แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556

นายกฯ หญิงทิ้งไพ่ 'ยุบสภา' ยุติด้วยเสียง 'มหาชน'

ที่มา Voice TV

 นายกฯ หญิงทิ้งไพ่ 'ยุบสภา' ยุติด้วยเสียง 'มหาชน'


รายงานพิเศษ โดย พนัสชัย คงศิริขันต์
 
 
ไม่ใช่ เรื่องแปลก หาก "สุเทพ เทือกสุบรรณ" จะประกาศยกระดับการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ด้วยการเป่า "นกหวีด" ครั้งสุดท้าย เพื่อเผด็จศึก "รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ในวันที่ 9 ธันวาคม 2556
 
 
ไม่ใช่เรื่องแปลก หาก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เลี่ยงที่จะตอบให้ตรงประเด็น เมื่อถูกคำถามของ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ต่อกรณีพรรคประชาธิปัตย์พร้อมจะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งทันทีหรือไม่
 
 
ไม่ใช่เรื่องแปลก หาก "ความเคลื่อนไหว" ของ 2 แกนนำหลักของพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ยืนยันอย่างชัดเจนถึงการเข้าสู่ "กระบวนการเลือกตั้ง" ถ้าเป็นการคืนอำนาจให้กับปวงชนชาวไทย ผ่านการเลือกตั้ง
 
 
เนื่องด้วย "พรรคประชาธิปัตย์" เป็นพรรคที่พ่ายแพ้ให้กับ "พรรคพลังประชาชน" ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2550
 
 
และ "พรรคประชาธิปัตย์" ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับ "พรรคเพื่อไทย" ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2554
 
 
เป็นการพ่ายแพ้ ด้วยกติกาตาม "รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550" ที่ยกร่างขึ้นภายใต้ "รัฐบาล" ที่มาจากการ "รัฐประหาร"
 
 
การยกระดับของ "สุเทพ" ให้มีการคืนอำนาจให้กับประชาชน ผ่านมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดตั้ง "สภาประชาชน" ในการตรากฎหมายผ่านอำนาจ "นิติบัญญัติ"
 
 
พร้อมทั้งยกระดับเสนอให้มีการนำ มาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ มาบังคับใช้ เพื่อขอพระราชทาน "นายกรัฐมนตรี"
 
 
ข้อเสนอเหล่านี้ ล้วนถูกมองว่า เป็นการใช้ "ทางลัด" เพื่อหวังให้มี "รัฐบาล"จาก "คนนอก" เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน
 
 
ทั้งที่บทบัญญัติของ "รัฐธรรมนูญ" ไม่เปิดช่องให้มีการนำ "คนนอก" มาเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
 
 
ทั้งที่ บทบัญญัติของ "รัฐธรรมนูญ" ไม่เปิดช่องให้มีการจัดตั้ง "สภาประชาชน" ขึ้นมาได้
 
 
เมื่อข้อเสนอเหล่านี้ ถูกมองว่าต้องการให้เกิด "สุญญากาศ" และยังถูกมองจาก "นักกฎหมายมหาชน"ว่าจะเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เกิน 1 มาตราขึ้นไป
 
 
เกิดเป็นข้อขัดแย้งจาก "วิกฤตการณ์ทางการเมือง" อันเกิดจากการ "ชุมนุม" เพื่อต้องการโค่นล้ม "รัฐบาล"ที่มาจากเสียงข้างมากของปวงชนชาวไทย จนไม่อาจหา "ข้อยุติ" และ "ทางออก"ได้
 
 
 
 
 
 
กระทั่ง "ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตัดสินใจทิ้งไพ่อำนาจใบสุดท้าย ด้วยการ "ยุบสภาผู้แทนราษฎร" เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 โดยขอพระราชทาน ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ยุบสภาผู้แทนราษฎรนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
 
 
ถ้อยแถลงของ "นายกฯหญิง" ระบุใจความสำคัญถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังดำรงอยู่ต่อไป ไม่ว่ารัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขอย่างไร รัฐบาล หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ก็ยังปรากฏปัญหาความขัดแย้งอยู่ตลอด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามดำเนินการด้วยความละมุนละม่อม และรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียอีก
 
