แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วิกฤตเลือกตั้ง หลัง 2 ก.พ. แผนคว่ำ พท. คืนอำนาจ ปชป.

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

 http://www.prachachat.net/online/2014/02/13914111581391411400l.jpg


updated: 03 ก.พ. 2557 เวลา 14:02:42 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
รายงานพิเศษเมื่อรัฐบาลสั่งเดินหน้าเลือกตั้ง 2 ก.พ.สุดตัว แม้ยังไม่มีหลักประกันว่าในวันเลือกตั้งจะเกิดความปั่นป่วนวุ่นวายมากหรือ น้อย และเป็นมติที่สวนทางของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ทั้ง 5 คน ที่พยายามเลื่อนการเลือกตั้งออกไป

เหตุผลอย่างเป็นทางการปรากฏผ่าน ปากของ "พงศ์เทพ เทพกาญจนา" รองนายกรัฐมนตรี คือ 1.การเลื่อนการเลือกตั้งไม่ได้แก้ปัญหาหรือทำให้ปัญหาหมดไป

2.ไม่มี อะไรเป็นหลักประกันว่าเลื่อนไปแล้วทุกอย่างจะยุติ และอาจเสียหายยิ่งกว่า 3.ไม่มีกฎหมายรองรับในการเลื่อนการเลือกตั้ง เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นแค่คำแนะนำ

ประเด็นสำคัญที่สุด คือ นายกรัฐมนตรีอาจสุ่มเสี่ยงที่จะถูกฟ้องย้อนหลังได้

ทำให้ "สมชัย ศรีสุทธิยากร" 1 ใน 5 กกต.ที่ดูแลงานด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ผู้ที่เคยฝันแม่นยิ่งกว่าแม่นว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้ 1 หญิง ไปหารือกับผู้ชายทั้ง 5 เพื่อแก้ไขวิกฤตเลือกตั้ง คราวนี้จึงสวมบท "หมอดู" อีกครั้ง ฉายภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง 7 ภาพอนาคต จากเบาไปหนัก

เป็น 5 พงหนามของ "ยิ่งลักษณ์" หลัง 2 ก.พ. ใน 7 อุปสรรคหลังเลือกตั้งของ "สมชัย"

1.16 เขตที่มีผู้สมัครรายเดียว มีบางเขตผู้สมัครอาจได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือน้อยกว่า Vote No ในกรณีนี้ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ ทำให้ได้ ส.ส.ช้าไปประมาณ 1 เดือน หรือเดือนครึ่ง แต่อย่างไรก็จบ เพราะในการเลือกใหม่รอบที่สาม ได้คะแนนเท่าไหร่ก็ได้เป็น ส.ส.

2.28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร ทำให้เปิดสภาไม่ได้ เพราะมีสมาชิกขาดไป 25 คน ปัญหาจะถูกแก้ไขได้ในเวลา 2-3 เดือน หากมีการเปิดรับ และมีผู้สมัครได้ 3 เขตขึ้นไปก็จบ กระบวนการดังกล่าว สามารถแก้ปัญหาได้ในช่วงเวลา 2-3 เดือน หลังจากวันที่ 2 ก.พ.

3.ส.ส.บัญชีรายชื่อ 125 คน จะยังไม่สามารถประกาศชื่อ ส.ส.ได้ เนื่องจากต้องรอการนับคะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งมีประมาณ 99,000 หน่วย ในกรณีนี้คาดว่าจะมีหน่วยเลือกตั้งจำนวนมาก เป็นหมื่นหน่วยที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง

และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ คาดว่าภายใต้สถานการณ์นี้ อาจต้องใช้เวลา 4-6 เดือน หรือมากกว่านั้น

4.ส.ส.เขต 375 คน จะไม่สามารถประกาศได้แม้แต่รายเดียว เนื่องจากการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ในวันที่ 26 ม.ค. มีผู้ที่ไม่สามารถมาใช้สิทธิ์ได้ประมาณ 2 ล้านคน (จากผู้ลงทะเบียนนอกเขต 2.1 ล้านคน) จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งนอกเขตใหม่ใน 83 เขต

5.หลัง จากการเลือกตั้ง 2 ก.พ. จะมีผู้ฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทันที ด้วยสาเหตุที่หยิบยกขึ้นมามากมาย เช่น การเลือกตั้งทั่วไปจะต้องทำในวันเดียว ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายความว่า แนวโน้มที่เงิน 3,800 ล้านบาทจะสูญเปล่ามีสูงยิ่ง

6.การเผชิญหน้าของ คนในชาติ ที่ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนการเลือกตั้ง และอีกฝ่ายหนึ่งคัดค้านการเลือกตั้ง จะไม่อยู่ในกรอบของกฎหมายและสันติวิธีอีกต่อไป การทำผิดกฎหมาย เช่น การยึดอุปกรณ์ ยึดบัตรเลือกตั้งทั้งจังหวัด การขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในระดับจังหวัด เขต และหน่วยเลือกตั้ง ความรุนแรงจะเกิดขึ้น นับแต่การทำร้ายและตอบโต้ซึ่งกันและกัน การใช้อาวุธสงคราม การบาดเจ็บ เสียชีวิตจะเกิดขึ้น และมีแนวโน้มการเกิดเหตุจลาจลในวงกว้างหลายจังหวัดทั่วประเทศ

