แถลงการณ์สมาคมตำรวจเพื่อประโยชน์ของสาธารณชน
รัฐมีหน้าที่รับผิดชอบรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมเพื่อความสงบสุข ความผาสุก ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ด้วยภารกิจของรัฐดังกล่าว รัฐจึงมีอำนาจดำเนินคดีอาญาเพื่อให้เกิดความยุติธรรม ความสงบสุขของประชาชน โดยรัฐจัดให้มีกระบวนการยุติธรรมทางอาญา อันประกอบด้วยพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ ศาล เป็นองค์กรหลักในการดำเนินคดี
กระบวนการสอบสวนคดีอาญามีวัตถุประสงค์เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาฟ้องลง โทษตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๑๑) ซึ่งการได้ตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นสอบสวนนั้น กระทำได้หลายวิธี เช่น การจับกุมกรณีความผิดซึ่งหน้า การออกหมายจับ การออกหมายเรียก หรือแจ้งให้ผู้ต้องหามามอบตัว และเมื่อผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว ผู้ต้องหาจะได้รับการแจ้งข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาต่อสู้คดีตามหลักการรับฟังพยานหลัก ฐานทุกฝ่ายตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๑ ,๑๓๔ วรรคสี่
เมื่อพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานอันสามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ต้องหา
น่าจะกระทำความผิดอาญาตามที่กล่าวหาแล้ว
พนักงานสอบสวนอาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ออกหมายจับกรณีความผิดนั้นมีอัตรา
โทษจำคุกเกินสามปีขึ้นไป
โดยไม่ต้องออกหมายเรียกก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖๖
(๑) กระนั้นก็ตามย่อมเป็นดุลพินิจของศาลในการมีคำสั่งให้ออกหมายจับหรือไม่
กรณีการขอให้ศาลออกหมายจับ แม้ศาลยกคำร้อง
แต่ไม่กระทบต่อกระบวนการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน
เพียงแต่เจ้าพนักงานไม่มีอำนาจจับกุมผู้ต้องหาเท่านั้น
การดำเนินคดีอาญายังดำเนินต่อไป
กล่าวคือพนักงานสอบสวนยังคงจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานค้นหาความจริงจนสิ้น
กระแสความ และทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้อง
หรือควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาตามข้อกล่าวหาหรือไม่แล้วส่งสำนวนไปให้อัยการ
พิจารณาในขั้นตอนต่อไป
ดังนั้นกรณีที่นายสาธิต วงศ์หนองเตย กับพวกรวม ๑๓ คน
ถูกดำเนินคดีในข้อหาเป็นกบฏรวมทั้งข้อหาอื่นๆ
และศาลมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหาก่อน
ซึ่งศาลมีความเห็นว่า “พิเคราะห์พยานหลักฐานของผู้ร้องแล้ว เห็นว่า
นายกรัฐมนตรีได้ทูลเกล้าฯถวายร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๑๐๘
อันเป็นวิถีทางแห่งประชาธิปไตย จึงเชื่อว่าเหตุการณ์ต่างๆ
น่าจะลดความรุนแรงลง
ชอบที่พนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบสวนแล้วออกหมายเรียกไปยังผู้ต้องหาทั้ง
สิบสามคนเสียก่อน ในชั้นนี้ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะออกหมายจับ”
ก็ไม่กระทบต่อกระบวนการดำเนินคดีแต่อย่างใด
เพียงแต่การจับกุมผู้ต้องหายังกระทำไม่ได้เท่านั้น
ซึ่งแม้ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว
แต่การจับกุมตามหมายจับนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะไม่จับกุมในทันทีทันใดต้อง
ดูตามความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย ดังเช่นกรณีที่ศาลออกหมายจับนายสุเทพ
เทือกสุบรรณ ไว้แล้ว ก็ยังไม่มีการจับกุมแต่อย่างใด
เพราะนายสุเทพฯอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมตลอดเวลา
หากมีการจับกุมอาจเกิดการกระทบกระทั่งกันได้
สมาคมตำรวจขอเรียนชี้แจงต่อประชาชนทั่วไปว่าการดำเนินคดีอาญาข้อหาเป็นกบฏ
และข้อหาอื่นๆ กับนายสาธิต วงศ์หนองเตย กับพวกรวม ๑๓ คน
นั้นยังคงดำเนินการต่อไป
หาใช่ว่านายสาธิตฯกับพวกจะพ้นข้อกล่าวหาแต่อย่างใดไม่
ทั้งนี้นายสาธิตฯกับพวกรวม ๑๓ คน
ย่อมมีสิทธิ์แสดงพยานหลักฐานต่อพนักงานสอบสวนเพื่อพิสูจน์ความผิดของตนได้
เช่นเดียวกัน
ด้วยความปรารถนาดี
พลตำรวจเอก สุวรรณ สุวรรณเวโช
นายกสมาคมตำรวจ
พลตำรวจเอก สุวรรณ สุวรรณเวโช
นายกสมาคมตำรวจ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น