ที่มา สำนักช่าวอิศรา
“ศาลรัฐธรรมนูญ” ชี้ขาดเลือกตั้ง 2 ก.พ. โมฆะหรือไม่ 19 มี.ค.นี้ หลังนัด “กกต.-รบ.” แจงในช่วงเช้า ตกบ่ายมีคำวินิจฉัยทันที บอกเหตุผลทั้ง 5 ประเด็น มีข้อยุติหมดแล้ว
จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5-4
รับคำร้องจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2
กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะหรือไม่ ตามคำร้องของายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์
อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ที่ได้ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557
แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยกับสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org
ว่า คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคำร้องให้การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์
2557 เป็นโมฆะหรือไม่ ในช่วงบ่ายวันที่ 19 มีนาคม 2557
ภายหลังที่ในช่วงเช้าศาลรัฐธรรมนูญนัดให้ผู้ร้องมาชี้แจงคำร้อง
และนัดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และรัฐบาล ได้ชี้แจงข้อมูลทั้งหมด
“ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในคำร้องดังกล่าวในทันที
เนื่องจากได้ตรวจสอบในข้อเท็จจริงหมดแล้ว และในคำร้องมีเหตุผลทั้ง 5
ประเด็น ซึ่งมีข้อยุติหมดแล้ว” แหล่งข่าวกล่าว
ทั้งนี้ในคำร้องมีเหตุผล 5 ประเด็น ดังนี้
1.การเลือกตั้งทั่วไปมิได้กระทำขึ้นวันเดียวกันทั่วราช
อาณาจักร เนื่องจาก 28
เขตเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ไม่มีผู้สมัครทำให้การเลือกตั้งทั่วไปมี 2 วัน
วันแรกมี 347 เขตเลือกตั้ง อีกวันมี 28 เขตเลือกตั้งซึ่งกรณีดังกล่าว
นอกจากขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 ยังขัดกับหลักการของประชาธิปไตยแบบผู้แทน
และย่อมส่งผลให้ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งต่างวาระกัน
มีฐานทางกฎหมายและความชอบธรรมของการเป็นผู้แทนที่แตกต่างกัน
2.การดำเนินการรับสมัครเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไป
มิได้เป็นไปโดยเที่ยงธรรม จากกรณีรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
ที่พรรคการเมืองซึ่งไม่สามารถเข้าไปยังสถานที่รับสมัครได้
ได้ไปแจ้งความไว้ที่กองปราบหรือ สน.ดินแดง
ซึ่งไม่ใช่สถานที่รับสมัครเลือกตั้งตามที่ กกต.ได้ประกาศให้ทราบล่วงหน้าไว้
กรณีดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติให้ตัวแทนพรรคการเมืองได้สิทธิในการจัดสลาก
หมายเลข ทั้งที่มิได้ดำเนินการตามประกาศของ กกต. นอกจากนี้ ในการรับสมัคร
ส.ส.เขต บางจังหวัดยังมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่รับสมัครโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
ทำให้มีจำนวนถึง 16 เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว
3.การนับคะแนนเสียงเลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้งหลังสิ้นสุด
ระยะเวลาลงคะแนนในวันที่ 2 ก.พ.2557
ทำให้ผู้ที่จะมาเลือกตั้งหลังวันดังกล่าวทราบผลการเลือกตั้งก่อนการลงคะแนน
ทำให้เกิดผลกระทบต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงและเกิดความไม่เที่ยงธรรมในการ
เลือกตั้ง
ขัดต่อหลักความเสมอภาคและโอกาสที่ทัดเทียมกันของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
4.การให้นับคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557
ทำให้การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งทั่วไปที่เลื่อนออกไป
เป็นวันที่ 20 และ 27 เม.ย.2557
เป็นอันไร้ผลเพราะบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจะกลายเป็นบัตรเสียตามกฎหมาย
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง และ
5.กกต.ปล่อยปละละเลยให้มีการใช้อำนาจรัฐที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบของผู้
สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลและที่มีสมาชิกดำรงตำแหน่ง
อยู่ในคณะรัฐมนตรี จากกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย
ได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ 4 จังหวัด
โดยมีการออกประกาศหลายฉบับที่มีผลโดยตรงต่อการทำให้เกิดความไม่เสมอภาคและ
ความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น