| ภาพ ไทยอีนิวส์ |
ที่มา ข่าวสด
![]() |
| ภาพ oknation.net |
หากการให้ปากคำของบุคคลระดับ นายถวิล เปลี่ยนศรี
ในฐานะพยานคนสำคัญ
ยังไม่สามารถให้คำตอบในเรื่องรากที่มาของแผนผังล้มเจ้าได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
ก็น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
เพราะ นายถวิล เปลี่ยนศรี
ไม่เพียงแต่เคยดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
(ศอฉ.) ในห้วงแห่งวิกฤตเมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553
หากระยะกาลนั้นยังเป็น เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
ภายหลังการให้ปากคำอย่างยาวเหยียดที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ
พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ซึ่งรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ได้ออกมาแถลงว่า
"การสอบปากคำ นายถวิล เปลี่ยนศรี
ไม่สามารถชี้ชัดว่าใครเป็นผู้ทำแผนผังล้มเจ้า
เพราะการทำงานของศอฉ.มีหลายหน่วยร่วมกันจึงไม่สามารถระบุตัวบุคคลหรือหน่วย
งานได้"
น่าสงสัยอย่างยิ่ง
ประการ 1 น่าสงสัยในระบบและกระบวนการบริหารจัด การภายในศอฉ.ว่าดำเนินไปภายใต้โครงสร้างอย่างไร
ประการ 1 น่าสงสัยในความแม่นยำ คมชัดของฐานข้อมูล
ยิ่งกว่านั้น ประการ 1
ยังเป็นความน่าสงสัยในการนำเอาแผนผังหรือคดีล้มเจ้าเข้าสู่การยอมรับของที่
ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ของศอฉ.เมื่อปี 2553
นั้นดำเนินไปด้วยความรับผิดชอบมากน้อยเพียงใด
ส่วนหนึ่ง ย่อมเป็นความรับผิดชอบของศอฉ. ขณะเดียวกัน ส่วนหนึ่ง ย่อมเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการคดีพิเศษ
เพราะหากไม่มีกระบวนการที่น่าเชื่อถือได้ย่อมเป็นเรื่องเสี่ยงและหวาดเสียว
เสี่ยงและหวาดเสียวที่อาจจะกลายเป็นเรื่องมวยล้มต้มคนดู เป็นการกลั่นแกล้งใส่ร้ายกัน
ท่าทีของพนักงานสอบสวนอันแสดงผ่าน พ.ต.อ.ประ เวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความแจ่มชัด
แจ่มชัด 1 คือ จำเป็นต้องเรียกบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบมาให้ปากคำต่อไป
แจ่มชัด 1 คือ "อาจจำเป็นต้องเชิญ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
มาสอบปากคำ
เนื่องจากหากไม่ทราบตัวผู้จัดทำผังคดีนี้ก็ไม่สามารถเดินหน้าไปต่อได้"
บุคคลและหน่วยงานซึ่งจัดทำผังล้มเจ้าจึงทรงความสำคัญเป็นอย่างสูง
![]() |
| ภาพ ข่าวสด |
เชื่อได้เลยว่า แม้จะมีการออกหนังสือเชิญ นายสุเทพ
เทือกสุบรรณ ในฐานะผู้อำนวยการศอฉ.มาให้ข้อมูล ทุกอย่างก็จะ
ดำเนินไปเหมือนกับกรณีของ นายถวิล เปลี่ยนศรี
เพราะเมื่อเลขานุการตอบไม่ได้ ผู้อำนวยการจะตอบได้อย่างไร
คําถามที่เสนอเข้ามาก็คือ อุบัติแห่งแผนผังเชื่อมโยงไปถึงกระบวนการในเชิง "ขบวนการ"
หากเป็น "ขบวนการ" ย่อมต้องมีหัวหน้า ย่อมต้องมีผู้ปฏิบัติการ รากฐานข้อมูลใด เหตุปัจจัยใดทำให้ศอฉ.บังเกิดความเชื่อเช่นนั้น
นี่ล้วนเป็นคำถามที่พนักงานสอบสวนต้องหาคำตอบให้ได้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น