โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
"จาตุรนต์"วิเคราะห์กระบวนการทุกอย่าง นำไปสู่การปฏิวัติ ยันครม.ต้องอยู่จนมีครม.ใหม่ ลั่นบทบาทกกต.ไม่เต็มใจจัดการเลือกตั้ง
นายจาตุรนต์ ฉายแสงรม
ว.ศึกษาธิการและกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มกปปส.
ที่นำโดยสุเทพเทือกสุบรรณ และพวก สนับสนุนร่วมมือโดยพรรคประชาธิปัตย์
สร้างเงื่อนไขต่างๆ กดดันสร้างสภาพที่รัฐบาลบริหารปกครองไม่ได้
เพื่อที่จะให้เกิดความรุนแรงนำไปสู่การรัฐประหาร แต่มันก็ยังไม่สามารถทำได้
ฝ่ายผู้มีอำนาจไม่ได้ต้องการแค่ให้รัฐบาลนี้ล่มไป
เขาต้องการหลักประกันว่าไม่ให้พรรคเพื่อไทยกับพวกมาเป็นรัฐบาล
ให้ฝ่ายที่เขากำหนดได้ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ หรือคนนอกก็ได้
นั่นหมายความว่าการเลือกตั้งแบบนี้ไม่เอาแล้ว
ต้องเปลี่ยนระบบ เปลี่ยนกติกา นั่นคือข้ออ้างการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง
แต่ในเมื่อรัฐธรรมนูญปัจจุบันทำไม่ได้ ก็ต้องฉีกรัฐธรรมนูญ
แต่ที่สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงอย่างนั้นประชาชนจะยอมหรือไม่
ครั้นพอต่อต้านคัดค้านอย่างรุนแรง
ผู้นำกองทัพก็อาจจะออกมาบอกว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย
จากปัจจุบันบอกว่าขอวางตัวเป็นกลาง
ถ้าเสื้อแดงออกมาเมื่อไรก็พร้อมจะเล่นงาน
เพราะฉะนั้นในอนาคตถ้าเกิดมีการฉีกรัฐธรรมนูญกันโดยองค์กรอิสระและศาลรัฐ
ธรรมนูญ มีคนมาต่อต้าน ก็อาจมีคนออกมาเล่นงาน มันก็จะกลายเป็นความรุนแรง
และนำไปสู่การรัฐประหารได้
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า วันนี้มีการยุบสภาไปแล้ว
ครม.ก็พ้นทั้งคณะ มันไม่มีประเด็นว่าจะลาออกอีกได้แล้ว
ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อไม่ให้ว่างเว้นจากการมีครม.
ไม่ใช่ให้ข้าราชการประจำมาเป็นครม. หรือให้คนนอกมาเป็นครม.
อันนั้นมันไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย
ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลต้องการกดดันให้เกิดสุญญากาศ ให้ครม.ออกหมด
เพื่อที่จะไปใช้มาตรา 7 ซึ่งจริงๆก็ใช้ไม่ได้อีก ไม่เข้าข่าย
ตนคิดว่าครม.ไม่มีวันที่จะให้ลาออกไปหมดแน่นอน
อย่างตอนนี้ที่ไปร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ ครม. พ้นไปทั้งคณะ
ก็ทำไม่ได้ รัฐธรรมนูญบอกว่า ครม. ทั้งคณะต้องดำรงตำแหน่งต่อไป จนกว่าจะมี
ครม. ชุดใหม่เข้ามา ถ้าวินิจฉัยว่าพ้น ก็แสดงว่าร่วมมือกัน เช่น ป.ป.ช.
หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงมติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
อันนี้คือถ้าทำแบบนี้ก็หมายความว่า
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยขัดกับรัฐธรรมนูญอีกแล้ว คือขัดมาหลายรอบแล้ว
และก็จะขัดอีก ก็ต้องดูกันว่า องค์กรอิสระ
และศาลรัฐธรรมนูญจะทำอย่างไรต่อไป
ทั้งนี้องค์กรอิสระที่ตั้งขึ้น
มาจากการยึดอำนาจของคณะรัฐประหาร ฉะนั้นก็เลยไม่เป็นกลาง ไม่เป็นอิสระจริง
แต่กลายเป็นองค์กรมีสังกัด ทำให้สามารถเลือกปฏิบัติได้
สามารถเลือกหยิบเรื่องใดมาพิจารณา หรือตกไปก็ได้
และไม่มีใครตรวจสอบองค์กรเหล่านี้ได้ และนอกจากจะมาจากการรัฐประหารแล้ว
คณะกรรมการของกลุ่มองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันยังมีที่มาจากฝ่าย
ตุลาการเป็นหลัก ซึ่งมันก็ผิดหลักการตรวจสอบถ่วงดุลอีก เช่น
ในฝ่ายตุลาการล้วนเลือกกันเอง
และวุฒิสภาซึ่งครึ่งหนึ่งก็มาจากพวกเขากันเองอีก
ทำให้องค์กรอิสระที่มีหน้าที่ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันของพวกเราไม่สามารถ
ทำได้ตามวัตถุประสงค์ที่อ้างได้
ระบบการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันของประเทศเราจึงเป็นระบบที่ไม่มี
ประสิทธิภาพและไม่เที่ยงธรรมอย่างยิ่ง
จะว่าไปแล้วยังเป็นระบบที่จะส่งเสริมการทุจริตในระยะยาวอย่างมาก
นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า สำหรับบทบาทของกกต.ที่ ผ่านมาไม่เต็มใจจัดการเลือกตั้ง ไม่ได้พยายามเอาจริงเอาจังกับการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ เมื่อมีคนมาขัดขวาง ก็บอกว่าเขามาแสดงสิทธิเสรีภาพ ไม่ค่อยปรากฏว่ากกต.เอาจริงเอาจังกับการดำเนินคดี แล้วก็พยายามทำอะไรอย่างช้าๆ ชี้ช่องว่าการเลือกตั้งน่าจะเป็นโมฆะ ตอนนี้ก็เห็นกกต.มา เล่นงานนักการเมืองบ้าง รัฐมนตรีบ้าง พยายามเอาผิดนักการเมืองที่เคยออกรายการโทรทัศน์ จะเล่นงานหลายแง่หลายมุม ทั้งๆที่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามปกติ แสดงถึงความไม่เป็นกลาง
เรื่องเกี่ยวเนื่อง...
สัมภาษณ์พิเศษ จาตุรนต์ ฉายแสง : วิกฤติการเมืองไทย ภายใต้แรงกดดันอันไม่เป็นประชาธิปไตย ตอนที่ 2
วันที่ 14 มีนาคม 2557
องค์กรอิสระอย่างผู้ตรวจการแผ่นดินมีบทบาทอะไรในความขัดแย้งทางการเมืองนี้?
ตอนนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังเสนอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ทั้งๆที่ไม่มีอำนาจ
คือในรัฐธรรมนูญปัจจุบันมีอำนาจเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในกรณีที่กฎหมาย
ใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตอนนี้กำลังเสนอให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ซึ่งไม่เข้าข่าย
แต่ปรากฎว่า ก็เสนอ แล้วศาลรัฐธรรมนูญก็รับไปพิจารณา
นายกรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาทางการเมืองนี้อย่างไร?
เมื่อรัฐบาลมีปัญหา รัฐบาลแก้ไขได้สองวิธีคือ ลาออก
หรือยุบสภา ตอนนี้นายกตัดสินใจใช้วิธี ยุบสภา ครม. ก็พ้นทั้งคณะ
มันก็ไม่มีประเด็นว่าจะลาออกอีกได้แล้ว
เพราะมีหน้าที่ต้องปฎิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อไม่ให้ว่างเว้นจากการมี ครม.
ไม่ใช่ให้ข้าราชการประจำมาเป็น ครม. หรือให้คนนอกมาเป็น ครม.
อันนั้นมันไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย ต้องปฎิบัติหน้าที่จนกว่าจะมี ครม.
ใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง มารับหน้าที่
รัฐบาลนี้จะทนต่อแรงกดดันทางการเมืองต่อไปได้หรือไม่?
ในทางการเมือง ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลต้องกดดันให้เกิดสูญญากาศ
เพื่อที่จะไปใช้มาตรา 7 ซึ่งจริงๆก็ใช้ไม่ได้อีก ก็ไม่เข้าข่าย
แล้วก็จะไปตั้งรัฐบาลกันใหม่ แถลงนโยบายกันยังไง จะไปบริหารกันยังไง
จะทำงานอะไรได้แค่ไหน ทำงานออกมติอะไรที่ใช้งบกลางได้ไหม
ออกมติอะไรที่มีผลกับ ครม หน้า รัฐธรรมนูญบังคับไว้หมด
แต่เขากำลังจะคิดเหมือนกับว่า เอารัฐบาลใหม่มาแก้ปัญหาเรื่องข้าว
เอารัฐบาลมาทำเรื่องรถไฟ เอารัฐบาลใหม่มาแก้เรื่องโน้นเรื่องนี้
ก็หมายความว่าจะไม่ทำตามรัฐธรรมนูญกันเลย ทีนี้ จะให้เกิดสิ่งเหล่านี้
ด้วยการกดดันทางการเมือง ผมคิดว่า ครม. ก็คงไม่ลาออก
ไม่มีวันที่จะให้ลาออกไปหมดแน่นอน
อย่างตอนนี้ที่ไปร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ ครม. พ้นไปทั้งคณะ
แต่มันจะพ้นยังไง โดยรัฐธรรมนูญมันพ้นไม่ได้ รัฐธรรมนูญบอกว่า ครม.
