บ้านเมืองของเรากำลัง...
-มีความขัดแย้งเรื้อรังและนับวันรุนแรงพอจะฉีกขาดเยื่อใยการอยู่ร่วมกันและทนกันอย่างสงบสันติในสังคมลงได้
-ความขัดแย้งเกิดขึ้นทั้งในระดับชนชั้นนำและมวลชน ในระหว่างกลไกรัฐด้วยกันและชนชั้น/กลุ่ม/พรรคในสังคม
-ความขัดแย้งนี้ก่อความเสียหายต่อชาติและเศรษฐกิจ
มหาศาล ไม่อาจควบคุมวิธีการที่คู่ขัดแย้งใช้ต่อสู้กันได้
มีตั้งแต่ปลุกปั่นยุยงสร้างความเกลียดชังไปจนถึงก่อการร้ายทางการเมือง
-สถาบันที่พึ่งของการแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติประดามีใน
สังคมไทยไม่ว่าศาสนา สื่อมวลชน วงวิชาการ บุคคลผู้มีทุนทางสังคมและบารมีสูง
ไปจนถึงศาลตุลาการ สูญเสียความเป็นกลางน่าเชื่อถือ
และไม่อาจหยุดคู่ขัดแย้งให้ยอมรับข้อวินิจฉัยของตนว่า "ยุติธรรม"
(ข้อยุติที่เป็นธรรมได้)
ในสภาพสถาบันเหล่านี้ถูกมองว่าเลือกข้างทางการเมือง เสื่อมถอยความชอบธรรม
ไม่ศักดิ์สิทธิ์และไม่อาจสะกดใจของทุกฝ่ายอย่างถ้วนหน้าต่อไป
-วิธีการต่อสู้ที่กำลังใช้ต่อให้ "ชนะ" ยึดอำนาจรัฐได้
ก็ไม่อาจประกันว่าฝ่ายชนะจะรักษาความสงบของบ้านเมืองและปกครองได้
รังแต่ซ้ำเติมความขัดแย้งให้ดิ่งลึกรุนแรงขึ้น
แก้ไขยากขึ้นและเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนใหม่ที่ควบคุมขอบเขตระดับได้ยากขึ้น
ทุกที
-เหลือวิธีเดียวที่ต้องทำคือย้ายความขัดแย้ง
ไปต่อสู้กันในกรอบกระบวนการที่ไม่นองเลือด ไม่ทำความเสียหายต่อส่วนรวม
มีกติกาที่เปิดให้ผู้แพ้สู้ใหม่ได้ ผู้ชนะไม่กินรวบทุกอย่างเบ็ดเสร็จ
นั่นคือการเจรจาหาทางออกในกรอบการเลือกตั้งและการเมืองในระบอบรัฐสภาประชาธิปไตยเท่านั้น


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น