17 สิงหาคม, 2013 - 19:52 | โดย kasian
อียิปต์
ผมเกรงว่ารัฐบาลรักษาการของทหารในอียิปต์อยู่ในสภาพขี่หลังเสือแล้ว
ต้องฆ่า, มากศพขึ้นก็ต้องฆ่า ลงไม่ได้ ถ้าลงก็หมดตัวทั้งกองทัพ
ฉะนั้นไม่อาจคาดหวังให้เรื่องจบลงง่าย ๆ ได้
ทางออกที่สูญเสียน้อยกว่าคือกองทัพแตกแยก
ทหารบางเหล่าก่อรัฐประหารซ้อน โค่นรัฐบาลรักษาการและฝ่ายนำกองทัพปัจจุบันลง
ฟื้นฟูประชาธิปไตยผ่านรัฐบาลรักษาการใหม่ทีรวมฝ่ายภราดรภาพมุสลิมและอื่น ๆ
ไว้ด้วย ยกเว้นพวกรัฐประหารฆ่าฟันประชาชน
จากนั้นจัดสอบสวนดำเนินคดีฟ้องร้องผู้รับผิดชอบและลงมือสังหารหมู่ประชาชน
ผูุ้ชุมนุม
ทางออกที่สูญเสียมากกว่าคือสงครามกลางเมือง
นั่นแปลว่าฝ่ายประชาชนผู้คัดค้านรัฐบาลรักษาการและทหารต้องหาอาวุธ
(จากไหน?) ลงใต้ดินและรบจรยุทธ์ การชนะทางทหารคาดหวังยาก
แต่การชนะทางการเมืองพอมีทาง หากลากยาวออกไปได้ แรงกดดันสากล,
ปัญหาเศรษฐกิจและความแตกแยกในฝ่ายรัฐบาล-กองทัพน่าจะมากขึ้นจนรักษาอำนาจไว้
ได้ยาก และต้องหาทางออกทางลงทางการเมืองบางแบบ
ทางออกที่สูญเสียมากที่สุดคือการปราบปรามดำเนินต่อไปจนราบคาบ
หมายถึงหยุดการต่อสู้บนท้องถนนได้ ยอดคนตายคงเพิ่มอีกมาก
การปกครองหลังจากนั้นย่อมคือการกดปราบนั่งฆ่าคนขังคนปิดปากคนอยูในบัลลังค์
อำนาจต่อไปเรื่อย ๆ
เชื่อว่ารัฐก่อการร้ายต่อประชาชนตัวเองแบบนี้น่าจะเผชิญกับทั้งการต่อสู้ของ
ประชาชนแบบสันติวิธีและการก่อการร้ายตอบโต้ของกลุ่มฝ่ายต่อต้านต่าง ๆ
เช่นกัน
ไทย
ท่าทีแข็งขันจริงจังของรัฐบาลและเสียงตอบรับที่มีมากขึ้นจากฝ่ายต่าง ๆ
(โดยเฉพาะกรณีอานันท์ ปันยารชุน) ทำให้ข้อเสนอสภาปฏิรูปดูมีน้ำหนักขึ้น
ในเวอร์ชั่นดีที่สุดของมัน
มันอาจทำหน้าที่เป็นสถาบันที่ปรึกษาต่อรองรอมชอมหาจุดร่วมอย่างเป็นทางการใน
หมู่ elites ไทยกลุ่มต่าง ๆ
สถาบันลักษณะนี้ที่ผ่านมาไม่มีในระบบเลือกตั้งประชาธิปไตยซึ่งพรรค
เพื่อไทยและเครือข่ายกุมเสียงข้างมากไว้ได้
แต่การดำรงอยู่และอำนาจอิทธิพลอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการของบรรดา
"อำมาตย์" (non-majoritarian institutions
สถาบันที่ไม่ได้มาจากเสียงข้างมาก) โดยเฉพาะในภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน
ทำให้พวกเขากระตุกรัฐบาลให้สะดุดได้
เพื่อแก้ปัญหานี้
เบื้องหน้างานช้างทางยุทธศาสตร์เรื่องโครงการเมกะลอจิสติกส์และบริหารจัดการ
น้ำมูลค่าเกือบ ๕ ล้านล้านบาท
รัฐบาลเพื่อไทยดูเหมือนกำลังพยายามสร้างสภาปฏิรูปเป็นสถาบันและช่องทางรอง
รับการหารือต่อรองจาก elites
กลุ่มอื่นที่ถูกเบียดขับออกจากระบบเลือกตั้งประชาธิปไตยเหล่านี้
เชื้อเชิญชักชวนให้พวกเขาเข้ามา
"มีส่วนร่วมในการบริหารอำนาจและจัดการผลประโยชน์"
เพื่อสร้างฐานฉันทมติในหมู่ชนชั้นนำ (elite consensus)
รองรับการดำเนินโครงการใหญ่ดังกล่าวข้างต้น
กลุ่มที่ไม่รับคำเชิญและถูกกันออกไปโดยปริยาย
ได้แก่พันธมิตรฯกับประชาธิปัตย์
รวมทั้งเครือข่ายรัฐประหารคปค.-อำมาตย์ตกค้างบางส่วน
พวกเขานับวันจะกลายเป็นพลังต่อต้านนอกระบบ (ตัวตลกสำหรับการเมืองในระบบ)
ลีบผ่อห่อเหี่ยว desperate และสุดโต่งมากขึ้นทุกที
แต่พวกเขาก็นึกหาทางออกไม่เจอ
ได้แต่ชวนกันให้ทิ้งระบบไปสู่สุญญากาศทางการเมืองนอกระบบมากขึ้น
(สนธิผ่านปานเทพและประพันธ์ชวนสส.ประชาธิปัตย์ลาออกยกแผงจากสภา
ซึ่งเท่ากับสละที่มั่นสุดท้ายในระบบทิ้ง เพื่อไปเดิมพันกันนอกระบบเต็มตัว
ได้ก็โค่นระบบเลือกตั้งประชาธิปไตย พ่ายก็หมดตัว กลายเป็น "กบฎ"
ไม่ต้องกลับมา)
พันธมิตรฯกลับเข้าระบบมาไม่ได้เพราะติดสนธิและบ่วงวาทกรรมขวาสุดโต่ง
ต่อต้านการเลือกตั้งประชาธิปไตยของตัวเอง,
ประชาธิปัตย์นับวันถดถอยเสียรังวัดในระบบเพราะติดแกนนำชนักติดหลังชุด
ปัจจุบันและบ่วงวาทกรรมศอฉ.-ผังล้มเจ้าของตัวเอง, กลุ่มฝ่ายต่าง ๆ
ที่เหลือไม่มีกำลังชัดเจนหนักแน่นพอจะทำให้การอยู่นอกระบบของพวกเขามีความ
หมายจริง ในที่สุดใต้การนำที่เพลี่ยงพล้ำเสียเปรียบในระบบของประชาธิปัตย์
ประชาธิปัตย์จึงถูกดูดดึง "โดยธรรมชาติ" ให้หันหน้าออกนอกระบบ
บ่อนทำลายบทบาทฝ่ายค้านที่มีประสิทธิภาพของตัวเองในระบบ
(กลายเป็นฝ่ายลากถูไถดื้อรั้นไร้เหตุผล) และไถลใกล้เข้าไปสู่แนวทาง
"เอเอสทีวี/ผู้จัดการ/พันธมิตรฯ/สนธิ" มากขึ้นทุกที
มันเป็นทางที่ไม่มีอนาคต ไม่ว่าสำหรับพันธมิตรฯ ประชาธิปัตย์ หรือประชาธิปไตยไทย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น