องค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ ออกแถลงการณ์เตือนทุกฝ่ายในไทย
หยุดใช้ความรุนแรง ก่อนสถานการณ์บานปลายจนไม่สามารถควบคุมได้
ขณะเดียวกันยังชี้ว่า
กลุ่มผู้ชุมนุมหมดความชอบธรรมในการอ้างว่าประท้วงอย่างสันติ-ปราศจากอาวุธ
เนื่องจากพบมีการใช้อาวุธอย่างชัดเจน จากเหตุรุนแรงเมื่อวันที่ 18
กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์การปกป้องสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
ออกแถลงการณ์ฉบับใหม่เกี่ยวกับความรุนแรงในไทย
จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างตำรวจ กับผู้ประท้วงบริเวณสะพานผ่านฟ้า
ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 18
กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยแถลงการณ์ระบุว่า
การกระทำที่ละเมิดกฎหมายจากฝ่ายตำรวจ และผู้ประท้วง
เสี่ยงที่จะทำให้ความรุนแรงจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในไทยลุกลาม
ออกไป
แถลงการณ์ดังกล่าวอ้างคำพูดของนายแบรด อดัมส์
ผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำเอเชีย ซึ่งระบุว่า
เหตุนองเลือดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์
ทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายอยู่แล้วยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก ขณะเดียวกันก็ชี้ว่า
การใช้กำลังเกินขอบเขตของเจ้าหน้าที่
และความรุนแรงจากทั้งสองฝ่ายคู่ขัดแย้ง
จำเป็นต้องยุติลงทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ลุกลามบานปลายจนไม่สามารถควบคุมได้
รายงานของฮิวแมนไรท์วอทช์ยังเล่าถึงบรรยากาศการปะทะกัน
บริเวณสะพานผ่านฟ้า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า
การปะทะกันเกิดขึ้นระหว่างที่ตำรวจพยายามขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม
ซึ่งเรียกตนเองว่า”กองทัพธรรม” และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย กปปส.
โดยภายหลังการเจรจาล้มเหลว ตำรวจได้ตัดสินใจจู่โจมพื้นที่ชุมนุม
โดยใช้กระบอง แก๊สน้ำตา และกระสุนยางเป็นอาวุธ ก่อนรอบตัวนายสมเกียรติ
พงษ์ไพบูลย์ หนึ่งในแกนนำการชุมนุมเอาไว้ได้ เมื่อเวลาประมาณ 10 นาฬิกา
จากนั้นไม่นาน
กลุ่มมือปืนซึ่งปฏิบัติการร่วมกับผู้ประท้วง ได้เปิดฉากกระหน่ำยิงใส่ตำรวจ
และขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บกว่า 10 นาย
ก่อนที่มือปืน 4 คน จะบุกไปชิงตัวนายสมเกียรติจากรถห้องขังของตำรวจ
ทำให้ตำรวจต้องตอบโต้ด้วยปืนสั้น ปืนช็อตกัน และไรเฟิลที่ใช้กระสุนจริง
ผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยกับฮิวแมนไรท์วอทช์ว่า
ผู้ประท้วงบางคนเปิดฉากยิงใส่รถตำรวจ ทำให้มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 1 นาย
ส่วนคนขับรถได้ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมลากออกไปรุมทำร้าย
ก่อนที่เหตุการณ์จะสงบลงในเวลาประมาณ 15 นาฬิกา หลังจากตำรวจถอนกำลังกลับ
และผู้ประท้วงได้ล่าถอยกลับฐานที่มั่นของตน
ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นชัดเจนว่า กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล
มีการใช้อาวุธ และไม่ได้ชุมนุมกันอย่างสันติ
ปราศจากอาวุธตามที่แกนนำมักกล่าวอ้าง
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งที่สอง ถัดจากการปะทะกันที่แยกหลักสี่
ซึ่งพบว่า มีกลุ่มติดอาวุธที่มีทักษะสูง และทำงานกันเป็นทีม
ออกมาใช้อาวุธสงครามคอยช่วยเหลือผู้ประท้วงกลุ่ม กปปส.
ด้วยเหตุนี้ ฮิวแมนไรท์วอทช์จึงเรียกร้องให้นายสุเทพ
เทือกสุบรรณ และบรรดาแกนนำ กปปส. ควรเร่งหาตัวผู้ใช้อาวุธสงคราม
และเกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง
เพื่อส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะเดียวกันยังเรียกร้องให้รัฐบาล
เร่งดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใส
และเป็นธรรม
รวมถึงบังคับใช้กฎกติกาการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับหลักการสากล
อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้ความรุนแรง
และการละเมิดสิทธิมนุษยชนลุกลามเลวร้าย และทำให้ประเทศไทยไร้ขื่อแป
จากการโจมตีแก้แค้นกันที่ขยายวงกว้างมากขึ้น



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น