แถลงการณ์สวนโมกข์ ๕๐ ปี


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที



พุทธวจนคืออะไร

วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2557

จักรภพ เพ็ญแข เสนอแนวคิดเบาๆ นปช.

ที่มา Thai E-News



March 18, 2014

นปช. ชั้นเชิงใหม่

ผมขอร่วมแสดงความยินดีกับ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ได้ขึ้นตำแหน่งเป็นประธานคนใหม่ของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.) ความจริงการขึ้นตำแหน่งของคุณจตุพรฯ คงไม่มีใครแปลกใจอะไรนัก เพราะเป็นเพียงทำสิ่งที่ไม่เป็นทางการให้เป็นทางการขึ้นเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ในยามนี้เรายึดประโยชน์ร่วมของปวงชนชาวไทยเป็นหลัก อะไรที่ช่วยได้แม้เพียงเล็กน้อยก็นับว่าดีทั้งนั้น ผมจึงขอแสดงความยินดีกับท่านประธานจตุพรฯ และท่านเลขาธิการณัฐวุฒิฯ ไปจากนอกพื้นที่อำนาจของระบอบอำมาตย์ศักดินาในรัฐไทยและปวารณาตัวว่าจะช่วย ให้งานมวลชนในประเทศมีความเพียบพร้อมสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ก่อนถึงเวลาทวงอำนาจอธิปไตยอันเป็นของเราแท้ๆ คืนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวต่อไป

เปลี่ยนประธานทั้งที ผมจึงขอถือโอกาสเสนอแนวคิดต่อผู้บริหารคณะปัจจุบันของ นปช. ดังๆ ไว้ตรงนี้เสียเลย บางเรื่องจะไม่พูดมากนัก เพราะเราเป็นฝ่ายเดียวกัน ผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์การต่อสู้ทางการเมืองอย่าง ดร.จรัล ดิษฐาอภิชัย ก็คอยพร่ำเตือนว่าเราต้องใช้ท่าที “ถนอมรัก” เพื่อให้งานที่ใหญ่หลวงกว่าตัวเราประสบความสำเร็จได้ตามเป้าประสงค์ และไม่ให้ตัวตน หรืออัตตาของแต่ละคนใหญ่โตเกินกว่าผลประโยชน์โดยรวมไปได้เป็นอันขาด ผมจึงขอเสนอแนวคิดเบาๆ ไว้ในโอกาสนี้:

๑. นปช.ควรพัฒนาฐานข้อมูลด้านคุณภาพของมวลชนที่ประกาศตัวว่าเป็นสมาชิก นปช. ขณะนี้เรารู้ว่ามวลชนแต่ละสาขาทั่วประเทศ มีจำนวนประมาณเท่าไหร่ เชิญชุมนุมแต่ละครั้งจะกรุณามาร่วมกับ นปช. ขนาดไหนอย่างไร แต่เรายังไม่มีความรู้เท่าที่ควรว่ามวลชนของเราคือใคร แต่ละคนๆ มีความสามารถเฉพาะตัวและในการทำงานอย่างไร ระบบเขียนข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ขณะนี้ก้าวหน้านักหนา จะเขียนโปรแกรมมารองรับกระบวนการรวบรวมข้อมูล จัดเก็บข้อมูล ใช้ข้อมูลแบบประยุกต์ไปในทิศทางต่างๆ อย่างไรได้ทั้งนั้น ข้อมูลที่เริ่มต้นจากข้อมูลดิบ (data) จะพัฒนาตัวเองไปสู่ข้อมูลสุกหรือข้อมูลข่าวสาร (information) และอาจกลายเป็นความรู้ (knowledge) หรือภูมิปัญญา (wisdom) ไปได้โดยไม่ยากนัก ผมคิดว่าเริ่มตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไป ปราชญ์ยุทธศาสตร์สงครามอย่างซุนหวู่สอนมานักเรื่องรู้เขารู้เรา เราก็เอามาประยุกต์เรื่องรู้เราเสียหน่อย คงไม่เสียหายอะไร มีแต่จะยังประโยชน์ในระบบบริหารจัดการมากขึ้น

๒. นปช. ควรจัดประชุม “แนวร่วมประชาธิปไตย” เป็นครั้งคราว เพราะขณะนี้ขบวนประชาธิปไตยเรามีแนวร่วมที่หลากหลายกว่าเมื่อแถวๆ ปี พ.ศ.๒๕๔๙ มาก บางส่วนเขาก็ไม่ใช่ นปช. แต่เขาก็ร่วมชุมนุมกับ นปช. ทุกครั้ง เพราะถือว่าเป็นหน่วยระดมกำลังพลในฝ่ายเดียวกัน เราต้องการพลังเหล่านี้ทั้งหมดเพื่อชี้นำการเปลี่ยนแปลงรัฐไทย โปรดอย่าตั้งเงื่อนไขใดๆ ให้ร่วมมือกันยาก หรือมีความรังเกียจเดียดฉันท์กันอย่างใดเลย ให้ถือว่า ไม่ใช่ครอบครัวก็เหมือนญาติ ไม่ใช่ญาติก็เหมือนเพื่อนฝูงพี่น้อง การนัดพบกันแต่ละครั้ง ถือเป็นการเหลาขบวนการของเราให้แหลมคมขึ้นตลอดเวลา ความเห็นที่หลากหลายเป็นพลวัตรที่นำมาใช้เป็นพลังได้ ไม่ใช่ความวุ่นวายที่ทำให้เสียพลัง


๓. นปช. ควรคำนึงถึงความใหญ่ยิ่งของตนเอง หากทำให้ถูกวิธี จะเป็นทางออกที่สำคัญกว่าความเป็นพรรคการเมืองเพื่อการเลือกตั้ง หรือแม้แต่ตัวรัฐบาลเองเสียอีก ตำแหน่งรัฐมนตรีควรเล็กกว่าฐานะนำใน นปช. และต้องไม่ลดมูลค่าของ นปช. เพื่อตำแหน่งแห่งหนใดๆ ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยไม่มีอำนาจรัฐโดยสมบูรณ์อย่างที่เป็นอยู่นี้ จะเป็นรัฐมนตรีไปทำอะไรกัน ก็ขนาดตำแหน่งนายกรัฐมนตรียังต้องหลบหลีกกองโจรของเจ้าของประเทศเป็นพัลวัน อำนาจรัฐบาลก็ถูกริดรอนลงไปทุกวันๆ เหมือนถูกริดกิ่งไม้ แถมปวงชนชาวไทยก็ถูกถ่มถุยดูถูกว่าไม่มีปัญญาจะคัดง้างกับอำนาจอันล้นพ้นของ เขา เราหันมาช่วยกันฟื้นสภาพนิเวศของระบอบประชาธิปไตย กันเสียก่อนไม่ดีกว่าหรือ ภารกิจนี้แหละที่ นปช. มีโอกาสมากกว่าใครทั้งหมดในปัจจุบัน เพราะมีต้นทุนสูงสุดอย่างน้อยก็ในทางภาพลักษณ์.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น