อนุสนธิจากคดีลุงบัณฑิตเมื่อเช้านี้
ที่ "รอดเพราะบ้า" ทำให้ประหวัดไปถึง
นายนรินทร์ กลึง ที่สังคมส่วนใหญ่ตราหน้าว่าบ้า ว่าขวางโลก
จาก เจ้าเมืองนครนายก กลายเป็นคนบ้าเพียงเพราะเขา
"อดไม่ได้ในปัญหาจำกล้าคิด"(สำนวนท่าน)
ครั้งหนึ่งเขาโกนผมด้านขวา นุ่งแดง ห้อยพระรูปพระเจ้าตากสินไว้ที่คอ
และถูกรัฐบาลจับตาว่าอาจเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
จากยุค ของ เทียนวรรณ นรินทร์ กลึง พี่สมยศ
จนมาถึงกรณี ลุงบัณฑิตในวันนี้
น่าสะท้อนใจที่สังคมไทยไม่ได้ก้าวหน้าไปไหนเลย
คนตั้งคำถาม หรือตามหาความจริง
ถ้าไม่ทิ้งชีวิต ก็ต้องวิกลจริต เท่านั้นเองกระมัง
เรื่องเกี่ยวข้อง
‘บัณฑิต อานียา’ รอดคุกคดี 112 ศาลฏีกาพิพากษาแก้ รอลงอาญา
ที่มา ประชาไท
17 ก.พ.2557 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้
ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ฟ้อง
นายสมอลล์ บัณฑิต อานียา ในความผิดมาตรา 112
โดยศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่สั่งจำคุกโดยไม่รอลงอาญา
เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน เป็นว่าให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ซึ่งพิพากษาจำคุก 4 ปี รอลงอาญา 3 ปี
และรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติเป็นเวลา 2 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า
มีผู้มาสังเกตการณ์คดีนายบัณฑิตราว 30 คนเต็มห้องพิจารณาคดี
และก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษาศาลฏีกา บัณฑิตได้ร้องขอต่อศาลว่า
อยากให้มีการพิจารณาคดีใหม่เนื่องจากเขาไม่มีโอกาสได้เบิกความชี้แจงว่าข้อ
ความของเขาไม่ผิดกฎหมายอย่างไร เนื่องจากพยานปากต่างๆ
ต่างยืนยันว่าเขาเป็นบ้า
หรือมิเช่นนั้นขอให้ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปอีก 3
เดือนเพื่อให้เขามีเวลาหาเงินผ่าตัดแผลจากการผ่าตัดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะที่
ยังมีปัญหาอยู่ อย่างไรก็ตาม
ผู้พิพากษาชี้แจงว่าในคำเบิกความของเขาได้ให้การปฏิเสธแล้วซึ่งหมายรวมถึง
การปฏิเสธอาการจิตเภทด้วย
ส่วนการเลื่อนอ่านคำพิพากษนั้นศาลเคยอนุญาตให้เลื่อนไปแล้ว
และการจะเลื่อนอีกต้องมีเหตุซึ่งชอบด้วยกฎหมาย เช่น
จำเลยป่วยหนักคนไม่สามารถเดินทางมาศาลได้เท่านั้น
ทั้งนี้ บัณฑิตเป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ตาม
มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา มีความผิด 2 กระทง เหตุเกิดเมื่อปี 2546
จากกรณีที่ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธาน กกต.(ขณะนั้น)
แจ้งความกล่าวหานายบัณฑิตว่าพูดแลกเปลี่ยนในงานเสวนาและขายเอกสารที่จัดทำ
ขึ้นเองเข้าข่ายหมิ่นฯ โดยเอกสารดังกล่าวมี 2 เรื่อง ได้แก่
สรรนิพนธ์เพื่อชาติ (ฉบับตัวอย่าง) และ วรสุนทรพจน์ (ฉบับร่าง)
เนื่องในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร
บัณฑิตถูกคุมขังรวม 98
วันในระหว่างพิจารณาคดีก่อนจะได้รับการประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 200,000 บาท
วันที่ 23 มี.ค. 2549 ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 4 ปี
แต่เห็นว่าจำเลยอายุมากและป่วยด้วยโรคจิตเภทจึงให้รอลงอาญา 3
ปีโดยให้โอกาสบำบัดแล้วรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ต่อมาวันที่ 17
ธ.ค.2550 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก 2 ปี 8 เดือนไม่รอลงอาญา
เนื่องจากเห็นว่าจำเลยรู้ผิดชอบและสามารถบังคับตนเองได้ทั้งหมด
ในชั้นนี้จำเลยได้รับการประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 300,000 บาท
สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกานั้น ระบุว่า
ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติโดยคู่ความมิได้ขัดแย้งคัดค้านในชั้นฎีกาว่า
จำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น
หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ฯ เป็นการกระทำผิด 2
กรรมต่างกันจริงตามฟ้อง
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดในขณะยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง
หรือยังบังคับตนเองได้บ้างหรือไม่ เห็นว่า
พยานจำเลยที่เป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ สถาบันกัลยาราชนครินทร์
ได้ตรวจและประเมินอาการจำเลยเบิกความยืนยันว่าจำเลยมีอาการป่วยเป็นโรค
