แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2557

ปริศนาการเมืองร่วมสมัย 2 ข้อ ที่ "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" ยังขบไม่แตก

ที่มา มติชน

วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 13:30:00 น.

 http://www.matichon.co.th/online/2014/03/13949507601394950829l.jpg


นายสมศักดิ์เจียมธีรสกุล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เขียนวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองล่าสุด ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล มีเนื้อหาดังนี้(หมายเหตุ กองบรรณาธิการมติชนออนไลน์ขออนุญาตดัดแปลงถ้อยคำและตัดทอนเนื้อหาบางส่วนออกเพื่อความเหมาะสมในการนำเสนอ)

-----

หลายวันก่อนผมเคยเปรยๆว่า มี puzzles หรือ ปริศนา 2 เรื่อง เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของ กปปส.ที่ผมยังงงๆ อธิบายไม่ได้ นี่คือ puzzles ที่ว่า

ปริศนาแรก อาจจะไม่สำคัญเท่าไรแต่ผมสนใจในฐานะคนศึกษาประวัติศาสตร์ เป็นเหมือนองค์ประกอบหรือรายละเอียดที่อยากเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นให้ละเอียดขึ้น

คือ เรื่องตัวคุณ Suthep Thaugsuban(สุเทพ เทือกสุบรรณ) คุณสุเทพนั้น ก่อนวิกฤตครั้งนี้เป็นนักการเมืองที่ฝรั่งเรียกกันว่า deal maker คือ "คนทำดีล" ซึ่งเป็นลักษณะของนักการเมืองที่เป็นเลขาฯพรรคหลายคน(อีกคนที่ทำให้นึกถึงคล้ายๆกัน คือคุณสนั่น ขจรประศาสน์) คนพวกนี้จะมีลักษณะเป็นพวกคน "ดีล" หรือเจรจากับพวกโน้นพวกนี้ ทั้งในพรรคตัวเองและนอกพรรค ซึ่งจะต้องเป็นคนที่ "ยืดหยุ่น" ไม่ยึดติดในเชิงอุดมการณ์หรือความเชื่ออะไรเท่าไร(ฝ่ายเพื่อไทย จะมีคนอย่าง วัฒนา เมืองสุข เป็นต้น) ช่วงที่เกิดวิกฤตยาว 8ปีที่ผ่านมา สุเทพ เป็นคนที่เคยพยายามเจรจาลับๆกับทักษิณด้วยซ้ำ ตอนปี 53 ใน ปชป.เอง ตอนแรก สุเทพ ก็ไมใช่พวกฮาร์ดคอร์ แบบ ชวน หรือบัญญัติคือยังพยายามหาทางลงด้วยการเจรจา ฯลฯ ... สิ่งที่นับเป็นปริศนาคือ เหตุใด ในวิกฤติกปปส. ครั้งนี้ คุณสุเทพ จึงเหมือนกับเปลี่ยนเป็นคนละคน กลายเป็นพวก intransigentคือ ไม่ยอมยืดหยุ่น ไม่ยอมเจรจา? จะเอาแบบ "สุดๆ" ให้ได้? อันนี้ผมรู้สึกเป็น puzzle หรืออะไรที่แปลกอยู่ 

ปริศนาข้อสอง อันนี้ สำคัญ ที่ผมไม่เก็ตมาตลอดคือ ทำไม คุณสุเทพ และ กปปส. รวมถึงบรรดาที่ปรึกษา ที่เป็นนักวิชาการหลายคน(แม้แต่คนที่ผมนึกถึงในปริบทนี้เป็นพิเศษคือ ธีรยุทธ) และพวกที่สนับสนุนเบื้องหลังทั้งหลายจึงคิดว่า ถ้าล้มยิ่งลักษณ์สำเร็จแล้ว จะจัดการกับม็อบเสื้อแดงที่จะต้องมีการมาตอบโต้ได้? ถ้าล้มยิ่งลักษณ์ได้ จะจัดการกับเรื่องอย่างราชประสงค์หรือยิ่งกว่านั้นได้อย่างไร? คิดว่า จะใช้กำลังทหารปราบใหญ่อีก? คราวนี้อาจจะไม่เพียงเซ็นทรัลเวิร์ลที่โดนเผา เป็นไปได้ว่า จะมีอื่นๆอีกและต่อให้ใช้ทหารปราบเสร็จ ก็จบแบบราชประสงค์ (เมื่อคืน ณัฐวุฒิก็ประกาศทำนองนี้ที่อยุธยา แต่เรื่องนี้ ผมคิดมานานแล้ว ใครที่ติดตามการเมืองก็คงคิดได้ว่าถ้ามีเรื่องอีก คราวนี้ จะไม่จบแบบราชประสงค์แน่ จะขยายตัวยืดเยื้อกว่าแน่)ในปลายปี 2553-2554 มีการประชุมพบปะเจรจาตกลงกันลับๆ ระหว่าง ฝ่ายทักษิณ-ทหาร-…แล้วในที่สุด สองฝ่ายหลัง ยอมให้มีการปล่อยตัวแกนนำ (ที่ขอประกันหลายครั้งศาลไม่ยอมให้ แต่จู่ๆ หลังการเจรจา ศาล "ได้ข้อมูลใหม่" ยอมให้มีประกัน)ก็เพราะฝ่ายเสื้อแดง-ทักษิณ ขู่ว่า ถ้าไม่ยอมจะมีการเคลื่อนไหวใหญ่แบบยึดราชประสงค์อีก .. หลังการตกลง ฝ่ายทักษิณ-เสื้อแดงยอมเปลี่ยน "เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง" …

