แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"ปู"เปิด"This’s My Future 2013"ชี้สร้างอนาคตเด็กไทยต้องใช้เวลา "หญิงอ้อ-โอ๊ค-เอม-อิ๊งค์"รับพร้อมหน้า

ที่มา มติชน

 http://www.matichon.co.th/online/2013/10/13815641921381564355l.jpg

 http://www.matichon.co.th/online/2013/10/13815641921381564365l.jpg

 http://www.matichon.co.th/online/2013/10/13815641921381564889l.jpg

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 11.30น.  วันที่ 12 ตุลาคม นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปบรรยายในงาน เป็นประธานและบรรยายพิเศษโครงการ “This’s My Future 2013 : 9 สุดยอดคลังสมองประเทศไทย ปั้นเด็กไทยไปเวทีโลก” ณ Voice SPACE  สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียว Voice TV อาคาร BBD ถนนวิภาวดีรังสิต ที่จัดโดยมูลนิธิไทยคม  โดยมีผู้บริหารของมูลนิธิไทยคมและผู้บริการ Voice TV ให้การต้อน อาทิ คุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ นายบรรณพจน์ ดามาพงษ์ นายพานทองแท้ ชินวัตร  น.ส.พินทองทา ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร  ชินวัตร  เป็นต้น

 น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า รู้สึกดีใจที่ได้กลับมายืนตรงนี้อีกครั้ง เพราะตนเคยเป็นกรรมการและเลขานุการของมูลนิธิไทยคม ทั้งนี้ แนวทางการพัฒนาเยาวชนไทยไปในเวทีโลกนั้น   คิดว่าองค์ความรู้ที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนที่รู้แจ้งคือเน้นการปฏิบัติ เชื่อว่าเยาวชนทุกคนมีอนาคตมีความฝัน มีความคิดของตนเองถ้าเรารู้จักค้นหาตนเอง รู้จักอนาคตข้างหน้า ดังนั้น ต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ เพราะเชื่อว่าเด็กไทยไม่แพ้คนอื่น ซึ่งตนเชื่อในศักยภาพเด็กไทย ตนต้องการเห็นความเท่าเทียมกันทางการศึกษา ซึ่งรัฐบาลเน้นเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยจะมีดูแลประชาชนตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่เด็กในครรภ์ เพราะถ้าแม่มีสุขภาพกายใจและดีลูกก็จะสุขภาพจิตดีและแข็งแรง สำหรับภาครัฐ เราจะเริ่มพัฒนาตั้งแต่ เด็ก ป.1-2 มีโครงการแทบเล็ตพีซี เพราะมองถึง เนื้อหาข้างในว่าทำอย่างไรให้เสริมการเรียนการสอนของเด็กที่มีความสนใจ เก็บพัฒนาการและการเรียนรู้ เพราะโลกเราเปลี่ยน ทำให้การศึกษาเปลี่ยนรูปแบบด้วย ความท้าทายในประเทศไทยในอนาคตว่าเรามีความต้องการคนมีความรู้ความสามารถ เพราะตอนนี้อัตราการวางงานต่ำกว่า 1% แต่เราขาดแรงงานสายอาชีวะ เราต้องมีการคิดค้นวิจัยมากขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงระดับโลก เศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลง หลายประเทศเติบโตช้าลง

   “เราจึงไม่สามารถยึดติดกับในประเทศ เราต้องมีการปรับความสัมพันธ์กับต่างประเทศมากขึ้น เราต้องมองกวางขึ้น ส่วนการพัฒนาในภาคพลังงาน และภาคการเกษตรที่ต้องเป็นครัวไทยสู่ครัวโลกที่เราจะแปรรูปสินค้าเกษตรเป็น สินค้าที่มั่งคั่งเป็นมาตรฐานในตลาดต่างประเทศ ส่วนอุตสาหกรรมรถยนต์อยากเห็นการผลิตรถที่ประหยัดพลังงานเป็นอีโคคาร์ของโลก เพิ่มจากสองล้านคันก็จะเป็นสามล้านคันต่อปี รวมทั้งธุรกิจบริการ ท่องเที่ยวสุขภาพ สปา ทำอย่างไรให้เอกลักษณ์ของไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่พลิกโฉมประเทศไทย คือระบบขนส่งผ่านโครงการ 2 ล้านล้านแม้ดูเป็นตัวเลขที่สูง แต่ใช้เวลานานถึง 7 ปี ซึ่งขณะนี้นายกจีนก็มา ซึ่งที่จีนมีรถไฟความเร็งสูงเป็นหมื่นๆกิโล แต่เราจะสร้างแค่พันกว่ากิโลเมตรเอง ไม่มากเกินไป สิ่งต่างๆ ทำให้เกิดการจ้างงาน มีการพัฒนาเมืองใหม่ มีเส้นทางคมนาคมเข้าไปเชื่อมโยงยุทธศาสตร์จังหวัดที่จะเปลี่ยนเป็นโอกาสที่ เยาวชนจะได้ศึกษาและทำงานโดยไม่ได้ต้องเข้ามาใน กทม. ทุกอย่างทำกระจายในต่างจังหวัด ไม่ต้องเข้ามากทม อย่างไรก็ตาม มีคนกล่าวว่าถ้ามีเงินทำอะไรก็สร้างได้ แต่การสร้างเยาวชนมากกว่านั้น ดังนั้นเราต้องอดทนไม่ย่อท้อแต่อุปสรรค” นายกรัฐมนตรี กล่าว


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น