แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

พิษณุ พรหมสร :เบื้องหลังการประชุมกลุ่มรัฐบุคคล

ที่มา Thai E-News


"หรือจะพูดได้อีกอย่างหนึ่งว่า ศ.ดร.อมร มีเป้าหมายในการทำลายล้างแนวคิดทางกฎหมายที่เป็นประชาธิปไตย ของ ดร.หยุด แสงอุทัย"


การประชุมกลุ่มรัฐบุคคล มุมขวานั่งหันหลัง พล.อ.สายหยุด เกิดผล (ที่สามจากขวา) สุรพงษ์ ชัยนาม ๖สูทสีดำ พล.อ.วิมล วงศ์วานิช (นั่งถัดไป) ชัยอนันต์ สมุทวนิช (ปลายโต๊ะขวามือ) ปราโมทย์ นาครทรรพ (นั่งกลางซ้ายมือ สูทสีเข้ม) อมร จันทรสมบูรณ์
จากบทความ “เบื้องหลังการประชุมของกลุ่มรัฐบุคคล และการสืบทอดแนวคิดทำลายหลักกฎหมายในระบอบปชต.” โดย พิษณุ พรหมสร 
11 กุมภาพันธ์ 2557
 
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมของกลุ่มที่รียกตัวเองว่า กลุ่มรัฐบุคคล MAN OF THE STATE ที่สโมสรโปโลคลับ ลุมพินี โดยมีการจงใจเผยแพร่คลิบทาง Social network ให้ปรากฏต่อสายตาสาธารณะชนอย่างกว้างขวาง  และมีเจตนาเพื่อหวังผลทางการเมือง เพื่อกดดันให้ทหารออกมากระทำการรัฐประหาร
การประชุมในครั้งนี้มีทั้งอดีตนายทหารระดับผู้บัญชาการและนักวิชาการสายอนุรักษ์นิยม  โดยสายตาของคนโดยทั่วไปมักจะพุ่งเป้าไปให้ความสำคัญต่อบรรดาอดีตนายทหารใหญ่  แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังการประชุมในครั้งนี้กลับเป็นพวกนักวิชาการสายอนุรักษ์นิยมที่มีหัวโจกอยู่ด้วยกัน 3 คน คือ ศ.ดร. อมร จันทรสมบูรณ์  ศ.ดร. ปราโมทย์ นาครทรรพ  และ ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช 
 
สามหัวโจกนี้คือผู้ที่วางแผนไปชักนำอดีตนายทหารใหญ่ที่มีอดีตเป็นผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ รวมทั้งเสนาธิการทหารอากาศ และเสนาธิการทหารเรือ ให้มาร่วมประชุม  และ ยังไปเชิญพลเอก สายหยุด เกิดผล นายทหารรุ่นเดียวกับ พลเอกเปรม ตินณสูลานนท์ มานั่งหัวโต๊ะเป็นประธานในที่ประชุม โดยหวังว่าอดีตนายทหารผู้มากบารมีเหล่านี้จะสามารถกดดันให้ ผบ.ทบ.พลเอก ประยุทธิ์ จันทร์โอชา ให้ตัดสินใจมาเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร
และเมื่อคลิปของการประชุมดังกล่าว ได้มีการเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางทาง Social network ทำให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาแถลงข่าวที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดง ในวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 ว่า ไม่มีใครมากดดันสั่งผมให้ทำรัฐประหารได้
จากท่าทีดังกล่าวของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  ทำให้วิเคราะห์ ได้ว่าโดยส่วนตัวแล้วพลเอกประยุทธ์ไม่ต้องการที่จะรัฐประหาร เพราะอยากจะใช้เงินที่มีมากมายให้สบายกับครอบครัวในวัยหลังเกษียน  และไม่อยากเสี่ยงที่จะเดินขึ้นโรงขึ้นศาลในข้อหากบฏ  และถึงแม้ว่าพลเอกประยุทธิ์จะถูกแรงกดดันอันมหาศาลจากหัวหน้าพวกอนุรักษ์นิยมให้ยึดอำนาจก็ตาม  แต่จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่สิ่งแวดล้อมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ไม่เอื้ออำนวยที่จะยอมรับอำนาจที่มาจากการรัฐประหาร
ตัวพลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชาเองก็ทราบดีว่าสภาพของแต่ละกองทัพในปัจจุบันก็ไม่เป็นเอกภาพ ถ้าตัดสินใจทำรัฐประหาร โอกาสที่จะประสพความสำเร็จมีน้อยมาก แต่โอกาสที่จะถูกข้อหากบฏมีสูง
     
