ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ยกฟ้อง อภิสิทธิ์ ฟ้องหมิ่น จตุพร
หลังกล่าวหาตีตนเสมอเจ้า -และตัดสินยกฟ้อง คดี สุเทพ ฟ้องหมิ่น จตุพร
หลังกล่าวหาจ้างต่างด้าวก่อความวุ่นวายในม็อบเพื่อใส่ร้ายคนเสื้อแดง
ศาลชี้วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต
ศาลอาญา รัชดา นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา จากกรณี เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2552 จำเลยได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่า นายอภิสิทธิ์ นั่งเทียบเสมอพระเจ้าแผ่นดินในการเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงาน
ซึ่งคดีนี้ ศาลชั้นต้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การวิจารณ์ของจำเลยเกินเลยในการทำหน้าที่ของนักการเมือง มีความผิดจริงตามฟ้องให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 5 หมื่นบาท แต่ไม่พบว่า จำเลยเคยต้องโทษในคดีอาญามาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ ประชุมสำนวนปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า แม้จำเลยจะเคยดำรงตำแหน่ง ส.ส. แต่ก็ไม่เคยเข้าเฝ้าฯ ในลักษณะเดียวกันกับโจทก์ ในทางนำสืบจึงเชื่อได้ว่า จำเลยไม่รู้ขั้นตอนที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์ ไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับยกฟ้อง
นอกจากนี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.855/2553 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.และ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328
กรณีเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2552 นายจตุพร พรหมพันธุ์ จำเลยแถลงข่าว ต่อสื่อมวลชนทำนองว่าโจทก์สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกณฑ์คนต่างด้าว 5,000 คน สวมเสื้อสีแดงแฝงตัวเข้าร่วมชุมนุมของกลุ่ม นปช.บริเวณถนนราชดำเนินในวันที่ 10 ธ.ค. 2552 เพื่อสร้างสถานการณ์ก่อความวุ่นวายและทำลายพระบรมฉายาลักษณ์แล้วป้ายสีให้ เป็นความผิดของคนเสื้อแดงซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์
ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ประชุมตรวจสำนวนแล้วพิเคราะห์ว่า ขณะนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้แถลงข่าวโดยระบุได้รับรายงานจากสำนักข่าวกรองว่าจะมีคนต่างด้าว เข้ามาชุมนุมร่วมกับม็อบนปช. ซึ่งต่อมาจำเลยก็ได้แถลงข่าวตอบโต้ว่า ฝ่ายรัฐบาลจะเกณฑ์คนต่างด้าวมาชุมนุมก่อความวุ่นวายและทำลายพระบรมฉายา ลักษณ์เพื่อใส่ร้ายคนเสื้อแดง ทั้งนี้จำเลยแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์เพื่อตรวจสอบการทำหน้าที่ของ โจทก์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ประกอบกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ในฐานะผู้เจรจาต่อรองกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เบิกความระบุว่า ในทางการข่าวมีรายงานว่ากลุ่มต่างด้าวได้มาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งการสร้างสถานการณ์ดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้จากทั้งสองฝ่าย
จึงเห็นว่าจำเลยวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความเสียหายและการใส่ร้ายการชุมนุมของกลุ่มคน เสื้อแดง ถือเป็นการแสดงความเห็นและติชมโดยสุจริต ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืนให้ยกฟ้อง
Source : News Center / INN / bangkokbiznews / VoiceTV ( Image)
ศาลอาญา รัชดา นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา จากกรณี เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2552 จำเลยได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่า นายอภิสิทธิ์ นั่งเทียบเสมอพระเจ้าแผ่นดินในการเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงาน
ซึ่งคดีนี้ ศาลชั้นต้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การวิจารณ์ของจำเลยเกินเลยในการทำหน้าที่ของนักการเมือง มีความผิดจริงตามฟ้องให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 5 หมื่นบาท แต่ไม่พบว่า จำเลยเคยต้องโทษในคดีอาญามาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ ประชุมสำนวนปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า แม้จำเลยจะเคยดำรงตำแหน่ง ส.ส. แต่ก็ไม่เคยเข้าเฝ้าฯ ในลักษณะเดียวกันกับโจทก์ ในทางนำสืบจึงเชื่อได้ว่า จำเลยไม่รู้ขั้นตอนที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์ ไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับยกฟ้อง
นอกจากนี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.855/2553 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.และ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328
กรณีเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2552 นายจตุพร พรหมพันธุ์ จำเลยแถลงข่าว ต่อสื่อมวลชนทำนองว่าโจทก์สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกณฑ์คนต่างด้าว 5,000 คน สวมเสื้อสีแดงแฝงตัวเข้าร่วมชุมนุมของกลุ่ม นปช.บริเวณถนนราชดำเนินในวันที่ 10 ธ.ค. 2552 เพื่อสร้างสถานการณ์ก่อความวุ่นวายและทำลายพระบรมฉายาลักษณ์แล้วป้ายสีให้ เป็นความผิดของคนเสื้อแดงซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์
ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ประชุมตรวจสำนวนแล้วพิเคราะห์ว่า ขณะนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้แถลงข่าวโดยระบุได้รับรายงานจากสำนักข่าวกรองว่าจะมีคนต่างด้าว เข้ามาชุมนุมร่วมกับม็อบนปช. ซึ่งต่อมาจำเลยก็ได้แถลงข่าวตอบโต้ว่า ฝ่ายรัฐบาลจะเกณฑ์คนต่างด้าวมาชุมนุมก่อความวุ่นวายและทำลายพระบรมฉายา ลักษณ์เพื่อใส่ร้ายคนเสื้อแดง ทั้งนี้จำเลยแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์เพื่อตรวจสอบการทำหน้าที่ของ โจทก์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ประกอบกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ในฐานะผู้เจรจาต่อรองกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เบิกความระบุว่า ในทางการข่าวมีรายงานว่ากลุ่มต่างด้าวได้มาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งการสร้างสถานการณ์ดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้จากทั้งสองฝ่าย
จึงเห็นว่าจำเลยวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความเสียหายและการใส่ร้ายการชุมนุมของกลุ่มคน เสื้อแดง ถือเป็นการแสดงความเห็นและติชมโดยสุจริต ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืนให้ยกฟ้อง
Source : News Center / INN / bangkokbiznews / VoiceTV ( Image)
by
Boonyisa
13 สิงหาคม 2556 เวลา 11:24 น.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น