีราคาเพียง 300,000 บาท {2} สาเหตุสำคัญก็คือ ไม่มีรถไฟฟ้าผ่านย่
านถนนพระรามที่ 4 นั่นเอง การมีรถไฟฟ้า จึงสร้างศักยภาพอย่างสูงยิ่งต่
อการเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินนั่
นเอง
หันกลับมาดูแผนพัฒนารถไฟฟ้ายุ
คแรก ๆ ของไทยที่วางแผนกันมาตั้งแต่ พ.ศ.2522 คือรถไฟฟ้าลาวาลินซึ่งเป็นบริษั
ทที่ได้สัมปทานจากประเทศแคนาดา ปรากฏว่า ในปี พ.ศ.2534บริษัทนี้ได้รับสัมปทานในการก่
อสร้าง
จากรัฐบาลของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหวัณ แต่ปรากฏว่าในวันถัดมา
ได้เกิดรัฐประหารโดยคณะ รสช. เสียก่อนในปีเดียวกันนั้นเอง และรัฐบาลที่
คมช. แต่งตั้งก็ได้ 'ทบทวน' {3} หรือล้มเลิกแผนการสร้างรถไฟฟ้
าแต่เดิมไปเสีย
เมื่อศึกษาดูแผนการก่อสร้
างรถไฟฟ้าลาวาลินนั้น จะเห็นได้ว่าเป็นสายรถไฟฟ้าที่
ส่งผลที่เป็นประโยชน์ต่
อประชาชนในเขตกรุ
งเทพมหานครโดยแท้ โดยไม่ได้มุ่งผ่านย่านที่ดิ
นของนายทุน ขุนศึก หรือพวกศักดินาใหญ่ เช่น
1. เส้นทางสายสีแดง จะเริ่มตั้งแต่สถานีขนส่งหมอชิ
ตเดิม ผ่านบางซื่อ เข้าสู่ถนนสามเสน ซึ่งมีประชาชนอยู่กันอย่
างหนาแน่น แล้วเลี้ยวไปตามคลองผดุงกรุ
งเกษมมาถึงมหานาค หัวลำโพง และตรงไปตามถนนพระรามที่ 4 จนถึงสามแยกที่รวมกับถนนสุขุมวิ
ท โดยมีปลายทางที่อ่อนนุช และจะต่อไปสำโรงในอนาคต
2. สำหรับสายสีเขียววิ่
งจากแยกลาดพร้าวตัดกับถนนรั
ชดาภิเษก ผ่านมาตามถนนรัชดาภิเษก ผ่านมักกะสัน และมาตามทางรถไฟเลียบทางด่วนขั้
นที่ 1 ปัจจุบัน แล้วจรดกับเส้นสายสีแดงที่บ่
อนไก่
ก่อนจะเลี้ยวเข้าถนนสาทร (ไม่ใช่สีลมตามบีทีเอสปัจจุบัน)
แล้วข้ามไปวงเวียนใหญ่
โดยมีโอกาสขยายไปถึงบางแค นอกจากนี้สายสีแดงและสายสีเขี
ยวยังจะจรดกัน ณ แยกรัชโยธินในอนาคตอีกด้วย
3. นอกจากนี้ยังมีสายสีน้ำเงิน จากแยกคลองตันพระโขนง
ผ่านมาตามทางรถไฟสายตะวันออก มาจรดกับสายสีแดงตรงนางเลิ้ง
ผ่านมาตามถนนนครสวรรค์ วรจักร จักรวรรดิ์ ข้ามสะพานพระปกเกล้าที่สร้
างสะพานข้ามสำหรับรถไฟฟ้าไว้แล้
วตั้งแต่ พ.ศ.2527 และมาตามถนนพระเจ้ากรุงธนบุรี
จนถึงดาวคะนอง และมีแผนการที่จะขยายไปถึ
งตลาดบางกะปิทางทิศเหนือ และถึงถนนสุขสวัสดิ์-แยกนครเขื่
อนขันธ์ในอนาคต
จะสังเกตได้ว่าระบบรถไฟฟ้านี้ มุ่งไปที่เส้นทางที่เป็
นประโยชน์ต่อประชาชนเพราะมี
ประชาชนผู้ใช้มากกว่าระบบรถไฟฟ้
าสาย
ปัจจุบันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะผ่านถนนสามเสน มหานาค พระรามที่ 4 พระโขนง
ในสายสีแดง ผ่านลาดพร้าว ทางรถไฟสายท่าเรือ สาทร วงเวียนใหญ่ และบางแค
