แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ: นิรโทษกรรมเหมาเข่ง เห็นด้วย - ไม่เห็นด้วย - See more at: http://blogazine.in.th/blogs/charnvit-kasetsiri/post/4407#sthash.G7ORnxTS.dpuf

ที่มา ประชาไท

 

ในฐานะนักประวัติศาสตร์ 
ผมได้พบข้อมูลระหว่าง พ.ศ. 2475 
จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 81 ปีว่า 
เรามีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมมาแล้ว 22 ฉบับ 
โดยแบ่งเป็นพ.ร.ก. 4 ฉบับ พ.ร.บ. 17 ฉบับ และรธน. 1 ฉบับ 
 
สาระสำคัญของกฎหมายนิรโทษกรรมทั้ง 22 ฉบับ 
คือ การนิรโทษกรรมให้ความผิดโดยแบ่งออกเป็น
- ความผิดฐานเปลี่ยนแปลงการปกครอง 1 ฉบับ
- ความผิดฐานก่อกบฎ 6 ฉบับ
- ความผิดจากการก่อรัฐประหาร 10 ฉบับ
- ความผิดจากการต่อต้านสงครามของญี่ปุ่น 1 ฉบับ
- ความผิดจากการชุมนุมทางการเมือง 3 ฉบับ
- ความผิดจากการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ 1 ฉบับ
 
ถ้านับกันจากระยะเวลา 81 ปี เฉลี่ยแล้ว 3 ปีครึ่ง 
เราจะมีกฎหมายนิรโทษกรรม 1 ฉบับ 
เหตุที่มีมากเช่นนั้น เพราะเป็นการรวมการรัฐประหาร 10 ฉบับ 
และความผิดฐานกบฏ 6 ฉบับ 
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความขัดแย้งของชนชั้นนำ 
คิดเป็นร้อยละ 72.7 
ขณะที่การนิรโทษกรรมความผิดจากการชุมนุมทางการเมือง 3 ฉบับในเหตุการณ์สำคัญ คือ 
 
*เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 : พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ซึ่งกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการเดินขบวนเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2516
 
*เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 : พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2519 
 
*เหตุการณ์พฤษภาคม 2535 : พ.ร.ก.นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2535
 
กลายเป็นตลกร้ายทางการเมือง 
เพราะ กฎหมายที่มุ่งนิรโทษกรรมความผิดจากการชุมนุมทางการเมืองทั้ง 3 ฉบับ 
กลายเป็นว่าเป็นการนิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่ไปพร้อมกันด้วย
 
กฎหมายนิรโทษกรรมกลายเป็น "ใบอนุญาตฆ่าประชาชน" 
ผู้ซึ่งใช้สิทธิในทางการเมืองอย่างสุจริตไปโดยปริยาย
 
หลังจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 
ตามมาด้วยความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาเกือบ 7 ปี 
มีการล้มตายของประชาชนกลางเมืองหลวง และหัวเมืองต่างๆ 
ในเหตุการณ์เมษา-พฤษภา 2553 
จนกลายมาเป็นประวัติศาสตร์บาดแผล ที่ยากจะสมานได้ในเร็ววัน 
แต่ผลพวงจากเหตุการณ์ดังกล่าว 
ยังปรากฏนักโทษการเมือง ที่ถูกจองจำมาเป็นเวลานานนับปีอยู่หลายร้อยคน
 
นี่เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่เราควรจะบอกให้โลกรู้่ว่า 
นักโทษการเมือง จะต้องหมดไปจากประเทศไทย 
ด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรม
 
แต่ แต่ ขณะเดียวกัน การนิรโทษกรรมในปี 2556 
ต้องไม่ใช่การนิรโทษกรรมเช่นในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 
เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 
และเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 
ที่เป็นการนิรโทษกรรมแบบ "เหมาเข่ง" 
ให้ผู้ก่อความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมทางการเมืองได้รับการนิรโทษกรรมไปด้วย 
เพราะประวัติศาสตร์บอกเราชัดเจนว่า 
ตราบใดที่ผู้กระทำผิดไม่ถูกลงโทษ ก็จะมีความุรนแรงตามมา 
 
อย่าให้ประวัติศาสตร์สอนเราว่า 
เราไม่เคยเรียนรู้อะไรจากประวัติศาตร์ต่อไปอีกเลย
 
cK@NoBlanketAmnestyนิรโทษกรรมเหมาเข่ง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น