แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

นิติราษฎร์แถลง ย้ำกกต.ต้องจัดเลือกตั้งโดยเร็ว อย่าถ่วงเวลา - ระบุออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ไม่ได้ (ชมคลิป)

ที่มา Thai E-News







ที่มา ข่าวสดออนไลน์


เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ก.พ. ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์ โดย นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล นายธีระ สุธีวรางกูร นางจันทจิรา เอี่ยมมยุรา น.ส.สาวตรี สุขศรี แถลงเรื่องอำนาจและความรับผิดชอบของ คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีกำหนดวันลงคะแนนใหม่ 
นายวรเจตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีความกังวลว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา อาจจะเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมีความพยายามปั่นกระแสว่าจะมีการฉีกบัตรเลือกตั้งกันทั่วประเทศ แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่มีการปั่นกระแส แต่มีผู้มาลงคะแนนเสียงถึงกว่า 20 ล้านเสียง คำถามต่อมาคือ แล้วเมื่อไหร่จะเปิดสภาผู้แทนราษฎรได้ เพื่อให้มีคณะรัฐมนตรีมาบริหารประเทศต่อไป ตามที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้ง อ้างว่า ได้มีมติเมื่อ วันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา ให้กำหนดจัดวันลงคะแนนใหม่ ทดแทนการลงคะแนนเลือกตั้งที่มีการประกาศงดการลงคะแนนไป โดยกรณีการลงคะแนนเลือกต้ังล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค. ให้ลงคะแนนใหม่ในวันที่ 20 เม.ษ. และกรณีการลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ให้ลงคะแนนใหม่ในวันที่ 27 เม.ย. ส่วนกรณีการลงคะแนนเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้ง ที่ กกต. ไม่สามารถจัดการรับสมัครได้นั้น กกต. ยังไม่ได้พิจารณากาหนดวันลงคะแนน เพราะต้องรอความเห็นจากคณะรัฐมนตรีก่อนว่าจะยินยอมตราพระราชกฤษฎีกาประกาศ รับสมัครใน 28 เขตตามข้อเสนอของ กกต. หรือไม่ 
  
