ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ก.พ. ที่คณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์ โดย
นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล นายธีระ สุธีวรางกูร
นางจันทจิรา เอี่ยมมยุรา น.ส.สาวตรี สุขศรี
แถลงเรื่องอำนาจและความรับผิดชอบของ คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)
กรณีกำหนดวันลงคะแนนใหม่
นายวรเจตน์ กล่าวว่า
ที่ผ่านมามีความกังวลว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา
อาจจะเกิดขึ้นไม่ได้
เพราะมีความพยายามปั่นกระแสว่าจะมีการฉีกบัตรเลือกตั้งกันทั่วประเทศ
แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่มีการปั่นกระแส
แต่มีผู้มาลงคะแนนเสียงถึงกว่า 20 ล้านเสียง คำถามต่อมาคือ
แล้วเมื่อไหร่จะเปิดสภาผู้แทนราษฎรได้
เพื่อให้มีคณะรัฐมนตรีมาบริหารประเทศต่อไป ตามที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร
กกต.ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้ง อ้างว่า ได้มีมติเมื่อ วันที่ 11 ก.พ.
ที่ผ่านมา ให้กำหนดจัดวันลงคะแนนใหม่
ทดแทนการลงคะแนนเลือกตั้งที่มีการประกาศงดการลงคะแนนไป
โดยกรณีการลงคะแนนเลือกต้ังล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค.
ให้ลงคะแนนใหม่ในวันที่ 20 เม.ษ. และกรณีการลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 2
ก.พ. ให้ลงคะแนนใหม่ในวันที่ 27 เม.ย. ส่วนกรณีการลงคะแนนเลือกตั้ง 28
เขตเลือกตั้ง ที่ กกต. ไม่สามารถจัดการรับสมัครได้นั้น กกต.
ยังไม่ได้พิจารณากาหนดวันลงคะแนน
เพราะต้องรอความเห็นจากคณะรัฐมนตรีก่อนว่าจะยินยอมตราพระราชกฤษฎีกาประกาศ
รับสมัครใน 28 เขตตามข้อเสนอของ กกต. หรือไม่
นายวรเจตน์ กล่าวต่อว่า การที่กกต.อ้างว่า
การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ผนวกเข้าไปด้วยกันกับการลงคะแนนการ เลือกตั้ง
ส.ว. ในวันที่ 30 มี.ค. จะทำให้เกิดการคัดค้านรุนแรง
และประชาชนอาจเกิดความสับสน จึงขอให้มีการลงคะแนนเลือกตั้ง
ส.ส.หลังการเลือกตั้ง ส.ว.
ด้วยเหตุผลว่าช่วงดังกล่าวสถานการณ์ความขัดแย้งน่าจะคลี่คลายลง เหตุผลที่
กกต.ให้นั้นเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าไปเองว่าจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย
และในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ขัดขวางการเลือกตั้งไม่ว่าจะ ณ
เวลานี้หรือในวันที่ 20 และ 27 เม.ษ. กกต.
ก็มีหน้าที่จัดการไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตามภายในกรอบของกฎหมายเพื่อให้การ
ออกเสียงลงคะแนนสาเร็จลุล่วงไปได้
"แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า
กกต.ได้พยายามใช้อานาจตามกฎหมายที่ตนมีอย่างเต็มที่เพื่อป้องกัน
และแก้ไขสถานการณ์ความวุ่นวายแต่อย่างใด
กกต.จึงไม่อาจหยิบยกความขัดแย้งทางการเมืองหรือความชุลมุนวุ่นวายที่กลุ่ม
การเมืองใดก่อขึ้น
เพื่อนำมาใช้อ้างเพื่อละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า
เพื่อหน่วงเหนี่ยวการเกิดขึ้นของสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญติแห่งรัฐธรรมนูญ
เพราะมิฉะน้ันเมื่อไรก็ตามที่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายหรือการชุมนุมที่ต้อง
การขัดขวางการเลือกตั้งกกต.ก็จะใช้เป็นเหตุ
อ้างเพื่อไม่จัดการเลือกตั้งให้สมบูรณ์ได้เสมอ" นายวรเจตน์ กล่าว
นายปิยบุตร กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 127 บัญญัติว่า
ภายในสามสิบวันนับแต่วัน เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก
ระยะเวลาดังกล่าวเป็นระยะเวลาเร่งรัดให้บรรดาองค์กรที่เกี่ยวข้องต้องจัดให้
ได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกกรณีที่กก
ต.กำหนดวันลงคะแนนใหม่ไปไกลถึงเดือน เม.ย. โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร
เป็นการกำหนดวันลงคะแนนใหม่ให้ทอดยาวออกไปจนไม่อาจมีสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่
ได้ จึงเป็นการใช้ดุลยพินิจที่มีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย
อันอาจเข้าข่ายเป็นความผิด ตามมาตรา 20
พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิก
วุฒิสภา พ.ศ. 2550 และมาตรา 157 ประมวลกฎหมาย อาญา เพราะ กกต.
เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
นายปิยบุตร ระบุถึงกรณี 28
เขตเลือกตั้งที่มีปัญหารับสมัครเลือกตั้งไม่สำเร็จนั้นกกต.ได้เสนอให้คณะ
รัฐมนตรี ตราพ.ร.ฎ. ประกาศรับสมัครเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขตเลือกตั้ง
ข้อเสนอเช่นนี้ เป็นข้อเสนอที่ไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญรองรับ
เนื่องจากขณะนี้พ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 ยังมีผลใช้บังคับอยู่
การเสนอให้ตราพ.ร.ฎ. การประกาศรับสมัครเลือกตั้งใหม่
มีผลให้เกิดพ.ร.ฎ.สองฉบับซ้อนกัน
และส่งผลให้อาจเกิดการตีความว่าการกำหนดวันเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่ว
ราชอาณาจักรได้ ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 108 วรรคสอง
"สาเหตุที่การสมัครรับเลือกตั้งใน 28
เขตเลือกตั้งไม่อาจเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์นั้น ก็เป็นความบกพร่องของ กกต.
ที่ไม่ขยายระยะเวลาการรับสมัครออกไปตั้งแต่แรก
การเสนอให้คณะรัฐมนตรีตราพ.ร.ฎ. ดังกล่าว จึงอาจมองได้ว่า
กกต.กำลังผลักความรับผิดชอบเพื่อลบล้างการกระทำอันบกพร่องของตน"
นายปิยบุตรกล่าวและว่า หาก กกต. ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า ออก
พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ แล้วรัฐบาลยอมทำตามศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อจัดการเลือกตั้งไปแล้ว
อาจมีผู้ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้งใหม่นี้เป็นโมฆะอีก แล้ว กกต.
ก็จะโยนความผิดให้รัฐบาลหรือไม่ ปัญหาก็จะกลับมาตกที่ศาลรัฐธรรมนูญอีกว่า
ทำไมถึงใช้อำนาจที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ซึ่งปัญหาจะไม่จบสิ้น
ประเทศไทยจะไม่มีรัฐบาลมาบริหารไปเรื่อยๆ
นายปิยบุตร ระบุอีกว่า ข้อเสนอของ
กกต.เกี่ยวกับการกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งใหม่
และข้อเสนอของนักวิชาการหรือผู้ตั้งตนเป็น "คนกลาง" ทั้งหลาย
ต้องคำนึงและให้ความสำคัญแก่ประชาชน 20
ล้านคนที่ออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.
และรอคอยการเกิดขึ้นของสภาผู้แทนราษฎรอยู่
และเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจของรัฐดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและมี
ประสิทธิภาพย่อมเป็นความจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องมีสภาผู้แทน
ราษฎรและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่มีที่มาจากสภาผู้แทนราษฎร
"นิติราฏร์เสนอให้
กกต.พิจารณาใช้ดุลพินิจกำหนดวันลงคะแนนใหม่โดยเร็วที่สุด
การกำหนดวันลงคะแนนใหม่ที่ล่าช้าและปราศจากเหตุผลอันสมคร ย่อมทำให้
กกต.มีความผิดอาญา
โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้เสียหายที่จะริเริ่ม
ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษได้" นายปิยบุตรกล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น