RIP ลุงอนนท์ ไทยดี 65 ปี ขอทานเขียนหนังสือ
เหยื่อระเบิดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เสียชีวิตลงแล้ว (11 กุมภาพันธ์ 2557)
ที่โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อเวลา 15.40 น.
อนนท์ ไทยดี ชายวัย 65 ปี ที่เรียกตัวเองว่าเป็น
ขอทานเขียนหนังสือ
โดยอาศัยพื้นที่บริเวณสกายวอล์คสะพานลอยอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
เป็นที่ทำมาหากินด้วยการขายหนังสือทำมือ ที่เขียนด้วยตัวเอง เพื่อเลี้ยงชีพ
จนเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาในย่านนั้น จู่ ๆ
เขาก็โดนลูกหลงของระเบิดจากความไม่สงบทางการเมือง เมื่อวันที่ 19 มกราคม
2557 จนต้องเข้ารับการรักษาอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลราชวิถี
เพราะมีบาดแผลตามร่างกายและศีรษะ
ซึ่งวันต่อมาแพทย์ก็แจ้งให้ทราบว่าอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
แต่ล่าสุด วันนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2557) กลับมีรายงานจาก
ผู้สื่อข่าว TNN24 @poohtnn24 ระบุว่า นายอนนท์ ไทยดี อายุ65 ปี หรือ
ขอทานเขียนหนังสือ ได้เสียชีวิตลงแล้วหลังจากเข้ารับการรักษาอยู่นานเกือบ 1
เดือน โดยเขาได้จบชีวิตลงเมื่อเวลาประมาณ 15.40 น. ที่โรงพยาบาลราชวิถี
เนื่องจากมีลิ่มในกระแสเลือดบริเวณซี่โครง เพราะแรงระเบิด
ทำให้ต้องเสียชีวิตลงก่อนกำหนดออกจากโรงพยาบาลเพียงไม่กี่วัน
คุณลุงอนนท์ ไทยดี ลุงเขียนหนังสือขอทานเคยให้สัมภาษณ์ว่า
จุดเริ่มต้นที่ทำให้ลุงต้องมาเขียนหนังสือขอทานนั้นคือการที่เมื่อก่อนลุง
เคยรับราชการ แล้วต่อต้านสิ่งที่ไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใส
ไม่เอื้ออำนวยสิ่งที่จะเข้าข้างประโยชน์ตนเอง ตลอดช่วงอายุรับราชการของลุง
34 ปี ลุงอยู่ด้วยความลำบาก ความเห็นต่างก็เลยไม่มีใครชอบลุง
ลุงก็เลยลาออกก่อนกำหนด ลุงก็เลยเขียนขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกงานศพ
และการที่ลุงเป็นคนใจดีทำให้ลุงหยิบยืมเงินเพื่อไปช่วยเหลือคนอื่นจนทำให้
เป็นหนี้ 3ล้านบาท และลูกๆก็ได้ช่วยปลดหนี้ให้ลุงเดือนละ2หมื่นบาท
ลุงจึงหนีออกจากบ้านมา เมื่อถามว่า
“คิดว่าการเขียนหนังสือของลุงถือว่าเป็นอาชีพหนึ่งเลย หรือไม่” ลุงก็ตอบว่า
“ป้ายข้างหน้าคือคำตอบ “เมื่อขอทาน...เขียนหนังสือ”
และสิ่งที่ลุงนำมาเขียนหนังสือคือ ประสบการณ์ วิสัยทัศน์
และสิ่งที่อยากจะสื่อออกมา อยากจะเปลี่ยนแปลงโลก และประเทศไทย
ooo
เรื่องเกี่ยวข้อง
จม.เขียนถีงพ่อ ใน ‘ลุงขอทาน เขียนหนังสือ’ เหยื่อระเบิดอนุสาวรีย์ชัยฯ เสียชีวิตแล้ว
ที่มา ประชาไท
จดหมายถึงพ่อ (เท่าที่รู้และจำความได้)
-สมัยเรียนพ่อโดนอาจารย์ตัดสิทธิ์ให้เรียนต่อ เนื่องจากความเข้าใจผิด
-วันที่พ่อเป็นครูวันแรกย่าเสีย