ประเด็นคือ ในปี 2553-54 หรือแม้แต่ที่ผ่านๆ มา ฝ่ายตรงข้ามทักษิณตระหนักดีว่าถ้าล้มยิ่งลักษณ์ไปเลย โอกาสจะเกิดการตอบโต้ที่แรงกว่าราชประสงค์ 53 มีสูง(จำครั้งที่ศาล รธน. ลงมติคว่ำการแก้ รธน. ทั้งฉบับของรัฐบาลแต่ไม่ถึงกับปลดยิ่งลักษณ์ได้หรือไม่ หรือแม้แต่ครั้งไม่นานมานี้ ที่ศาล รธน.บอกว่า การแก้เรื่อง ส.ว. เป็นการล้มการปกครอง แต่สุดท้าย ก็หยุดอยู่แค่เบรคไม่ถึงลงมติล้มรัฐบาล .. ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นว่า พวกเขาตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการตอบโต้ใหญ่จากเสื้อแดง)

แล้วถ้ามีการล้มยิ่งลักษณ์ และการตอบโต้ที่ยิ่งกว่า ราชประสงค์ 53และต้องใช้ทหารปราบปรามอีก ต่อให้ปราบได้ "สงบ" ผลเสียทีตามมาจะมีแก่ฝ่ายที่มีอำนาจเอง … - ถ้าในปี 51 และ 53 มีผลกระทบระดับนั้น ทำไมจึงคิดว่าถ้าล้มยิ่งลักษณ์ และมีการตอบโต้ พวกเขาจะสามารถจัดการได้ และห้ามไม่ให้มีผลกระทบรุนแรงด้านลบ…ที่ยิ่งกว่าปี 51 และ 53 ได้?

นี่เป็น "ปริศนา" ที่ผมไม่เก็ตจริงๆ

หลายวันก่อน ผมเจอเพื่อนนักวิชาการรุ่นอาวุโสกว่าผมท่านหนึ่ง ผมก็เปรยเรื่องนี้ให้ฟังเขาเสนอทำนองว่า เขาคิดว่า ฝ่ายที่จะล้มยิ่งลักษณ์ตอนนี้"ประเมินเสื้อแดงต่ำ" หรือ "ไม่เห็นอยู่ในสายตา" จึงไม่คิดถึงว่าถ้าล้มยิ่งลักษณ์ได้แล้วจะมีการตอบโต้แบบที่ผมว่า

ผมก็แย้งว่า เป็นไปได้หรือ? คือ มองกันแบบ "ภววิสัย" แบบ realisticหรือเป็นจริงเลยนะ ไม่เกี่ยวกับว่า สนับสนุนหรือคัดค้านฝ่ายไหน .. ใครๆที่ตามการเมืองต้องรู้ว่าถ้าล้มยิ่งลักษณ์ จะมีการตอบโต้รุนแรง อย่างน้อยๆเหมือนปี 53 และต้องรู้แน่ๆว่าถ้ามีแบบนั้นอีก จะต้องมีผลกระทบด้านลบ…แน่นอน ทำไม คนที่หนุน กปปส.อยู่จึงคิดถึงเรื่องนี้ไม่ได้?

(ผมยังเปรยๆว่า ถ้าเพื่อนท่านนี้เจอธีรยุทธลองช่วยเรียบเคียงถามให้หน่อยว่าคิดยังไง ที่ไปหนุน กปปส. แบบสุดๆแบบนั้น? ไม่คิดหรือว่าถ้า กปปส. ชนะ จะเกิด "สงครามกลางเมือง" เกิดการปะทะใหญ่ยิ่งกว่า 53และที่สำคัญ จะเกิดผลสะเทือน… ชนิดยิ่งกว่าปี 53 อย่างเทียบไม่ได้?)