ดังนั้นสิ่งที่พลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา ทำได้ดีที่สุด โดยทำให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้เห็นก็คือ เคลื่อนกำลังพลและรถถังออกมาบ้าง ขู่รัฐบาลบ้าง ขู่ตำรวจไม่ให้ปราบปรามม๊อบสุเทพบ้าง พูดว่าประตูรัฐประหารยังไม่ปิดบ้าง ฯลฯ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการสร้างภาพให้คนที่สั่งการรัฐประหาร เห็นว่า นี่ผมได้พยายามแล้วนะ
 
และเมื่อย้อนกลับมาดูหนึ่งในสามหัวโจกที่เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังการประชุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มรัฐบุคคล ในครั้งนี้ ก็จะเห็นชื่อ ศ.ดร.อมร จันทร์สมบูรณ์ ซึ่งเปรียบสเหมือนเป็นหัวหน้านักวิชาการฝ่ายกฎหมายของฝ่ายอนุรักษ์นิยม เป็นนักกฎหมายมหาชนผู้มีชื่อเสียง เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญคนหนึ่งของประเทศไทย  และที่สำคัญ ดร.อมร เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการหักล้างทำลายแนวคิดทางกฎหมายของ ดร.หยุด แสงอุทัย ที่ใช้เป็นแนวทางการสอนวิชากฏหมายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาอย่างยาวนาน

อมร จันทรสมบูรณ์

หรือจะพูดได้อีกอย่างหนึ่งว่า ศ.ดร.อมร มีเป้าหมายในการทำลายล้างแนวคิดทางกฎหมายที่เป็นประชาธิปไตย ของ ดร.หยุด แสงอุทัย และศ.ดร.อมร ยังได้พยายามเสนอ ลัทธิรัฐธรรมนูญนิยมโดยมีเป้าหมายในการเพิ่มอำนาจการปกครองให้กับฝ่ายอนุรักษ์นิยม และแนวคิดที่จะทำลายระบอบประชาธิปไตยโดยทางกฎหมาย

ดร.อมร ยังได้เคยวางทายาทอสูรให้เป็นผู้สือทอดแนวคิดที่ทำลายหลักกฎหมายในระบอบปชต.นี้ ให้กับ ศ.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนปัจจุบัน

และเป้าหมายต่อไปที่ ดร.อมร ต้องการให้เป็นผู้สืบทอดแนวคิดนี้ คือ ผช.ศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์ภาควิชากฎหมายมหาชน และรองอธิการบดีฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝ่ายอนุรักษ์นิยมมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ ผช.ศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนต่อไป
 
นี้คือส่วนหนึ่งของการทำงานในด้านความคิดของพวกอนุรักษ์นิยม ที่สามหัวโจกเป็นผู้ดำเนินการในบางส่วน
แต่เป้าหมายของฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะสำเร็จตามที่เขาวางแผนไว้หรือไม่ ประชาชนที่ต้องการ ปชต.จะเป็นผู้ให้คำตอบ
หมายเหตุ :บทความโดย พิษณุ พรหมสร เมื่อ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒ "คนไทยต้องมีวิธีคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์"

บทบาทของ ปราโมทย์ นาครทรรพ
ด่วนที่สุด

11 ธันวาคม 2556

กราบเรียน ฯพณฯท่านประธานองคมนตรี

กระผมใคร่กราบเรียนว่า วิกฤติและความขัดแย้งนี้ใหญ่หลวงยิ่งนัก ไม่มีทางสงบง่ายๆแม้ว่าจะมีการยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้งก็จะยิ่งลุกลาม ยิ่งขึ้น เพราะบัดนี้ประชาชนทุกอาชีพได้ตื่นรู้แล้วว่าการเลือกตั้งที่เสรีและ บริสุทธิ์ยุติธรรมไม่มีทางเป็นไปได้ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญและเลือกตั้งฉบับ ปัจจุบัน และภายใต้กลุ่มการเมืองที่สักแต่มีชื่อว่าพรรค ที่มีอยู่ในขณะนี้
ปราโมทย์ นาครทรรพ

