มติชน ออนไลน์
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวของบุคคลระดับ "ขาใหญ่" สำหรับการเมืองไทยเกิดขึ้นต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
เชิญสดับ
เริ่มต้นในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ หลังเหตุการณ์ คมช.2549 เปิดแถลงว่า
ตนทำจดหมายเปิดผนึก 6 หน้ากระดาษส่งถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเตือนว่าหากรัฐบาลปัจจุบันยังรักษาการต่อไป สถานการณ์แย่ลงไปอีก
ส่งผลกระทบทำให้ภาวะเศรษฐกิจถดถอย นักท่องเที่ยวลดลง ความเชื่อมั่นนักลงทุนถึงขีดสุด และอัตราการว่างงานอาจเพิ่มสูงขึ้น
แม้ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งเมื่อในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ได้ แต่ยังพบว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศ รวมทั้งเรียกความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจได้
นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศควรลาออกจากการเป็นรัฐบาลรักษาการ และเสียสละให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้
นำคนกลางเข้ามาบริหารประเทศแทน เพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับและปฏิรูปประเทศร่วมกัน
ตามมาติดๆ ในวันที่ 8 ก.พ. ในการสัมมนาเรื่อง "ธรรมราชา" ของสถาบันพระปกเกล้า นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ว่า เป็นยุคที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน มีความจลาจลวุ่นวายทั้งความคิดและการกระทำที่มีการปะทะกัน
เวลาจะเป็นส่วนช่วยแก้ไขปัญหาได้ แต่ระหว่างนี้ต้องมีวิธีการเข้ามาช่วยจัดการ ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีหลายคนพยายามดำเนินการ โดยจะเรียกว่าคนกลางบ้างหรือมาตรการต่างๆ บ้าง
ตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการที่พยายามให้ทั้งสองฝ่ายมาร่วมเจรจากันอยู่
ทั้งนี้ ตนเห็นว่าประชาธิปไตยกับรัฐธรรมนูญเป็นคนละส่วนกัน หากเรารักษาความเป็นประชาธิปไตย และให้ความสำคัญกับรัฐธรรมนูญน้อยลง
อาจจะแก้ไขปัญหาได้
งานเดียวกัน นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรีร่วมยุคนายวิษณุ เรียกร้องให้มีการปกครองแบบ "ธรรมรัฐ"ซึ่งเป็นการปกครองที่ถูกต้องเป็นธรรม
ที่ไม่ใช่หมายถึงพระมหากษัตริย์เท่านั้น แต่ให้นายกรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. และข้าราชการทุกระดับประพฤติด้วยธรรมราชาด้วย และต้องการให้เกิดธรรมราษฎร์ ด้วยการให้ราษฎรมีธรรมในหัวใจ ตัดสินใจบนความถูกต้อง รู้เท่าทันนักการเมือง
การตัดสินใจทุกระดับไม่ต้องดูเสียงข้างมาก และไม่ต้องตัดสินใจบนความถูกใจ
การเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ถูกจำกัดพระราชอำนาจ
จึงเกิดปัญหาว่านักการเมืองใช้อำนาจอย่างมีธรรมะหรือไม่
ตบท้ายด้วยบทสัมภาษณ์ต้นสัปดาห์ของนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลควรนำสิ่งที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายจำนำข้าวไปพิจารณา
เนื่องจากเศรษฐกิจอาจวิกฤตถึงขนาดทำให้ประเทศหายนะได้ภายในอีกไม่กี่เดือน ข้างหน้า หากยังปล่อยให้วิกฤตการเมืองครั้งนี้ยืดเยื้อต่อไป คู่ขัดแย้งทางการเมืองทั้งสองฝ่ายควรจะเจรจากันก่อนประเทศชาติจะฉิบหาย
เพราะปัจจุบันนี้ การลงทุนจากต่างประเทศไม่มีแล้ว ขณะที่การลงทุนในไทยเองก็ชะลอลง ส่วนเงินตราต่างประเทศที่จะเข้ามา ทั้งจากโดยการลงทุนหรือจากการท่องเที่ยวก็ดี หากปล่อยไปอีก 3-4 เดือน ทุกตัวจะหายหมด
ฉะนั้นต้องพักประเด็นที่ยังร้อน ที่มันยังจับไม่ได้ จับเข้าไปก็นิ้วไหม้ คือพักร้อนไม่ใช่ตลอดกาลนะ เพราะวันหนึ่งต้องกลับมา
แต่ประเด็นคือต้องพักร้อน
น่าสนใจและน่าคิด
น่าคิดว่า ในท่ามกลางความขัดแย้งที่มีคู่กรณีปรากฏชัดเจนอยู่อย่างน้อยสองฝ่าย เสียงเรียกร้องหาความรับผิดชอบพุ่งเป้าปลายหอกเข้าไปที่ฝ่ายเดียว
แม้กระทั่งกติกาก็ยกเว้นให้ได้
เพื่อคนกลาง คนดี การปฏิรูป และการพักร้อน
ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
เชิญสดับ
เริ่มต้นในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ หลังเหตุการณ์ คมช.2549 เปิดแถลงว่า
ตนทำจดหมายเปิดผนึก 6 หน้ากระดาษส่งถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเตือนว่าหากรัฐบาลปัจจุบันยังรักษาการต่อไป สถานการณ์แย่ลงไปอีก
ส่งผลกระทบทำให้ภาวะเศรษฐกิจถดถอย นักท่องเที่ยวลดลง ความเชื่อมั่นนักลงทุนถึงขีดสุด และอัตราการว่างงานอาจเพิ่มสูงขึ้น
แม้ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งเมื่อในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ได้ แต่ยังพบว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศ รวมทั้งเรียกความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจได้
นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศควรลาออกจากการเป็นรัฐบาลรักษาการ และเสียสละให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้
นำคนกลางเข้ามาบริหารประเทศแทน เพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับและปฏิรูปประเทศร่วมกัน
ตามมาติดๆ ในวันที่ 8 ก.พ. ในการสัมมนาเรื่อง "ธรรมราชา" ของสถาบันพระปกเกล้า นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ว่า เป็นยุคที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน มีความจลาจลวุ่นวายทั้งความคิดและการกระทำที่มีการปะทะกัน
เวลาจะเป็นส่วนช่วยแก้ไขปัญหาได้ แต่ระหว่างนี้ต้องมีวิธีการเข้ามาช่วยจัดการ ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีหลายคนพยายามดำเนินการ โดยจะเรียกว่าคนกลางบ้างหรือมาตรการต่างๆ บ้าง
ตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการที่พยายามให้ทั้งสองฝ่ายมาร่วมเจรจากันอยู่
ทั้งนี้ ตนเห็นว่าประชาธิปไตยกับรัฐธรรมนูญเป็นคนละส่วนกัน หากเรารักษาความเป็นประชาธิปไตย และให้ความสำคัญกับรัฐธรรมนูญน้อยลง
อาจจะแก้ไขปัญหาได้
งานเดียวกัน นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรีร่วมยุคนายวิษณุ เรียกร้องให้มีการปกครองแบบ "ธรรมรัฐ"ซึ่งเป็นการปกครองที่ถูกต้องเป็นธรรม
ที่ไม่ใช่หมายถึงพระมหากษัตริย์เท่านั้น แต่ให้นายกรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. และข้าราชการทุกระดับประพฤติด้วยธรรมราชาด้วย และต้องการให้เกิดธรรมราษฎร์ ด้วยการให้ราษฎรมีธรรมในหัวใจ ตัดสินใจบนความถูกต้อง รู้เท่าทันนักการเมือง
การตัดสินใจทุกระดับไม่ต้องดูเสียงข้างมาก และไม่ต้องตัดสินใจบนความถูกใจ
การเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ถูกจำกัดพระราชอำนาจ
จึงเกิดปัญหาว่านักการเมืองใช้อำนาจอย่างมีธรรมะหรือไม่
ตบท้ายด้วยบทสัมภาษณ์ต้นสัปดาห์ของนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลควรนำสิ่งที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายจำนำข้าวไปพิจารณา
เนื่องจากเศรษฐกิจอาจวิกฤตถึงขนาดทำให้ประเทศหายนะได้ภายในอีกไม่กี่เดือน ข้างหน้า หากยังปล่อยให้วิกฤตการเมืองครั้งนี้ยืดเยื้อต่อไป คู่ขัดแย้งทางการเมืองทั้งสองฝ่ายควรจะเจรจากันก่อนประเทศชาติจะฉิบหาย
เพราะปัจจุบันนี้ การลงทุนจากต่างประเทศไม่มีแล้ว ขณะที่การลงทุนในไทยเองก็ชะลอลง ส่วนเงินตราต่างประเทศที่จะเข้ามา ทั้งจากโดยการลงทุนหรือจากการท่องเที่ยวก็ดี หากปล่อยไปอีก 3-4 เดือน ทุกตัวจะหายหมด
ฉะนั้นต้องพักประเด็นที่ยังร้อน ที่มันยังจับไม่ได้ จับเข้าไปก็นิ้วไหม้ คือพักร้อนไม่ใช่ตลอดกาลนะ เพราะวันหนึ่งต้องกลับมา
แต่ประเด็นคือต้องพักร้อน
น่าสนใจและน่าคิด
น่าคิดว่า ในท่ามกลางความขัดแย้งที่มีคู่กรณีปรากฏชัดเจนอยู่อย่างน้อยสองฝ่าย เสียงเรียกร้องหาความรับผิดชอบพุ่งเป้าปลายหอกเข้าไปที่ฝ่ายเดียว
แม้กระทั่งกติกาก็ยกเว้นให้ได้
เพื่อคนกลาง คนดี การปฏิรูป และการพักร้อน
ooo
อ่าน จม.ฉบับเต็มได้ ที่นี่

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น