ทั้งคณะต้องดำรงตำแหน่งต่อไป จนกว่าจะมี ครม. ชุดใหม่เข้ามา
ถ้าวินิจฉัยว่าพ้น ก็แสดงว่าร่วมมือกัน เช่น จะ ปปช.
หรือจะผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงมติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
อันนี้คือถ้าทำแบบนี้ก็หมายความว่า
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยขัดกับรัฐธรรมนูญอีกแล้ว คือขัดมาหลายรอบแล้ว
และก็จะขัดอีก ก็ต้องดูกันว่า องค์กรอิสระ
และศาลรัฐธรรมนูญจะทำอย่างไรต่อไป
มีความพยายามในการโต้แย้ง
ว่า
องค์กรอิสระในปัจจุบันทำหน้าที่เพื่อตรวจสอบถ่วงดุลเรื่องการทุจริต
คอร์รัปชั่น
องค์กรเหล่านี้ได้ตรวจสอบถ่วงดุลเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นได้อย่างมี
ประสิทธิภาพหรือไม่?
องค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นก็มีหน้าที่หลายหน้าที่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือใช้ในการตรวจสอบถ่วงดุล แต่ว่าก็มีปัญหามากมาย
ตั้งแต่เรื่องที่มา เพราะมาจากการยึดอำนาจของคณะรัฐประหาร
เพราะฉะนั้นก็เลยไม่เป็นกลาง ไม่เป็นอิสระจริง แต่กลายเป็นองค์กรมีสังกัด
คือสังกัดฝ่ายที่ยึดอำนาจมา ไม่ได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุลจริง
เช่นในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นก็ไม่สามารถตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาได้จริง
ทำให้สามารถเลือกปฏิบัติได้ สามารถเลือกหยิบเรื่องใดมาพิจารณาก็ได้
หรือปล่อยให้เรื่องไหนตกไปก็ได้ และไม่มีใครตรวจสอบองค์กรเหล่านี้ได้
นอกจากจะมาจากการรัฐประหารแล้ว
คณะกรรมการของกลุ่มองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน
ยังมีที่มาจากฝ่ายตุลาการเป็นหลัก ซึ่งมันก็ผิดหลักการตรวจสอบถ่วงดุลอีก
เช่นในฝ่ายตุลาการล้วนเลือกกันเอง
และวุฒิสภาซึ่งครึ่งหนึ่งก็มาจากพวกเขากันเองอีก
ซึ่งทำให้องค์กรอิสระที่มีหน้าที่ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นของพวกเราไม่
สามารถทำได้ตามวัตถุประสงค์ที่อ้างได้
ระบบการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศเราจึงเป็นระบบที่ไม่มี
ประสิทธิภาพและไม่เที่ยงธรรมอย่างยิ่ง
จะว่าไปแล้วยังเป็นระบบที่จะส่งเสริมการทุจริตในระยะยาวอย่างมาก
เป็นระบบที่คอร์รัปชั่นในตัว เพราะว่าตรวจสอบไม่ได้ที่มาก็ผิด
ทำให้ประเทศนี้ไม่มีระบบการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ดี
เพราะองค์กรตรวจสอบคอร์รัปชั่นเอง ที่กลับคอร์รัปชั่น
เราจะแก้ไขปัญหาอันเกิดจากองค์กรอิสระเหล่านี้ได้หรือไม่?
ที่สำคัญก็คือศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยมาเมื่อเร็วๆนี้
มีผลทำให้ใครก็แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ฝ่ายประชาชนจะให้แก้โดยทันที
ก็ยังแก้ไม่ได้ ก็เหลือแต่ว่าต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ระยะกลาง ระยะยาว
เช่นเรียกร้องให้การเลือกตั้งสำเร็จให้ได้ ซึ่งก็ไม่ง่ายเลย
ต่อต้านคัดค้านการเอาคนนอกเข้ามาเป็นรัฐบาล
หรือมาเป็นต้องไม่ให้เป็นคนบริหารประเทศ สุดท้ายก็ต้องมาเสนอประเด็น
ในการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาบ้านเมือง ซึ่งก็คือยังจะต้องปฎิรูปการเมือง
แก้รัฐธรรมนูญ ทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ทำให้การเลือกตั้งมีความหมาย
ทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีสิทธิมีเสียงในการควบคุมฝ่ายต่างๆ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น