๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
สื่อเป็นผู้ที่จัดพื้นที่สาธารณะให้ผู้คนที่หลากหลายเข้ามาพูดคุยแลก เปลี่ยนประเด็น ฉะนั้นสื่อต้องทำหน้าอย่างเป็นกลางที่สุดปราศจากอารมณ์ร่วม หรือเอนไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
รู้จักประเมินสถานการณ์
กรณี สื่อที่ทำข่าวหนังสือพิมพ์เวลาเกิดเหตุการณ์ขึ้น สื่อจะต้องรู้จักหน้าที่ทันทีว่าควรจะให้ความสำคัญกับข่าวชิ้นไหนก่อน จะประสานงานกับใครและแหล่งข่าวใด เป็นการประเมินสถานการณ์เพื่อให้สะดวกต่อการทำหน้าที่ของสื่อ
สื่อทำ งานอยู่ในกรอบของเงื่อนไขและข้อจำกัด การที่สื่อกระทำการใดมักตกอยู่ในกฎสภาวะของสังคม สิ่งเหล่านี้สื่อจึงต้องเรียนรู้ขอบเขตและอำนาจของสื่อเช่นเดียวกัน
อีก กรณีคือ สื่อที่อยู่ภายใต้การบริหารเพื่อเชิงธุรกิจ สื่อจะทำอย่างไรจะใช้กลไกใดบีบเพื่อให้ได้ข่าวและจะเขียนข่าวไปในทิศทางไหน การทำสื่อเพื่อให้เกิดรายได้จนลืมกรอบของสื่อที่อาจส่งผลเสียให้กับสื่อและ สำนักงานของสื่อด้วย
สื่อกับสันติภาพ
การ เลือกใช้คำในข่าวเป็นสิ่งที่สำคัญมากของการเขียนข่าว สื่อต้องพยายามนึกถึงผู้อ่านที่รับข้อมูล ผู้รับข้อมูลข่าวสารอาจจะอาศัยอยู่ต่างประเทศ
การทำความเข้าใจใน บริบทของเหตุการณ์อย่างแม่นยำและตำแหน่งที่เกิดเหตุชัดเจน เป็นส่วนหนึ่งที่สื่อควรคำนึงถึง เพราะสื่อสามารถเขียนข่าวที่ทำให้เกิดพื้นที่สันติภาพได้ ตัวอย่างเช่น กรณีกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ระหว่างรัฐไทยกับฝ่ายขบวนการ BRN ที่นั่งโต๊ะพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากที่มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ การใช้คำในข่าว จากคำว่า “โจรใต้” หรือ “ผู้ก่อเหตุความไม่สงบ” เป็นคำว่า “ผู้เห็นต่างจากรัฐ” ทำให้ผู้อ่านรู้สึกดีในมุมที่เป็นกลาง เพราะสื่อไม่ได้ให้น้ำหนักกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
การเลือกการนำเสนอของ สื่อก็เช่นเดียวกัน เวลานำเสนอข่าวเหตุการณ์ทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มุมที่ให้พื้นที่กับความรุนแรงหรือการนำเสนอเงื่อนไขความซับซ้อนมากเกินไปจน ไม่เห็นมุมของสันติภาพหรืออนาคตของสันติภาพ ซึ่งสื่ออาจต้องตระหนักและลดการรายงานข่าวที่อาจส่งผลต่อคู่ขัดแย้ง ทำให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงมากขึ้น
ถึงแม้ในความเป็นจริงแล้ว ส่วนใหญ่นักข่าวส่วนกลางไม่ได้ให้ความสนใจกับข่าวสถานการณ์ภาคใต้เหมือนใน ช่วงแรกๆ ที่เกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ ในปีพ.ศ.2547 จึงทำให้ทุกวันนี้ ข่าวทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตกอยู่ในสื่อท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่