7.เมื่อสถานการณ์ความรุนแรงพัฒนาไปสู่ภาวะจลาจล เมื่อนั้นทุกคนคงทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ข้อนี้ขอให้ทุกคนคิดเอง

อย่าง ไรก็ตาม ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง 2 ก.พ.ของทีมโหรการเมืองข้างกายนายกฯหลายราย ที่สุมหัวประเมินสถานการณ์บนชั้น 10 ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ต่างไปจาก 7 สมมติฐานของ กกต.สมชัย

ทีมโหรของ "ยิ่งลักษณ์" ประเมินกันว่า การเมืองสเต็ปต่อไปคู่ขัดแย้งของพรรคเพื่อ ไทย คือ เครือข่ายฝ่ายอำมาตย์ ทั้งองค์กรอิสระ กองทัพ พรรคประชาธิปัตย์ จะขยับเร่งเกมการเมืองให้ร้อนแรง-รุนแรงทั้งใต้ดิน บนดิน ตั้งเป็น 2 สมมติฐาน

1.สมมติฐานขั้นร้ายแรง-รุนแรงที่สุด คือ ในวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.จะมีการปะทะกันระหว่างกลุ่ม กปปส.กับคนเสื้อแดง หรือคนที่ต้องการใช้สิทธิเลือกตั้งกว้างขวาง มีคนเจ็บ คนตาย ยิ่งกว่าการเลือกตั้งล่วงหน้า 26 ม.ค. แม้รัฐบาลจะมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงหลายมาตรการ แต่ก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

จากนั้น 1 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง การเมืองอยู่ในสภาพ Deadlock รัฐบาลอยู่ในภาวะ Failed State ไม่สามารถจัดการให้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติได้ ทหารก็จะเข็นรถถังออกมาแก้ไขสถานการณ์ เปิดทางให้ กปปส.ประกาศชัยชนะ และเข้าสู่โหมดปฏิรูปตามที่ กปปส.ต้องการ

ภาพจำลองที่ 2 เป็นสมมติฐานหลัง 2 ก.พ. สถานการณ์ยังไม่เกิดความรุนแรงมากพอที่จะทำให้ทหารเข็นรถถังออกมาห้ามทัพได้ แต่ศัตรูของพรรคเพื่อไทยจะอาศัยเครือข่ายองค์กรอิสระ เร่งจัดการพรรคเพื่อไทย และ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ให้พ้นกระดานการเมืองผ่านกลไกตุลาการภิวัตน์

แผนดังกล่าวเริ่มส่ง สัญญาณตั้งแต่ กกต.ปิดห้องคุยกับตัวแทนพรรคการเมืองที่มีอดีต ส.ส.อยู่ในสภา เมื่อ 27 ม.ค.ก่อนการหารือระหว่างนายกฯกับ กกต.ในวันต่อมา

โหรการ เมืองในพรรคเพื่อไทยประเมินว่า นั่น...เป็นการ "ขู่" ขั้นที่หนึ่งให้พรรคร่วมรัฐบาลตัดสินใจว่าจะตายหมู่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย หรือสละเรือจากรัฐนาวายิ่งลักษณ์ เพื่อให้พรรคเพื่อไทยตายเดี่ยว

สัญญาณ ที่ 2 เกิดขึ้นในวันต่อมา เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติสั่งให้รวม 2 สำนวนกรณีทุจริตจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์สำนวนแรก กรณีดำเนินการไต่สวน

"ยิ่ง ลักษณ์" ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในกรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวที่ก่อให้ เกิดความเสียหายที่เห็นได้อย่างชัดเจน รวมกับสำนวนที่สอง กรณีประธานวุฒิสภาส่งเรื่องที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 146 คน ร้องขอให้ถอดถอน

"ยิ่งลักษณ์" ออกจากตำแหน่ง ในการดำเนินการนโยบายรับจำนำข้าว ส่งผลขาดทุนกระทบต่อการส่งออกข้าว ระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ไม่เป็นความจริง อันเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมาย มาเป็นกรณีเดียวกัน ทั้งหมดเตรียมการชี้ขาดภายใน 1-2 เดือนหลังจากนี้

นอกจากนี้ ไม่เพียงเรื่อง "จำนำข้าว" เท่านั้นที่เป็นจุดตายของพรรคเพื่อไทย แต่ยังมีกรณีเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว. ซึ่งมีผู้เข้าข่ายถูกชี้มูลความผิด เป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล รวมถึง ส.ว.กว่า 308 ชีวิต อาจต้องติดบ่วงกรรมตามไปด้วย

ดังนั้น หลังการเลือกตั้ง 2 ก.พ. หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด เพียงแค่ 100-200 คนที่แม้อาจผ่านพ้นศึกเลือกตั้งขึ้นแท่นรอเป็น "ว่าที่ ส.ส." ก็อาจเกิดหายนะสำหรับพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล

ทั้ง 2 สัญญาณอันตราย นำไปสู่บันได 2 ขั้นที่จัดการพรรคเพื่อไทย และเปิดทางให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมามีอำนาจอีกครั้ง

บันได ขั้นที่ 1 ทำให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ สัญญาณดังกล่าวเริ่มจาก "กกต.สมชัย" ระบุว่า หลังวันที่ 2 ก.พ. จะมีผู้ฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทันที

โดยยกเหตุผลการเลือกตั้ง ทั่วไปจะต้องทำในวันเดียวทั่วราชอาณาจักร แต่ กกต.กลับไม่ยอมเปิดรับสมัคร ส.ส.ใหม่ใน 28 เขตภาคใต้ที่ไม่สามารถรับสมัคร ส.ส.ได้ในครั้งแรก แต่กลับเตรียมเปิดรับสมัครเลือกตั้งใหม่หลังการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ผ่านพ้นไปแล้ว

เมื่อมีการรับสมัคร ส.ส.ใหม่ใน 28 เขต ก็จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่ไม่ใช่เลือกตั้งซ่อมจะทำให้ถูกตีความว่าเป็นการ จัดการเลือกตั้ง 2 ครั้ง จึงขัดกับรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า การเลือกตั้งทั่วไปจะต้องทำในวันเดียวทั่วราชอาณาจักร

ขณะเดียวกัน การออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาล อาจถูกตีความว่าทำให้รัฐบาลได้เปรียบคู่แข่งในการเลือกตั้งได้ เมื่อ กกต.ได้ออกแถลงการณ์เตือนรัฐบาลขอให้ยกเลิกการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะว่าอาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 181 (4) กรณีส่อว่าจะมีการใช้ทรัพยากรของรัฐที่มีผลต่อคะแนนเสียง ซึ่งจะส่งผลต่อการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม และขัดมาตรา 53 ของกฎหมายเลือกตั้ง

ดังนั้นหากหลังการเลือกตั้งมี "มือดี" ไปร้อง กกต.ว่าการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาล-พรรคเพื่อไทย เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้ง เพื่อให้วินิจฉัยว่าเป็นการกระทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมหรือ ไม่

เรื่องดังกล่าวอาจนำไปสู่การแจกใบเหลืองใบแดง รวมถึงไปสู่มือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้อีกทอดหนึ่ง จึงไม่แปลกที่ "วิรัตน์ กัลยาศิริ" อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรค ที่ออกมาส่งสัญญาณว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะแน่นอน

"เชื่อมั่นเป็นอย่างมาก การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาล ในช่วงประกาศกฤษฎีกาการเลือกตั้ง เป็นการหวังผลในการเลือกตั้ง เพราะการประกาศให้ผู้ได้รับผลกระทบมาลงทะเบียนรับความช่วยเหลือ เป็นการซื้อเสียงทั้งสิ้น รวมถึงการประกาศ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ 181 รวมถึงขัดต่อระเบียบ กกต. เรื่องการใช้เงิน ใช้ทรัพยากรของรัฐด้วย ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะอย่างแน่นอน"

สอด รับกับการพูดของ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการ กปปส. ที่ประกาศบนเวทีว่า "ไม่ต้องไปเลือกตั้งเพราะไม่ต้องการให้พวกมันอ้างการเลือกตั้งแล้วกลับมา เสวยอำนาจ ไม่ต้องกลัวว่าถ้าไม่ไปเลือกตั้งแล้วเขาจะทำให้เราเสียสิทธิ์ เพราะการเลือกตั้งนี้ ในที่สุดจะต้องเป็นโมฆะแน่นอนเหมือนปี 2549"

เมื่อ การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็จะนำไปสู่บันไดขั้นที่ 2 หาก ป.ป.ช.ชี้มูลว่า "ยิ่งลักษณ์" มีส่วนผิดในโครงการรับจำนำข้าว และชี้มูลความผิด ส.ส.พรรคเพื่อไทย+พรรคร่วมรัฐบาล กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว. อาจทำให้จำนวน ส.ส.ต้องหายไปเกินครึ่ง

เมื่อการเลือกตั้งโมฆะ และคู่แข่งถูกกระบวนการตุลาการภิวัตน์เขี่ยพ้นกระดาน พรรคประชาธิปัตย์ที่บอยคอตการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ก็จะกลับมาสู่สนามเลือกตั้งอีกครั้งแบบไร้คู่แข่งทางการเมือง และจะปักหมุดปฏิรูปร่วมกับ กปปส.

นี่คือภาพจำลอง 2 สมมติฐานของทีมโหรการเมืองข้างกาย "ยิ่งลักษณ์" ณ ศูนย์บัญชาการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม อันนำไปสู่แผนบันได 2 ขั้น ล้มพรรคเพื่อไทย เปิดทางพรรคประชาธิปัตย์กลับสู่เกมบนกระดาน

แต่บรรทัดสุดท้าย จะเป็นไปตามที่โหรทำนาย หรือเป็นไปตามความฝันของ "หมอดูสมชัย" โปรดติดตามโดยพลัน


 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น