นายวรเจตน์ กล่าวต่อว่า การที่กกต.อ้างว่า การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ผนวกเข้าไปด้วยกันกับการลงคะแนนการ เลือกตั้ง ส.ว. ในวันที่ 30 มี.ค. จะทำให้เกิดการคัดค้านรุนแรง และประชาชนอาจเกิดความสับสน จึงขอให้มีการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.หลังการเลือกตั้ง ส.ว. ด้วยเหตุผลว่าช่วงดังกล่าวสถานการณ์ความขัดแย้งน่าจะคลี่คลายลง เหตุผลที่ กกต.ให้นั้นเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าไปเองว่าจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย และในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ขัดขวางการเลือกตั้งไม่ว่าจะ ณ เวลานี้หรือในวันที่ 20 และ 27 เม.ษ. กกต. ก็มีหน้าที่จัดการไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตามภายในกรอบของกฎหมายเพื่อให้การ ออกเสียงลงคะแนนสาเร็จลุล่วงไปได้ 
"แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า กกต.ได้พยายามใช้อานาจตามกฎหมายที่ตนมีอย่างเต็มที่เพื่อป้องกัน และแก้ไขสถานการณ์ความวุ่นวายแต่อย่างใด กกต.จึงไม่อาจหยิบยกความขัดแย้งทางการเมืองหรือความชุลมุนวุ่นวายที่กลุ่ม การเมืองใดก่อขึ้น เพื่อนำมาใช้อ้างเพื่อละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า เพื่อหน่วงเหนี่ยวการเกิดขึ้นของสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญติแห่งรัฐธรรมนูญ เพราะมิฉะน้ันเมื่อไรก็ตามที่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายหรือการชุมนุมที่ต้อง การขัดขวางการเลือกตั้งกกต.ก็จะใช้เป็นเหตุ อ้างเพื่อไม่จัดการเลือกตั้งให้สมบูรณ์ได้เสมอ" นายวรเจตน์ กล่าว 
นายปิยบุตร กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 127 บัญญัติว่า ภายในสามสิบวันนับแต่วัน เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก ระยะเวลาดังกล่าวเป็นระยะเวลาเร่งรัดให้บรรดาองค์กรที่เกี่ยวข้องต้องจัดให้ ได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกกรณีที่กก ต.กำหนดวันลงคะแนนใหม่ไปไกลถึงเดือน เม.ย. โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เป็นการกำหนดวันลงคะแนนใหม่ให้ทอดยาวออกไปจนไม่อาจมีสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ ได้ จึงเป็นการใช้ดุลยพินิจที่มีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย อันอาจเข้าข่ายเป็นความผิด ตามมาตรา 20 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิก วุฒิสภา พ.ศ. 2550 และมาตรา 157 ประมวลกฎหมาย อาญา เพราะ กกต. เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
นายปิยบุตร ระบุถึงกรณี 28 เขตเลือกตั้งที่มีปัญหารับสมัครเลือกตั้งไม่สำเร็จนั้นกกต.ได้เสนอให้คณะ รัฐมนตรี ตราพ.ร.ฎ. ประกาศรับสมัครเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขตเลือกตั้ง ข้อเสนอเช่นนี้ เป็นข้อเสนอที่ไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญรองรับ เนื่องจากขณะนี้พ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 ยังมีผลใช้บังคับอยู่ การเสนอให้ตราพ.ร.ฎ. การประกาศรับสมัครเลือกตั้งใหม่ มีผลให้เกิดพ.ร.ฎ.สองฉบับซ้อนกัน และส่งผลให้อาจเกิดการตีความว่าการกำหนดวันเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่ว ราชอาณาจักรได้ ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 108 วรรคสอง
"สาเหตุที่การสมัครรับเลือกตั้งใน 28 เขตเลือกตั้งไม่อาจเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์นั้น ก็เป็นความบกพร่องของ กกต. ที่ไม่ขยายระยะเวลาการรับสมัครออกไปตั้งแต่แรก การเสนอให้คณะรัฐมนตรีตราพ.ร.ฎ. ดังกล่าว จึงอาจมองได้ว่า กกต.กำลังผลักความรับผิดชอบเพื่อลบล้างการกระทำอันบกพร่องของตน" นายปิยบุตรกล่าวและว่า หาก กกต. ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า ออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ แล้วรัฐบาลยอมทำตามศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อจัดการเลือกตั้งไปแล้ว อาจมีผู้ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้งใหม่นี้เป็นโมฆะอีก แล้ว กกต. ก็จะโยนความผิดให้รัฐบาลหรือไม่ ปัญหาก็จะกลับมาตกที่ศาลรัฐธรรมนูญอีกว่า ทำไมถึงใช้อำนาจที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ซึ่งปัญหาจะไม่จบสิ้น ประเทศไทยจะไม่มีรัฐบาลมาบริหารไปเรื่อยๆ
นายปิยบุตร ระบุอีกว่า ข้อเสนอของ กกต.เกี่ยวกับการกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ และข้อเสนอของนักวิชาการหรือผู้ตั้งตนเป็น "คนกลาง" ทั้งหลาย ต้องคำนึงและให้ความสำคัญแก่ประชาชน 20 ล้านคนที่ออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. และรอคอยการเกิดขึ้นของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ และเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจของรัฐดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและมี ประสิทธิภาพย่อมเป็นความจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องมีสภาผู้แทน ราษฎรและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่มีที่มาจากสภาผู้แทนราษฎร
"นิติราฏร์เสนอให้ กกต.พิจารณาใช้ดุลพินิจกำหนดวันลงคะแนนใหม่โดยเร็วที่สุด การกำหนดวันลงคะแนนใหม่ที่ล่าช้าและปราศจากเหตุผลอันสมคร ย่อมทำให้ กกต.มีความผิดอาญา โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้เสียหายที่จะริเริ่ม ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษได้" นายปิยบุตรกล่าว

 ภาพขนาดย่อ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น