ประเด็นที่สอง ที่เป็นปริศนานี้ บางที ผมหาคำอธิบายไม่ได้ ก็คิดแบบง่ายๆ (อย่างที่เคยเขียนไป)แหละว่า สงสัยนี่เป็น human folly หรือความเขลา ของมนุษย์ละมัง คือคิดเฉพาะหน้าว่า จะเอาชนะๆ ไว้ก่อน ส่วนถ้าชนะ มีอะไรตามมาก็คิดแบบเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน จัดการได้ๆ .. แต่สุดท้าย ก็เหมือน human follyที่ผ่านๆมา ในอดีต คือ กว่าจะรู้ตัวว่า ประเมินผิด ก็สายไป แก้ไม่ทันแล้ว .....

/////

อันนี้ต่อเนื่องจากกระทู้ข้างล่างนะเนื่องจากกระทู้ข้างล่าง มันยาวมากแล้ว เลยแยกมาเขียนเพิ่มอีกอัน

คือมันมีกรณีรูปธรรมมากมาย ที่ชวนให้คิดได้นะว่าต่อให้ กปปส. และผู้หนุนหลังประสบความสำเร็จในการล้มยิ่งลักษณ์ก็ต้องเผชิญกับการตอบโต้รุนแรง (ที่ยิ่งกว่าปี 53) ชนิดที่ยากจะควบคุม ปราบปรามได้หรือถึงควบคุมได้ ก็ต้องมีผลด้านลบรุนแรงต่อพวกตัวเอง …ด้วยแน่ๆ

เอากรณีง่ายๆนะ ถ้า กปปส. ยึดอำนาจได้จะต้องมีการกวาดล้าง โยกย้าย ในสำนักงานตำรวจขนานใหญ่แน่ๆ - ทำไมจึงคิดว่า ตำรวจจำนวนมากที่ถูกปลดถูกย้ายเหล่านี้ จึงจะไม่มีการตอบโต้? ทำไมไม่คิดว่า ไม่ใช่แค่อดีตตำรวจยังมีกำลังที่มีอาวุธของฝ่ายเชียร์รัฐบาลอีก (ครับ มีแน่นอนครับการโจมตีด้วยอาวุธที่ทำต่อฝ่าย กปปส. ผมก็ว่า มาจากพวกเชียร์รัฐบาลหลายอันไม่เพียงที่ตราด กรณียิงหรือถล่มบ้าน ป.โตโยต้า หรือครอบครัวเป่านกหวีดคุณหญิงอ้อผมก็ว่าใช่)

ถ้ายึดอำนาจได้ จะรับมือกับ "จรยุทธ" ในเมืองแบบนี้อย่างไร?ต้องอาศัยการวางกำลังทหารอย่างกว้างขวางทั่วกรุงเทพและปกครองด้วยกฎอัยการศึกเป็นเวลานานหรือ?

คือประเมินแบบ realistic หรือแบบเป็นจริง ผมว่า ใครๆก็ควรรู้ว่าถ้าล้มยิ่งลักษณ์ได้ โอกาสจะเกิดแบบนี้มีสูง? ทำไม กปปส. ยังดันทุรังจะเอาให้สุดๆให้ได้?

/////

สรุปแบบสั้น2 กระทู้ข้างล่างนะ

ล้มยิ่งลักษณ์ได้ (ตั้ง "นายกฯม.7""สภาประชาชน" ได้) ก็ปกครองไม่ได้

เพราะ

-จะต้องมีการต่อต้านรุนแรงโดยมวลชนฝ่ายเชียร์ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ (ถ้าเอาราชประสงค์53 เป็น "ตัวตั้ง" นะ สิ่งที่จะเกิดขึ้น จะต้อง "หนัก"กว่าแน่ๆ)

-จะต้องมีผลสะเทือนด้านลบต่อ "ฝ่ายที่มีอำนาจ" (รุนแรงยิ่งกว่าปี 51 และ ปี 53)

ผมว่านี่เป็นการประเมินแบบเป็นจริง หรือ realisticมากๆ นะ ใครลองใช้สติคิดดู ก็น่าจะคิดได้

ผมจึงว่า เป็น "ปริศนา" หรือ puzzle มากๆ ว่า กปปส. หรือที่ปรึกษา(โดยเฉพาะคนอย่างธีรยุทธ) หรือคนเบื้องหน้าเบื้องหลังทำไมจึงคิดหรือประเมินเรื่องนี้ไม่ได้?

ทำไมจึงยังดันทุรังเสี่ยง ที่อาจจะ bring the whole edifice down? (ทำให้"ตึก" หรือ "ร้าน" ทั้งหมดพังลงมา?)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น