จิตเภท มีอาการหวาดระแวง การใช้เหตุผลไม่เหมือนคนปกติทั่วไป
ความผิดปกติดังกล่าวทางการแพทย์เรียกว่าบีไซต์ (Bizare)
[ออกเสียงตามศาลอ่าน-ประชาไท] จะมีอาการตลอดเวลา
แต่สามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้ในบางช่วงเวลา
การตรวจอาการจำเลยพบว่าเข้าข่าย โรคจิต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 65
การที่จำเลยพูดจาทำนองลบหลู่สถาบันในที่สาธารณะและในการให้ปากคำพนักงานสอบ
สวนโดยที่จำเลยไม่รู้สึกว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดแสดงให้เห็นว่าจำเลย
ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าการกระทำของตนเองเป็นการกระทำที่ผิดหรือไม่
ตามประวัติจำเลยเริ่มป่วยเมื่ออายุ 34 ปีเป็นโรคเดียวกับปัจจุบัน
บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้ใกล้ชิดจำเลยมองโดยผิวเผินจะไม่ทราบว่าจำเลยป่วยเป็น
โรคจิตเภท เพราะเป็นความผิดปกติทางจิตใจและสมอง
ต้องอาศัยการตรวจสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
คำเบิกความดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำเลยกระทำผิดในระหว่างที่ป่วยเป็นโรค
จิตเภท เข้าข่ายมาตรา 65
ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดโดยรู้ผิดชอบและบังคับตนเองได้ดี
ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฏีกา ฏีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น
ส่วนที่จำเลยฏีกาขอให้รอการลงโทษนั้น
เห็นว่าเมื่อขณะกระทำผิดจำเลยป่วยเป็นโรคจิตเภท
สมควรได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจำเลยมีอายุมากแล้ว
ไม่เคยกระทำความผิดหรือได้รับโทษจำคุกมาก่อน
เห็นสมควรให้โอกาสประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อไป
ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษนั้น
ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฏีกา ฏีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้นเช่นเดียวกัน
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ภายหลังเสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษา
บัณฑิตให้สัมภาษณ์ขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตาในคดีของเขา
ที่ผ่านมามีความกังวลปัญหาสุขภาพอย่างยิ่งหากต้องไปอยู่ในเรือนจำ
เนื่องจากเขาได้ผ่าตัดเพื่อนำกระเพาะปัสสาวะและไตออกไปแล้วข้างหนึ่งเพื่อ
รักษาโรคมะเร็ง
ปัจจุบันต้องต่อท่อปัสสาวะกับถุงปัสสาวะที่ต้องนำติดตัวไปตลอด
"รู้สึกดีใจที่ไม่ต้องตายในคุก และยังไม่สิ้นหวังในแผ่นดินนี้ ความยุติธรรมยังมีอยู่แม้จะช้ำเลือดช้ำหนองบ้าง" บัณฑิตกล่าว
"รู้สึกดีใจที่ไม่ต้องตายในคุก และยังไม่สิ้นหวังในแผ่นดินนี้ ความยุติธรรมยังมีอยู่แม้จะช้ำเลือดช้ำหนองบ้าง" บัณฑิตกล่าว
![]() |
|
บัณฑิต อานียา และปีเตอร์ โคเร็ท
|
ด้านดร.ปีเตอร์ โคเร็ท (Peter Koret)
อดีตอาจารย์ด้านวรรณคดีโบราณและประวัติศาสตร์ที่ University of Berkeley
และ Arizona State University เป็นนายประกันและเป็นเพื่อนกับบัณฑิตมากว่า
30 ปีให้สัมภาษณ์ว่า เขารู้จักกับบัณฑิตมานานมากจากผลงานที่ซื้อไปอ่าน
และพบว่างานเขียนของบัณฑิตมีลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนนักเขียนทั่วไป
มีสไตล์คล้ายงานเสียดสีสังคมแต่ตลกขบขันของนักเขียนฝรั่ง
ที่ผ่านมาเคยแปลเรื่องสั้นกว่า 10
เรื่องของบัณฑิตเป็นภาษาอังกฤษเพื่อสอนนักศึกษาในต่างประเทศ
และทราบว่าปัจจุบันในมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก
อาจารย์ในภาควิชาเอเชียอาคเนย์ก็ใช้เรื่องสั้นของบัณฑิตเป็นวัตถุดิบในการส
อน เช่นเรื่อง ดอกบัวใต้น้ำ , ผัวใครหาย เมียใครหาย เป็นต้น
นอกจากนี้ปีเตอร์ยังเตรียมจะเขียนชีวประวัติของบัณฑิตตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ
ภายในปีนี้ โดย 30-40% เป็นเนื้อหาที่บัณฑิตเคยเขียนถึงชีวิตตนเอง
“งานเขียนของเขาน่าสนใจ คนต่างประเทศอ่านแล้วมักจะชอบ
เพราะมีวิธีเล่าเรื่องเสียดสีสังคมในแบบเฉพาะของตัวเอง
เห็นความเป็นธรรมได้โดยไม่ต้องเศร้าโศก ส่วนชีวิตของเขาก็น่าสนใจมาก
ไม่น่าจะมีใครที่กล้าชำแหละ พูดถึงชีวิตตัวเองตรงไปตรงแบบเขามากนัก”
ปีเตอร์กล่าว
หมายเหตุ: ข้อมูลบางส่วนจาก เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพ โดย ไอลอว์
หมายเหตุ: ข้อมูลบางส่วนจาก เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพ โดย ไอลอว์




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น