ในสายสีเขียว และผ่านคลองตัน ถนนเพชรบุรีตามทางรถไฟสายตะวั
นออก นางเลิ้ง วรจักร และที่สำคัญถนนสมเด็จพระเจ้
าตากสิน ถึงสุขสวัสดิ์
ถ้ามีการก่อสร้างตามแผนปี พ.ศ.2522 (ซึ่งชะลอเรื่อยมาจนเกือบได้
ดำเนินการในสมัยรัฐบาลชาติชาย และพับไปนั้น) พื้นที่ธุรกิจใจกลางเมืองเดิม รากเหง้าทางวัฒนธรรมก็จะถูกรั
กษาไว้ เช่น ในกรุงโตเกียว หรือนคร โอซากา ที่สร้างรถไฟฟ้าผ่านใกล้ย่านเมื
องเก่า และส่งเสริมการก่อสร้างโดยไม่ต้
องร่นหรือเว้นระยะมากมายเช่
นเขตทั่วไป ทำให้เขตใจกลางเมืองเช่นบางลำพู พาหุรัด สำเพ็ง เยาวราช ไม่ถดถอยหรือสูญเสียไป ไม่ต้องไปก่อสร้างศูนย์ธุรกิ
จในบริเวณอื่น ๆ มากนัก เป็นต้น
ยิ่งได้เห็นแผนการสร้างรถไฟฟ้
าเมื่อปี 2522 จนแล้วจนรอดมาจนเห็นเส้
นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า อาจมีอิทธิพลมาเปลี่ยนเส้
นรถไฟฟ้าเสียใหม่ผ่านที่ดินซึ่
งไม่ค่อยมีคนอยู่หนาแน่น แทนที่จะสร้างผ่านเขตที่อยู่
อาศัยหนาแน่นเช่นที่กล่าวถึง ยิ่งหากพิจารณาว่า หากมีการก่อสร้างตามแผนที่
วางไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2522 การเดินทางของประชาชนส่วนใหญ่ก็
คงใช้ระบบขนส่งมวลชนมากยิ่งขึ้น
ความสูญเสียทางเศรษฐกิ
จจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลงก็
คงลดน้อยลง มลภาวะก็คงเกิดน้อยลงเช่นกัน
จึงอาจกล่าวได้ว่าระบบรถไฟฟ้าในปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้ผ่านเส้นทางที่เป็นประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ดูคล้ายการ "คอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย" ซึ่งเกิดขึ้นก่อนยุคทักษิณเสียอีก แต่เรื่องแบบนี้คงจับมือใครดมไม่ได้
หมายเหตุ
{1} ราคาที่ดินแพงสุดเปลี่
ยนจากเยาวราช สู่สีลมและสยามสแควร์
www.area.co.th/thai/area_announce/area_anpg.php?strquey=area_announcement513.htm
{2} เทียบราคาที่ดินปี 34-55 แนวรถไฟฟ้าถ.สุขุมวิท-ท้องฟ้
าจำลองขึ้น 341% ถ.พระราม 4-กล้วยน้ำไทขึ้น 131%
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1357818688
{3} Bangkok blues: Montreal-based Lavalin's $3-billion deal is now
in the hands of Thai generals. (Lavalin International Ltd.'s bid to win
Thai government approval for a mass-transit system for Bangkok)
http://business.highbeam.com/4341/article-1G1-10456098/bangkok-blues-montrealbased-lavalin-3billion-deal-now
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น