ปส.รวบแนวร่วมกปปส.ขนยาบ้าลงภาคใต้ 1 แสนเม็ด อ้างรับจ้างเครือข่ายเรือนจำภาคใต้ ส่งยาลง จ.สุราษฎร์ธานี
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ก.พ.
ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์
รองผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ ผบก.ปส.4 พร้อมเจ้าหน้าที่บช.ปส.
ร่วมแถลงผลการจับกุมยาเสพติด 2 คดี โดยคดีแรกจับกุมนายสะอาด หรือบังบ่าว
หอมหวน อายุ 49 ปี นายไพศาล หรือชาญ ชูราษฎร์ อายุ 37 ปี นางณิชกานต์
หรือจ๋า กาติ๊บ อาย 33 ปี และนายสุธี หรือเผือก ชาญปรานีช อายุ 40 ปี
พร้อมของกลางยาบ้า 1 แสนเม็ด รถกระบะ อีซูซุ ทะเบียน กข 3015 กระบี่ รถเก๋ง
ฮอนด้า ทะเบียน กจ 5900 สุราษฏร์ธานี รถกระบะอีซูซุ ทะเบียน ถข 7615 กทม.
และโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่ด่านตรวจพาหนะชุมพร
ถนนเพชรเกษม หมู่2 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
พล.ต.ต.พุทธิชาติ กล่าวว่า
ขณะเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจยานพาหนะชุมพรโดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่
เกี่ยวข้องในพื้นที่
พบรถเก๋งฮอนด้าขับดูเส้นทางก่อนท่าทางมีพิรุธจึงเรียกตรวจสอบและสอบถาม
จนกระทั่งทราบว่าจะมีการลำเลียงยาบ้าลงสู่ภาคใต้ซึ่งซุกซ่อนในรถกระบะอีซูซุ
อีกคัน โดยมีนายสุธี เป็นผู้ขับขี่ จากการตรวจค้นภายในรถกระบะพบยาบ้า 1แสน
เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในรถ
โดยมีการดัดแปลงคล้ายถังบรรจุก๊าซใต้ท้องรถและช่องลับข้างถังน้ำมันเพื่อซุก
ซ่อนยาบ้า จึงทำการจับกุมตัวพร้อมยึดของกลาง
พล.ต.ต.พุทธิชาติ กล่าวอีกว่า ส่วนคดีที่ 2
ขยายผลจับกุมนายประภาส ขุนเพชร อายุ 44 ปี และนายสมใจ หมวดดำ อายุ 37 ปี
พร้อมของกลางยาบ้า 2 หมื่นเม็ด รถจยย.1 คัน รถกระบะ 1 คัน
และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการที่จะมารับยาบ้าจากกลุ่มของ นายสะอาด
โดยจับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมันปตท. สี่แยกคูหา ถนนเอเซีย อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ายาบ้าทั้งสองคดีดังกล่าวเป็นของเครือข่ายพันโทยี่เซ
จากการสอบสวน นายสะอาด
ให้การรับสารภาพว่ามีอาชีพค้าขาย
โดยมีผู้ว่าจ้างสั่งการมาจากในเรือนจำในพื้นที่ภาคใต้
ให้นำยาบ้าไปส่งให้กับเอเย่นต์รายย่อยแห่งหนึ่งที่ จ.สุราษฎร์ธานี
หากทำงานสำเร็จจะได้ค่าจ้าง 5 หมื่นบาท
และเพิ่งทำเป็นครั้งแรกแต่ถูกจับกุมเสียก่อน
ส่วนที่มีผ้ารัดข้อมือลายธงชาติสัญลักษณ์ของกลุ่มกปปส.นั้นเนื่องจากชื่นชอบ
ในอุดมการณ์ทางการเมือง
และเคยไปร่วมชุมนุมด้วยครั้งหนึ่งที่ถนนราชดำเนินในช่วงที่รัฐบาลประกาศยุบ
สภา แต่ไม่ได้เป็นการ์ดของกปปส.หรือเคยขึ้นเวทีแต่อย่างใด
เบื้องต้นแจ้งข้อหา
"ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้
รับอนุญาต" ส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่มา : เว็บไซต์เดลินิวส์
by
Wasinee
22 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 19:04 น.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น