ถึงเวลาต้องสะสางขบวนการอยุติธรรมกันแล้ว หรือจะรอให้โลกขอตั้งศาลกงสุลกันก่อน
ระบบศาลของไทยในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้นเป็นระบบที่
ตั้งขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของชนชั้นศักดินาอำมาตย์ชัดเจนที่สุด
มีศาลมากมายหลายศาลอยู่ตามกรมกองเวียงวังต่าง ๆ
ไพร่ทั้งหลายนั้นก็ไม่ได้มีสิทธิที่จะร้องเรียนขอความยุติธรรมได้โดยอิสระ
หากจะร้องเรียนศาลเรื่องใด
ไพร่ผู้นั้นจะต้องได้รับการยินยอมจากมูลนายที่ตนสังกัดอยู่ก่อน
และแม้จะได้รับอนุญาตแล้ว
ถ้าไปร้องเรียนศาลใดก็ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมสูงเกินกว่าจะมีปัญญาจ่าย
จนทำให้ไพร่สยามแทบไม่มีโอกาสได้รับการพิจารณาอรรถคดีเพื่อความเป็นธรรมได้
เลย ลุกขุนตระลาการนั้นนอกจากจะใช้ระบบจารีตนครบาลประเภทดำน้ำพิสูจน์ โบย
บีบขมับ ขึ้นขาหย่างประจาน ใส่ตะกร้อมีเหล็กแหลมข้างในให้ช้างเตะ ฯลฯ แล้ว
ยังมีการให้สินบนแก่ลูกขุนตระลาการเพื่อให้พิพากษาเป็นคุณเป็นโทษแก่ฝ่ายใด
ฝ่ายหนึ่งได้กันไปทั่ว
นี่เป็นสาเหตุหลักที่ในสนธิสัญญากับชาติตะวันตกในอดีตนั้น
ทุกชาติต้องเรียกร้องศาลกงสุล เพราะศาลไทยสมัยนั้นไม่มีชาติใดในโลกยอมรับ
กว่าจะแก้ปัญหาเอกราชทางศาลได้สมบูรณ์ก็มาถึงยุคหลังอภิวัฒน์ 2475
เมื่อสยามสามารถประกาศใช้กฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5
และ 6 ว่าด้วยครอบครัวและมฤดก ที่ใช้เวลาร่างกันมาเกือบครึ่งศตวรรษ
เพราะชนชั้นศักดินาอำมาตย์ต่อต้านมาตลอด
เนื่องจากมันกระทบกับประโยชน์ของพวกเขาที่สั่งสมกันมาหลายชั่วอายุคน
ถ้าไม่มีการอภิวัฒน์ 2475 และไม่มีรัฐมนตรีต่างประเทศชื่อ
ปรีดี พนมยงค์ ไปเจรจากับมหาอำนาจเรื่องเอกราชทางศาลจนสำเร็จ
ก็อย่าหวังว่าศาลไทยวันนี้จะได้อิสระ
นี่เป็นสาเหตุที่อาคารศาลฎีกาเดิมตรงสนามหลวงมีเสาหกเสา
อันแสดงถึงหลักหกประการของคณะราษฎร์ นั่นคือ "เอกราช ปลอดภัย เศรษฐกิจ
เสมอภาค เสรีภาพ การศึกษา ”
ซึ่งวันนี้อาคารศาลใหม่ที่นั่นกำลังพยายามทำลายหรือลดความสำคัญลง
ทั้งที่พวกผู้บริหารใหญ่ทั้งหลายที่กำลังแสดงอำนาจอยุติธรรมกันในวันนี้
ได้รับสิทธิอำนาจเหล่านี้มาจากคุณูปการของคณะราษฎรโดยแท้
นี่คือการอกตัญญูของพวกคลั่งอำนาจ
ที่แท้จริงแล้วอำนาจเหล่านั้นมันมีแค่ในกระดาษ
ทำอะไรไม่ได้ถ้าไม่มีคนคอยบังคับให้ทำตามคำสั่ง
การที่ผู้นำมากมายในสังคมโลกวันนี้แสดงความไม่เห็นด้วยกับ
การรัฐประหารในประเทศไทยไม่ว่าจะใช้อำนาจทหารหรือโดยกฎหมายของพวกตุลาการ
วิบัตินั้น คือสัญญานชัดเจนที่พวกหอบตำราใส่เสื้อครุยจะต้องสำเหนียกกันบ้าง
เพราะนี่คือการแสดงออกที่ชัดเจนว่า
สังคมโลกวันนี้เริ่มพากันปฏิเสธเอกราชทางศาลของไทยกันแล้ว
รวมทั้งคนในประเทศจำนวนมากก็แสดงออกกันเปิดเผยแล้วว่า
พวกเขาไม่ยอมรับวิจารณญานของตุลาการไทยในหลายเรื่องที่ทำกันในช่วงหกเจ็ดปี
ที่ผ่านมา
เพราะยิ่งองค์กรและบุคคลใดสำแดงความอาสัตย์อาธรรมและรับใช้ผู้มีอำนาจแบบไม่
ลืมหูลืมตากันออกมาให้สังคมเห็นมากเท่าใด
คนส่วนใหญ่ในสังคมก็จำเป็นจะต้องจัดการแก้ไของค์กรนั้นกันมากขึ้นทุกทีในทุก
รูปแบบ แม้แต่การเปลี่ยนแปลงทั้งระบบที่อยุติธรรมต่อพวกเขา
ไม่มีใครยอมทนกับความอยุติธรรมไปได้ตลอดกาลนานหรอก
วันนี้เราได้เห็นแพทย์และบุคคลากรสาธารณสุขจำนวนมากมายออก
มาแสดงความไม่เห็นด้วยกับนายกแพทยสภาและบรรดาคณบดีแพทย์ในมหาวิทยาลัยที่
เป็นสมุนของพวกเผด็จการอำมาตย์
พวกเขาไม่ยอมรับการที่วิชาชีพของเขาต้องมีมลทินเพราะคนเพียงไม่กี่คน
ความเป็นจริงนั้น
ในขบวนการยุติธรรมเองก็มีคนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับพวกส่วนหัวไม่กี่คนที่ไป
ร่วมกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมขวาจัดทำตนเป็นขบวนการอยุติธรรมกันในวันนี้
ขอเรียกร้องให้พวกท่านออกมาแสดงจุดยืนประชาธิปไตยและเป็นผู้พิทักษ์หลักนิติ
รัฐนิติธรรมของประเทศนี้กันได้แล้ว
อย่าปล่อยให้พวกสันขวานทั้งหลายทำลายองค์กรอันทรงเกียรติและเป็นที่ยอมรับ
ของประชาชนทั่วโลกมาหลายสิบปีกันเสียสิ้นอย่างที่กำลังเป็นอยู่ในวันนี้
หรือท่านจะรอจนชาวโลกเขาพากันประกาศอย่างเปิดเผยว่าจะไม่ยอมขึ้นศาลไทย
ขอให้มีการตั้งศาลกงสุลขึ้นอีกอย่างสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์?


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น