หนทางและวิธีการที่จะระงับความ...ขัดแย้ง และเดินหน้าไปสู่การปฎิรูปทางหนึ่ง อาจจะได้แก่การนำใช้หลักกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้อง และควบคุมกระบวนการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมิให้บานปลายไปในทางที่ผิด

ด้วยคำขอร้องของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กระผมได้เสนอให้ใช้พระราชอำนาจพิเศษ หรือ Royal Prerogetive ที่สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญสากลและนิติราชประเพณี นั่นก็คือการมีพระบรมราชโองการประกาศงดใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเฉพาะบางมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการขจัดความขัดแย้งและปฎิรูป


กระผมได้ปรึกษาท่านผู้รู้ทางกฎหมายหลายท่าน รวมทั้งผู้นำเหล่าทัพบางท่าน ก็ได้นำไปหารือองคมนตรีที่เป็นอดีตประธานศาลฎีกา มีความเห็นว่าน่าจะเป็นวิธีการที่ทำได้ไม่มีปัญหา เพราะพระเจ้าอยู่หัวเคยดำรัสว่าถ้าจะให้ทำก็ไม่กลัวแต่ต้องให้ศาลบอกและวิธีการดังกล่าวนี้ศาลก็ทราบดีว่าเป็นพระราชอำนาจที่ถูกต้องตามหลัก extra-constitution ไม่ขัดกับหลัก “The King Can Do No Wrong” และคติว่า เป็นกษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ แต่อย่างใด กับทั้งจะเป็นการระงับภัยพิบัติอันขัดแย้งในปัจจุบัน clear and present danger” ซึ่งองค์รัฎฐาธิปปัตย์จะต้องทรง จัดการเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม

อนึ่งกระบวนการนำพระราช โองการดังกล่าวนี้มาประกาศ ก็ไม่จำเป็นต้องรบกวนเบื้องยุคลบาทให้มาพระราชทานด้วยพระหัตถ์หรือทรงอ่าน ด้วยพระองค์เองแต่อย่างใด เนื่องจากมีครรลองปฎิบัติที่ถูกต้องอยู่แล้ว ส่วนการลงนามสนองพระบรมราชโองการเป็นคณะก็เคยกระทำมาก่อนแล้วในสมัยพระยามโน ปกรณ์นิติธาดาเป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 1เมษา2476 ดังสำเนาที่กระผมแนบมานี้

จึงขอเรียนมาได้โปรดพิจารณาขอให้ราชเลขาธิการนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อ ให้ทรงมีพระบรมราชโองการให้ทันท่วงทีก่อนที่จะมีการปะทะกันเสียเลือดเสียเนื้อเป็นประวัติการณ์ในเร็ววันนี้ด้วย

ควรมิควรประการใดแล้วแต่จะโปรด

(ลายเซ็น)
นายปราโมทย์ นาครทรรพ

*****อื่นๆ*****
เอกสารแนบ...ที่นี่ http://goo.gl/rzjJeG
1.ประกาศพระบรมราชโองการงดใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2556 บางมาตรา(งดใช้บางมาตราของ รธน.50 ในปี56)

2.จดหมายถึงองคมนตรี พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2554

3.แง่คิดบางประการจากพระราชดำรัสในโอกาศที่ประธานองคมนตรีนำคณะองคมนตรีและภริยาเข้าเฝ้าฯเป็นการส่วนพระองค์ ณ ห้องประชุมชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ์ โรงพยาบาลศิริราช วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2553

4..จดหมายปราโมทย์ นาครทรรพ ถึงองคมนตรี พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา 6 ตุลาคม 2551 กรณีสั่งการทหาร และสิทธิ เศวตศิลาได้นำส่งต่อประธานองคมนตรี ที่นี่ http://goo.gl/y39ous


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น