
วงจรอุบาทว์ที่กดเกษตรกรชาวนาไทย คือ
5 เสือกำหนดราคากดโรงสี >>>
โรงสีกดราคารับซื้อจากชาวนาอีกทอดนึง >>>
ชาวนาทำนาแทบตายสุดท้ายมีแต่หนี้สิน
5 บริษัทใหญ่ครองตลาดส่งออกข้าวไทย
สมัยก่อนกลไกตลาดข้าวโดยเฉพาะส่งออก
จะถูกกำหนดโดย 5 บริษัทใหญ่
ที่ครองตลาดส่งออกข้าวไทยกว่าครึ่ง ประกอบด้วย
1. บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด
2. บริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์ จำกัด
3. บริษัท ไชยพรค้าข้าว จำกัด
4. บริษัท พงษ์ลาภ จำกัด
5. และบริษัท ไทยฟ้า(2511) จำกัด ครองส่วนแบ่งตลาด
5 เสือไม่เฉพาะเป็นกลุ่มที่มีการส่งออก
อันดับต้นๆของประเทศแต่ยังเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพล
ต่อการชี้นำราคาข้าว
ของตลาดภายในประเทศและส่งออก
เป็นกลุ่มที่กว้างขวางและใกล้ชิดกับภาครัฐและนักการเมือง
ในทุกยุคทุกสมัย และในรัฐบาลสมัครปี 2551
ได้สิทธิพิเศษในการส่งออกข้าวแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี)
เมื่อมีโครงการจำนำข้าวที่รัฐตั้งราคาจำนำสูงกว่าราคาเดิมมาก
"5เสือส่งออกข้าว" จึงหมดสิทธิ์กำหนดราคากดหัวชาวนา
เพราะชาวนาจะไม่ขายให้โรงสีที่ให้ราคาต่ำกว่ารัฐ
ช่วงแรกๆ ของโครงการจำนำข้าวนั้นส่งผลดี
ทำให้ราคาข้าวไทยสูงขึ้นในตลาดโลก ชาวนาได้ประโยชน์
แต่ 5 เสือเสียประโยชน์ ทั้งนี้ ราคาที่สูงขึ้นไม่ใช่การปั่นขึ้นมาเอง
แต่เป็นราคาที่สะท้อนต้นทุนการผลิต
และเป็นราคาที่ตอบแทนชาวนาอย่างเป็นธรรมมากขึ้น
ไม่ต้องกลัวหากไทยจะเสียแชมป์ส่งออกข้าว
การเป็น "แชมป์" ส่งออกข้าวย่อมหมายถึง
ผลประโยชน์ของ 5 เสือที่ยิ่งครองตลาดมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งสามารถกดราคาชาวนาได้มากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้น การที่ประเทศไทยจะส่งออกข้าวน้อยลง
แต่มีราคาที่เป็นธรรมมากขึ้น ก็ถือเป็นเรื่องดี
ปัจจุบันรัฐเป็นเสมือนพ่อค้าข้าวรายใหญ่สุด
สร้างเครือข่ายส่งออกข้าวใหม่ "5เสือส่งออกข้าว"
ก็ดูจะหงอยๆ เพราะประมูลข้าวจากรัฐไม่ค่อยได้
หรือนี่จะเป็นอวสานของวงจรอุบาทว์ของ "5เสือส่งออกข้าว"?
โลกผลิตข้าวได้ทั่วโลกปีละ 470 ล้านตัน
แต่มีข้าวส่งออกไปขาย 30 ล้านตัน
ไทยผลิต 20 ล้านตัน/ปี บริโภคภายในประเทศ 10 ล้าน
ส่งออก 10 ล้าน เป็นเจ้าตลาดอยู่ 1 ใน 3 ของข้าวส่งออกโลก
เมืองไทยมี 5 เสือส่งออกข้าว(ทุนธนาคารใหญ่)
คนกลุ่มนี้คือคนกำหนดราคาตลาดโลกตัวจริง 5 เสือ
จะเป็นคนส่งสัญญาณถึง
โรงสีว่าจะรับซื้อข้าวที่ราคาเท่าไหร่
โดยกำหนดกำไรที่แน่นอนไว้
จากนั้นโรงสีก็จะประกาศให้ชาวนาทราบว่า
รับซื้อที่เท่าไหร่(หักกำไรไว้)
ชาวนาในฐานะผู้ผลิตข้าว
ต้องแบกรับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ
และราคาข้าวที่ถูกกำหนดมา 2 ชั้น
จากผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่และโรงสี
ทั้งสองกลุ่มได้ตัดเอากำไรก่อนใคร ไม่มีทางขาดทุน
ราคาข้าวจะราคาต่ำสุดตอนฤดูกาลเก็บเกี่ยว
ชาวนาจะรีบเอาข้าวเปลือกไปขายโรงสี
เพื่อเอาเงินไปจ่ายหนี้ที่ค้างไว้
เมื่อข้าวหลุดจากมือชาวนาเมื่อไหร่
ราคาข้าวในตลาดก็จะถีบตัวขึ้นทันที
คำถามคือทำไมชาวนาไม่เก็บข้าวไว้ก่อน
คำตอบคือ การเก็บข้าวมีต้นทุน
แนวคิดการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์คือ
1. กดดันราคาข้าวในตลาดโลกให้สูงขึ้น
โดยการดึงข้าวออกจากตลาด
2. ตัดวงจรพ่อค้าและโรงสีที่เป็นผู้กำหนดราคา
และนำส่วนต่างนี้อัดฉีดลงไปในมือชาวนา
3. กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ปลดหนี้ชาวนา
กระจายรายได้สู่ชนบท
และให้เศรษฐกิจหมุนขึ้นจากล่างสู่บนทั้งระบบ
ต้องล้มจำนำข้าว..
5 เสือส่งออกข้าวสู้ตาย ธุรกิจหลายแสนล้านที่ตน
เคยกำหนดราคาชี้นำตลาดโลกได้ หลุดออกจากมือ
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ตั้งแต่เริ่มโครงการนี้
จึงมีการเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วง ผ่านทุกช่องทาง
ทั้งสื่อ นักวิชาการ นักการเมือง
โดยเฉพาะฝ่ายค้าน ถ้านโยบายนี้ประสบความสำเร็จ
ชาวบ้านในชนบทจะไม่มีทางเปลี่ยนใจ
มาเลือกพรรคฝ่ายค้านแน่นอน นั่นแปลว่าปิดประตูชน
http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=53218.0


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น