เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานร่วมในพิธีเปิดสะพานมิตรภาพ
4 (เชียงของ-ห้วยทราย) ร่วมกับ ฯพณฯ บุนยัง วอละจิต รองประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ณ สะพานที่เชื่อมแม่น้ำโขงระหว่าง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
โดยทรงทอดพระเนตรนิทรรศการมิตรภาพข้ามพรมแดนของกรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวของ ณ อาคารด่านพรมแดน
สะพานมิตรภาพ 4 ฝั่งไทย โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
กราบบังคับทูลรายงาน
ทั้งนี้ ในพิธีเปิดดังกล่าวมีหน่วยงานจากภาครัฐ เอกชน
พ่อค้า ประชาชนและแขกผู้มีเกียรติเฝ้ารอรับเสด็จฯ
และเข้าร่วมในพิธีด้วยความปลาบปลื้มปิติอย่างเนืองแน่น
ผู้
สื่อข่าวรายงานว่า
สำหรับสะพานมิตรภาพ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย)
เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้
เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งของประเทศไทยและจีนตอนใตเข้าด้วยกัน
ภายใตกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงหรือจีเอ็มเอส ซึ่งรัฐบาลไทย ลาว
และจีน
ร่วมกบธนาคารพัฒนาเอเชียหรือเอดีบี
ไดร่วมกันดำเนินการมาตลอดโดยการก่อสร้างนั้นรัฐบาลไทยได้จัดสรรงบประมาณใน
การก่อสร้างครึ่งหนึ่งและอีกส่วนทางรัฐบาลจีนเป็นผู้ให้การสนับสนุนร่วมรับ
ผิดชอบ
ซึ่งกระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงได้รับผิดชอบก่อสร้าง
วงเงินค่าก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 1,570 ล้านบาท
นายศรชัย สร้อยพงษ์พราย นายด่านศุลกากรเชียงของ
กล่าวว่าด่านพรมแดนแห่งใหม่นี้ได้มีการเตรียมอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ กำหนดอาคารสถาน
เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องมือสื่อสาร ระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ เครื่องตรวจสอบสินค้า
ที่สำคัญได้มีการนำรถเอกเรย์สินค้าเพื่อตรวจสอบสินค้าผิดกฎหมายทุกประเภทเข้าออกบริเวณสะพานมิตรภาพ ฯลฯ
เอาไว้พร้อมแล้ว รวมทั้งในอนาคตยังจะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดหรือซีซีทีวีในพื้นที่ทั้งสองฝั่งประเทศ
เพื่อร่วมกันดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของการให้บริการและความปลอดภัยในทุกด้านด้วย
ทั้งนี้ด่านศุลกากรเชียงของมีการค้าชายแดนในปี 2555 มูลค่ารวมกว่า 12,500 ล้านบาท และในปี 2556
มีมูลค่าการค้ารวมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 13,600 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 9
และหลังเปิดสะพานแล้วคาดว่าจะมีมูลค่าการค้าเพิ่มมากขึ้นอีกเพราะเดิมใช้การขนส่งสินค้าผ่านแพขนานยนต์ในแม่น้ำโขงเท่านั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น