การยกระดับการชุมนุมของกปปส.ถึงขั้นกดดันธุรกิจ ตระกูลชินวัตร
เป็นการก้าวล้ำจากขอบเขตการชุมนุมทางการเมืองไปแล้ว
จะอ้างว่าต้องการไล่รัฐบาลอย่างเดียว
โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศคงไม่ได้
นักลงทุนต่างชาติที่ถือหุ้นอยู่ในธุรกิจตระกูลชิน
ผู้บริโภคที่ใช้บริการธุรกิจตระกูลชิน จะได้รับผลกระทบโดยตรง
ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศ จะถูกจับตา
หาก กปปส.มีการใช้มวลชนไปกดดันธุรกิจต่างๆได้
ย่อมเกิดความเสียหายมากกว่าการหยุดงานประท้วง
หรือเกิดการชุมนุมประท้วงทางการเมืองธรรมดา
ในบางประเทศที่เป็นรัฐบาลเผด็จการ
รัฐใช้อำนาจในการยึดธุรกิจของนักลงทุนต่างชาติ
จนเกิดความเสียหายและทำให้เศรษฐกิจของประเทศล่มจมมาแล้ว
เพราะนักลงทุนเกิดความไม่เชื่อมั่นว่าธุรกิจที่ลงทุนอยู่นั้น
จะได้รับการคุ้มครองแค่ไหน วิกฤติการเมืองกำลังลาม
ไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจ สุดท้ายคนที่เดือดร้อนคือประชาชนทั้งประเทศ
อีกจุดหนึ่งคือ การใช้ความรุนแรงในการชุมนุม
เวลานี้ต่างชาติจับตาการชุมนุมในประเทศไทยเป็นพิเศษ
เพราะพบว่า มีการใช้อาวุธสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
และเป็นการใช้อาวุธสงครามโดยผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ
ซึ่งบุคลากรในกองทัพถูกเพ่งเล็งมากที่สุด
และแนวโน้มเป็นไปได้ว่า หากมีการใช้อาวุธ ในการชุมนุม
จะนำไปสู่สงครามกลางเมือง ระหว่างสองฝ่าย
เหมือนเช่นที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ
ผู้ชุมนุมและผู้สนับสนุนรัฐบาล
โจมตีกันด้วยอาวุธสงครามจนเกิดความเสียหายอย่างมหาศาล
เกิดสุญญากาศในการบริหารประเทศ
ท้ายที่สุดแล้ว ประเทศที่เกิดสงครามกลางเมือง
ก็จะถูกแทรกแซงจากองค์กรกลางสากล
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น