19 ตุลาคม, 2013 - 20:14 | โดย Charnvit Kasetsiri
ในฐานะนักประวัติศาสตร์
ผมได้พบข้อมูลระหว่าง พ.ศ. 2475
จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 81 ปีว่า
เรามีการออกกฎหมายนิ รโทษกรรมมาแล้ว 22 ฉบับ
โดยแบ่งเป็นพ.ร.ก. 4 ฉบับ พ.ร.บ. 17 ฉบับ และรธน. 1 ฉบับ
สาระสำคัญของกฎหมายนิรโทษกรรมทั ้ง 22 ฉบับ
คือ การนิรโทษกรรมให้ความผิดโดยแบ่ งออกเป็น
- ความผิดฐานเปลี่ยนแปลงการปกครอง 1 ฉบับ
- ความผิดฐานก่อกบฎ 6 ฉบับ
- ความผิดจากการก่อรัฐประหาร 10 ฉบับ
- ความผิดจากการต่อต้ านสงครามของญี่ปุ่น 1 ฉบับ
- ความผิดจากการชุมนุมทางการเมือง 3 ฉบับ
- ความผิดจากการกระทำอันเป็นคอมมิ วนิสต์ 1 ฉบับ
ถ้านับกันจากระยะเวลา 81 ปี เฉลี่ยแล้ว 3 ปีครึ่ง
เราจะมีกฎหมายนิรโทษกรรม 1 ฉบับ
เหตุที่มีมากเช่นนั้น เพราะเป็นการรวมการรัฐประหาร 10 ฉบับ
และความผิดฐานกบฏ 6 ฉบับ
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความขัดแย้ งของชนชั้นนำ
คิดเป็นร้อยละ 72.7
ขณะที่การนิรโทษกรรมความผิ ดจากการชุมนุมทางการเมือง 3 ฉบับในเหตุการณ์สำคัญ คือ
*เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 : พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ซึ่งกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกั บการเดินขบวนเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2516
*เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 : พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่ งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุ มในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่ างวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2519
*เหตุการณ์พฤษภาคม 2535 : พ.ร.ก.นิรโทษกรรมแก่ผู้ กระทำความผิดเนื่องในการชุมนุ มระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2535
กลายเป็นตลกร้ายทางการเมือง
เพราะ กฎหมายที่มุ่งนิรโทษกรรมความผิ ดจากการชุมนุมทางการเมืองทั้ง 3 ฉบับ
กลายเป็นว่าเป็นการนิ รโทษกรรมเจ้าหน้าที่ไปพร้อมกั นด้วย
กฎหมายนิรโทษกรรมกลายเป็น "ใบอนุญาตฆ่าประชาชน"
ผู้ซึ่งใช้สิทธิในทางการเมื องอย่างสุจริตไปโดยปริยาย
หลังจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
ตามมาด้วยความขัดแย้งทางการเมื องที่ยืดเยื้อมาเกือบ 7 ปี
มีการล้มตายของประชาชนกลางเมื องหลวง และหัวเมืองต่างๆ
ในเหตุการณ์เมษา-พฤษภา 2553
จนกลายมาเป็นประวัติศาสตร์ บาดแผล ที่ยากจะสมานได้ในเร็ววัน
แต่ผลพวงจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ยังปรากฏนักโทษการเมือง ที่ถูกจองจำมาเป็นเวลานานนับปี อยู่หลายร้อยคน
นี่เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่เราควรจะบอกให้โลกรู้่ว่า
นักโทษการเมือง จะต้องหมดไปจากประเทศไทย
ด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรม
แต่ แต่ ขณะเดียวกัน การนิรโทษกรรมในปี 2556
ต้องไม่ใช่การนิรโทษกรรมเช่ นในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516
เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
และเหตุการณ์พฤษภาคม 2535
ที่เป็นการนิรโทษกรรมแบบ "เหมาเข่ง"
ให้ผู้ก่อความรุนแรงต่อผู้ชุมนุ มทางการเมืองได้รับการนิ รโทษกรรมไปด้วย
เพราะประวัติศาสตร์บอกเราชั ดเจนว่า
ตราบใดที่ผู้กระทำผิดไม่ถู กลงโทษ ก็จะมีความุรนแรงตามมา
อย่าให้ประวัติศาสตร์สอนเราว่า
เราไม่เคยเรียนรู้อะไรจากประวั ติศาตร์ต่อไปอีกเลย
cK@NoBlanketAmnestyนิ รโทษกรรมเหมาเข่ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น