-เป็น ครูใหม่ๆ ครูใหญ่ไม่ให้อยู่บ้านพักครู ต้องไปขออาศัยที่นาของชาวบ้านปลูกเป็นกระต๊อบอยู่ พี่สาวผมเดินไปเรียน ไปกลับวันละ 14 กม. และค้ำประกันให้เพื่อนๆครูอีกหลายคน แต่แล้วเขาก็เบี้ยวหนี้ต้องรับภาระแทนเขามาตลอด
-ต่อมายายให้มาอยู่ ด้วยในบ้านหลังเล็กๆ จนพ่อสอบได้เป็นครูใหญ่ ต้องย้ายจากบ้านยายไปไกล ลุงสงสารจึงให้มอร์เตอร์ไซค์คันเก่าๆมา 1 คัน
เราเรียกมันว่า "อีแมงม้า" พ่อจะขับมอร์เตอร์ไซค์ไปนอนค้างที่โรงเรียน วันหยุดถึงกลับบ้าน โดยเอาผมซ้อนข้างหน้าไปด้วย วันไหนฝนตกพ่อจะให้ผมหมอบที่ถังน้ำมัน มีอยู่ครั้งหนึ่งพ่อเล่าว่า ฝนตกหนักให้ผมหมอบมาจนถึงโรงเรียน แต่ถึงแล้วผมก็ยังไม่ลุกและไม่ขยับตัว จนพ่อตกใจคิดว่าผมตาย ตอนเย็นพ่อจะพาพี่ๆนักเรียนเล่นกีฬา ผมก็จะได้วิ่งเล่นด้วย เวลานอนพ่อจะให้ผมนอนที่พุง พอวันหยุดเราจะกลับมาหาแม่และพี่ของผม
-ผม กลัวผีมาก เวลามีคนตายและเผาศพใหม่ๆ พ่อจะพาผม บางครั้งก็มีพี่ๆด้วย ไปนั่งสมาธิในป่าช้า และหากผมกลัวมาก พ่อจะให้ผมพูดว่า "ผีมึงอยู่ไหน แน่จริงมึงมาตีกับพ่อกูซิ"
-พ่อเป็นคนที่ชาวบ้านรัก และชอบช่วยเหลือคน เวลามีอุบัติเหตุแถวบ้านพ่อจะรีบช่วยเหลือโดยไม่รีรอ หรือเวลาใครต้องการความช่วยเหลือไม่ว่าจะชาวบ้านหรือคนต่างถิ่น จะมาเรียกให้พ่อช่วยอยู่เสมอ
-พ่อได้ย้ายกลับบ้าน และสร้างบ้านหลังเล็กๆ เรามีทีวีขาวดำเก่าๆอยู่ 1 เครื่อง แต่ดูช่อง 7 กับ 9 ไม่ได้ สมัยเด็กๆผมชอบดูหนังจักๆวงๆ ก็ต้องไปอาศัยดูตามบ้านคนอื่น
-เช้าพ่อก็ไปทำงาน แม่ก็เปิดร้ายขายของที่บ้าน แต่วันหนึ่งบ้านเราโดนไฟไหม้ ไม่เหลืออะไรเลย
-พ่อได้พาเรามาอยูแฟรตของหลวง ด้วยความที่พ่อเป็นคนตรง ไม่เอาใจนาย นายจึงไม่ชอบพ่อ ตลอดเวลา24ปี พ่อไม่เคยได้ 2 ขั้นเลย
เงินเดือนน้อยค่าใช้จ่ายเยอะ ต้องกู้จากที่ต่างมาใช้ และจ่ายหนี้
-ครั้ง หนึ่งพ่อยื่นกู้สหกรณ์ ผลอนุมัติพ่อดีใจมาก เนื่องจากจะได้นำไปใช้หนี้ได้ทั้งหมด และเราก็จะจ่ายน้อยลง มีเงินพอได้ใช้จ่าย แต่แล้ววันที่เขานัดไปรับเงิน ตอนนั้นเขาออกเป็นเช็คให้ และพ่อนำไปขึ้นเงิน แต่ปรากฎว่าขึ้นเงินไม่ได้ เนื่องจากประธานสหกรณ์สั่งระงับ
-พ่อเป็นหนี้สินมาก ออกจากราชการมาก็เข้ากรุงเทพด้วยหวังช่วยลูกๆหาเงินใช้หนี้ให้ตัวเอง จนวันที่ 19 มกราคม 2557 โดนระเบิด รักษาตัวทมี่โรงพยาบาง
8-2-57 หมอแจ้วให้กลับบ้านได้วันที่ 13-2-57
ผมดีใจมากเพราะพ่อรับปากจะกลับบ้าน พ่อโทรหาญาติ
และขอบคุณทุกกำลังใจและทุกๆความช่วยเหลือ แต่ตอนหัวค่ำวันเดียวกัน
พ่อเข้าห้องน้ำ แล้วหน้ามึด เวียนหัว แน่นหน้าอก เกร็งทั้งตัว
ตีสองครึ่งของวันที่10 หมอตรวจพบสาเหตุที่พ่อมีอาการแทรกซ้อน
เราได้ให้หมอรักษาพ่อ
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเลือดออกในสมอง
ซึ่งเสี่ยงมากเนื่องจากผึ่งผ่าตัดมา ตอนนี้พ่ออยู่ที่ห้อง ICU
ด้วยความหวังที่จะได้กลับบ้านในเร็ววัน ก็ต้องเปลี่ยนไป
ด้วยหมอบอกต้องอยู่อีกนานอย่างไม่มีกำหนด
พงศ์อนันต์ ไทยดีNoppatjak Attanon


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น