
นิวยอร์กไทมส์กับวอลสตรีทเจอร์นัลชี้
คำสั่งศาลแพ่งทำหมันพรก.ฉุกเฉิน ละม้าย 'รัฐประหารโดยศาล'
ฝ่ายตุลาการทำเกินอำนาจ ไม่ได้เล่นบทกรรมการ แต่โดดขึ้นสังเวียนชกเอง
เมื่อวันพุธ (19 กุมภาพันธ์ 2557) ศาลแพ่งมีคำพิพากษา
"คุ้มครองการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ" ของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล
ภายหลังรัฐบาลประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
โดยศาลแพ่งสั่งห้ามฝ่ายบริหารสลายการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล,
ห้ามรื้อถอนทำลายสิ่งกีดขวางของผู้ชุมนุม, ห้ามสั่งห้ามการเข้าอาคาร,
ห้ามสั่งห้ามเข้าออกพื้นที่ชุมนุม และอื่นๆ
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ นิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 19
กุมภาพันธ์ 2557 ว่า ศาลแพ่งของไทยได้จำกัดอำนาจของทางการอย่างมาก
เป็นคำพิพากษาที่นักวิเคราะห์ด้านนิติศาสตร์บอกว่าเป็น
"การขยับอีกก้าวไปสู่ตุลาการรัฐฆาตอย่างเต็มรูปแบบ"
ผู้สื่อข่าว Thomas Fuller รายงานในหัวข่าว
"ศาลไทยห้ามสลายผู้ประท้วง" ว่า
คำพิพากษานี้มีขึ้นหนึ่งวันหลังเหตุปะทะรุนแรงระหว่างตำรวจกับผู้ประท้วง
ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 5 ราย รวมทั้งตำรวจนายหนึ่ง ทั้งนี้
หลังจากเกิดการเผชิญหน้ากันหลายครั้งตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
และมีภาพถ่ายแพร่หลายแสดงให้เห็นว่า มีกลุ่มชายติดอาวุธหนักในหมู่ผู้ชุมนุม
ขบวนการประท้วงในไทยยิ่งดูเหมือนเป็นการก่อกบฏด้วยอาวุธต่อรัฐบาลของยิ่ง
ลักษณ์ ชินวัตร
ทอมัส ฟุลเลอร์ อ้างคำให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ของแซมดิน
เลิศบุศย์ แกนนำผู้ประท้วง ว่า กลุ่มชายติดอาวุธที่ "เป็นมืออาชีพมาก"
กำลังช่วยผู้ประท้วง และ "ทำให้ตำรวจถอยร่น"
แต่แม้กระนั้น ศาลแพ่งของประเทศไทย บอกว่า
การประท้วงดำเนินไป "โดยสงบ ปราศจากอาวุธ"
และสั่งคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ประท้วง "ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ"
นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า
ประเทศไทยมีจารีตประเพณีมาช้านานในการโค่นล้มรัฐบาลด้วยการยึดอำนาจโดยกอง
ทัพ หรือโดย "ตุลาการรัฐฆาต" ซึ่งผู้นำรัฐบาลถูกปลดด้วยคำพิพากษาของศาล
ดังเช่นกรณีนายสมัคร สุนทรเวช
ซึ่งไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจของกลุ่มผู้ถืออำนาจในกรุงเทพ
ต้องพ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2551
เพราะรับค่าตอบแทนจากรายการทำกับข้าวทางทีวี
รายงานข่าวอ้างความเห็นของนายสุณัย ผาสุข
แห่งกลุ่มสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์วอทช์ ซึ่งเขียนข้อความทางทวิตเตอร์ ว่า
คำพิพากษาของศาลแพ่งทำให้พรก.ฉุกเฉิน "หมดความหมาย"
นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของผู้ประท้วง บอกว่า คำพิพากษานี้เป็นชัยชนะของฝ่ายตน รัฐบาลจะ "ไม่สามารถทำอะไรผู้ประท้วงได้"
นายวีรพัฒน์ ปริยะวงศ์ นักกฎหมายฮาร์วาร์ด ให้ความเห็นว่า
คำพิพากษาเมื่อวันพุธช่วยให้ผู้ประท้วงมีข้ออ้าง
"ความชอบธรรมจอมปลอมที่จะโค่นล้มรัฐบาล" และว่า
ศาลแพ่งอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ว่า
การประท้วงเป็นไปโดยสงบ แต่ทว่า
"นับเป็นความไร้ตรรกกะทางกฎหมายที่ศาลแพ่งไม่พิจารณาสถานการณ์ปัจจุบัน"
ซึ่งเขาหมายถึงเหตุรุนแรงเมื่อวันก่อน
นิวยอร์กไทมส์ ยังวิเคราะห์ด้วยว่า
รัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังถูกรูดบ่วงรัดคออย่างช้าๆ
คณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ได้เร่งรัดเล่นงานนางสาวยิ่งลักษณ์ด้วยโครงการรับจำนำข้าว นักกฎหมายบอกว่า
คดีนี้อาจนำไปสู่การตัดสิทธิ์ทางการเมืองของเธอ
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังทำงานอย่างล่าช้า
หรือที่นักวิจารณ์บอกว่า เป็นการขัดขวาง ที่จะจัดการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์
ให้เสร็จสิ้น ตราบที่การเลือกตั้งยังไม่จบ
รัฐบาลจะต้องมีสถานะรักษาการไปเรื่อยๆ โดยแทบไม่มีอำนาจใดๆเลย
"เชือกบ่วงกำลังรัดคอเธอแน่นเข้าๆ
สถานการณ์ของเธอดูจะไปไม่รอด" นายฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์
ผอ.สถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว
"สถานการณ์จะเป็นอย่างไร ขึ้นกับผลลัพธ์ต่อจากนี้ ถ้าฝ่ายต่างๆตกลงกันได้
ประเทศไทยก็ไปรอด แต่ถ้าไม่ได้ บ้านเมืองจะวุ่นวายหนักขึ้น"
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัล
รายงานข่าวนี้ในหน้าแรกของเพจ ด้วยหัวข่าว "ศาลไทยหนุนผู้ประท้วง"
โดยบรรยายว่า ศาลไทยสั่งห้ามมิให้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ใช้กำลังสลายผู้ประท้วง
ทำให้รัฐบาลตกเป็นเบี้ยล่างในการรับมือกับการประท้วงที่ดำเนินมาหลายเดือน
รายงานของผู้สื่อข่าว Warangkana Chomchuen และ Nopparat
Chaichalermmongkol ระบุว่า นักวิเคราะห์บางรายมองว่า
คำพิพากษาศาลแพ่งดังกล่าวได้ตีกรอบในการใช้บังคับกฎหมายของรัฐบาล
ซึ่งพรก.ฉุกเฉินเปิดทางแก่การใช้อำนาจอย่างกว้างขวาง
แต่บางรายเห็นว่า ศาลทำเกินเขตอำนาจของตุลาการ
ไม่ยอมรับอำนาจของฝ่ายบริหาร นับเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ว่า
ตุลาการไทยเป็นผู้เล่นทางการเมือง แทนที่จะเป็นกรรมการตัดสิน.
ที่มา Voice TV

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น