ปัญหาของสื่อ
ปัญหา ที่พบในการนำเสนอข่าวของสื่อ ได้แก่ 1.การรายงงานข่าวของสื่อมักไม่มีความรอบด้านและส่งผลทำให้ความขัดแย้งบาน ปลาย 2.สื่อเลือกที่จะมุ่งนำเสนอความเคลื่อนไหวของชนชั้นนำ ผู้มีอำนาจ 3.สื่อนำเสนอความขัดแย้งลักษณะ Zero – Sum political game (เกมการเมืองที่ได้หมดหรือเสีย หรือถ้าไม่แพ้ก็ชนะโดยไม่มีจุดตรงกลาง) มีอคติ ทำให้การแสวงหาข้อมูลร่วมกันทำได้ยาก และให้เกิดความเข้าใจว่าความขัดแย้งนั้นมีเพียงคนสองกลุ่มเท่านั้น สื่ออย่ามองว่าฝ่ายใดได้เปรียบและฝ่ายไหนเสียเปรียบ
สื่อควรจะเป็น
1.สื่อต้องเป็นผู้เปิดพื้นที่มีการถกเถียงถึงข้อเสนอต่างๆ ที่นำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพ
2.สื่อต้องเป็นพื้นที่กลาง ทำให้สังคมยอมรับ ให้คู่ขัดแย้งมาถกเถียงกันกับฝ่ายต่าง จนสามารถนำไปสู่การทำข้อตกลง
3.สื่อต้องมีวาทกรรมทางเลือก ขยายเพดาน ของคู่ขัดแย้ง
4.อย่าปล่อยให้สื่อถูกคู่ขัดแย้งครอบงำ
2.สื่อต้องเป็นพื้นที่กลาง ทำให้สังคมยอมรับ ให้คู่ขัดแย้งมาถกเถียงกันกับฝ่ายต่าง จนสามารถนำไปสู่การทำข้อตกลง
3.สื่อต้องมีวาทกรรมทางเลือก ขยายเพดาน ของคู่ขัดแย้ง
4.อย่าปล่อยให้สื่อถูกคู่ขัดแย้งครอบงำ
สื่อสันติภาพควรเป็นอย่างไร
สื่อสันติภาพ ควรให้น้ำหนักกับการพูดคุยสันติภาพพอๆ กับข่าวความรุนแรง หรือมากกว่า สื่อสันติภาพควรทำให้ผู้ที่รับข้อมูลข่าวสารได้มองภาพอื่นของเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือข่าวอื่นๆที่มีความขัดแย้ง นอกเหนือจากการนำเสนอความรุนแรง
สื่อไม่ควรฟันธงในทุกเหตุการณ์ผู้ ก่อเหตุว่ากลุ่มไหนเป็นคนก่อเหตุ ลดการใช้แหล่งข่าวแบบ Hear say (ข่าวลือ, เรื่องเล่าปากต่อปาก) ควรนำเสนอข่าวจากผู้ที่เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง และควรใช้ข้อเท็จจริงที่มีการตรวจพิสูจน์หลักฐานด้วยกระบวนการตามหลักวิทยา ศาสตร์ หลีกเลี่ยงการใช้การคาดเดาในการรายงานข่าว
ในกรณีของคู่ขัด แย้งทางการเมืองที่คนไทยมองเห็นแค่คนสองกลุ่มที่ขับเคลื่อน แต่สื่อลืมนึกถึงกลุ่มจุดเทียนที่เรียกร้องสันติภาพและความสามัคคี โดยที่กลุ่มจุดเทียนนี้ สื่อไม่ได้ให้พื้นที่ในการร่วมแสดงความคิดเห็นเลย ซึ่งกลุ่มจุดเทียนควรจะมีพื้นที่ในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง เพื่อแสดงจุดยืนในอีกมุมหนึ่งที่นอกเหนือคู่ขัดแย้ง
จริยธรรมสื่อ
จริยธรรม ขั้นพื้นฐานในการรายงานข่าว ควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟ้มข่าว/ภาพข่าว ที่ไม่เป็นปัจจุบัน เพราะการนำข่าวหรือภาพถ่ายของเหตุการณ์ที่เก็บไว้นานจนเลยเวลา และผู้คนในสังคมลืมไปแล้วนั้น ไม่ควรทำ”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น