ที่มา FB Maysa Nitto
คุณกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมายาคติตัวเองมั๊ย? สิ่งที่จะเห็นข้างล่างนี้ไม่ใช่ความเชื่อ แต่มันเป็นวิทยาศาสตร์
1.จากข้อมูลของ กกต.การเลือกตั้งปี 2554
ประชาธิปัตย์ใช้เงินไป 165,420,868.94 บาท
พรรคเพื่อไทย ใช้เงินไป 93,846,296.45 บาท
2.ผลวิจัยการเลือกตั้งปี 2554 อ.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี
รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ระบุว่า ภาคที่มีการซื้อเสียงได้ผลที่สุด คือ ภาคใต้
และภาคกลาง / คนที่จบปริญญาโทขึ้นไป
เลือกพรรคเพื่อไทยมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์
3.ผลวิจัยการเลือกตั้งปี 2554 ของอาจารย์ปริญญา
เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ บอกว่า
"การซื้อเสียงการเลือกตั้งมีผลแค่ร้อยละ 5 และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ
โดยเฉพาะการเลือกตั้งใหญ่ ที่คนเลือกที่พรรคตามอุดมการณ์ตัวเอง"
4.ดร.จักรกริช สังขมณี รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ณ งานสัมมนา
“ภูมิทัศน์และการเมืองของการพัฒนาชนบทไทยร่วมสมัย” กล่าวไว้
"มายาคติเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงของคนชนบท
รวมทั้งการสร้างวาทกรรมให้ภาพการซื้อเสียงมีลักษณะตื้นเขิน งอมืองอเท้า
รอคอยแต่การอุปถัมภ์และไม่รู้เท่าทันนักการเมือง
กลายเป็นอุปสรรคต่อการทำความเข้าใจภาวะเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในชนบท
ขณะเดียวกันหากพิจารณาวาทกรรมดังกล่าว
จะพบว่าเป็นเพียงการสร้างความพึงพอใจให้กับชนชั้นกลางที่เชื่อว่าตนเองมี
วุฒิภาวะทางประชาธิปไตยสูงกว่าคนในชนบท
วาทกรรมการซื้อเสียงได้ลดทอนคุณค่าคะแนนเสียงในชนบท
เนื่องจากมองว่าคนชนบทไร้ศีลธรรมทางประชาธิปไตย
ถูกชักจูงให้เป็นฐานเสียงหรือร่วมขบวนการทางการเมืองได้ง่าย ดังนั้น
สิ่งเหล่านี้จึงเป็นม่านบังตาที่ทำให้ไม่เห็นเจตจำนงหรือความปรารถนาที่แท้
จริงของคนชนบท”
5."อย่ามาพูดว่าแพ้เพราะเงิน เลือกตั้งหลังสุดอาจเป็นเพราะเราใช้เงินมากกว่าเขาด้วยซ้ำไป" อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
-----------------------------
ขอบคุณข้อมูลจากไกรภพ จันทร์ดี's status.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น