 
เมื่อมีการ "ยุบสภาผู้แทนราษฎร" เกิดขึ้น จะต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 108  และวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
 
 
โดยมีการกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557
 
 
ถือเป็นการใช้อำนาจ "ยุบสภาผู้แทนราษฎร"ของ "ประมุขฝ่ายบริหาร" เพื่อหวังยุติปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายนอกสภา และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่าง "นิติบัญญัติ" และ "บริหาร" มาตลอด1 เดือนกว่า
 
 
เป็นวิถีทางการคืนอำนาจให้กับ "ประชาชน"ผ่านการ "ยุบสภา" ภายใต้กติกาประชาธิปไตย
 
 
เพื่อหวังคลี่คลาย "มวลชน" บนท้องถนนให้ใช้อำนาจอธิปไตยที่มีอยู่ในการตัดสินใจด้วยเสียง "มหาชน"ที่เด็ดขาดผ่าน "บัตรเลือกตั้ง"
 
 
ซึ่งน่าจะดีกว่าการใช้ทางลัดนอกกติการัฐ ธรรมนูญ 2550 ที่ไม่อาจหาข้อยุติของมวลมหาประชาชน เพราะอาจตรงกันข้ามกับการใช้สิทธิ "พิทักษ์รัฐธรรมนูญ"
 
 
 
 
 
 
ยิ่งข้อ เสนอให้จัดตั้ง "สภาประชาชน" หรือ "นายกรัฐมนตรี"จาก "คนนอก" ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 นั้น ย่อมเป็นข้อเสนอที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของ "รัฐธรรมนูญ"
 
 
ยิ่งข้อเสนอให้ระหว่างที่มีการยุบสภาผู้แทน ราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 บัญญัติให้ คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้น ใหม่จะเข้ารับหน้าที่
 
 
ฉะนั้น การให้นายกรัฐมนตรีซึ่งอยู่ระหว่างรักษาการลาออกจากตำแหน่งระหว่างยุบสภา เพื่อให้เปิดช่องทางให้นำบทบัญญัติ มาตรา 7  กรณีไม่มีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญนี้บังคับใช้  จึงเป็นการกระทำที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา181
 
 
อีกทั้ง บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้มีไว้ใช้บังคับ มิได้มีไว้เพื่อให้เกิดสุญญากาศ
 
 
หากทำตามข้อเรียกร้องของฝ่ายตรงข้ามที่เสนอ ให้ "นายกรัฐมนตรี"ลาออกจากตำแหน่งรักษาการ ก็ยิ่งจะเป็นการเปิดทางให้เกิดการ "รัฐประหารซ่อนรูป"ตามกลไกอันเกิดจากนอกกติกาของ "รัฐธรรมนูญ"ได้
 
 
เมื่อ "พรรคเพื่อไทย" เดินหน้าเข้าสู่ "กติกา" ตาม "รัฐธรรมนูญ" ด้วยการชิงเสนอชื่อ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เป็นแคนดิเดต "นายกรัฐมนตรี"ในตำแหน่ง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1
 
 
การประกาศความพร้อมจากการที่ "นายกฯหญิง"ทิ้งไพ่อำนาจสุดท้ายด้วยการ "ยุบสภา"
 
 
จึงเป็นการดึง "พรรคประชาธิปัตย์"ที่คัดค้านอยู่บนท้องถนน ให้เข้าสู่สนามเลือกตั้ง  ตามกระบวนการเลือกตั้งที่เป็นการคืนอำนาจให้ "ปวงชนชาวไทย"
 
 
เพราะหาก ปฏิเสธการชี้ชะตาประเทศผ่านอำนาจของ "ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง" ก็คงไม่อาจหาทางออกอันเป็นข้อยุติความขัดแย้งจาก "มวลมหาประชาชน"ที่แท้จริงในขณะนี้ได้
 
 
เมื่อเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง  "พรรคประชาธิปัตย์"จึงต้องเสนอผู้ขึ้นชิงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็น "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หรือคนใดก็ตาม เพื่อมาเสนอนโยบายแข่งกับ  "พรรคเพื่อไทย" ตามวิถีทางประชาธิปไตย ภายใต้กติกตา ตามรัฐธรรมนูญ 2550
 
 
9 ธันวาคม 2556 เวลา 18:44 น.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น